บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 จะหาอะไรมาแลก?

ตอนที่ 5 จะหาอะไรมาแลก?

หวังต้าซานขมวดคิ้วแน่น “สหายร่วมโลกที่น่ารัก?” เขาพึมพำด้วยความไม่เข้าใจ “กระต่ายป่าเป็นแค่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็กๆ ที่มีไว้ให้คนล่ามากินเท่านั้น! เจ้าจะคิดมากไปทำไม?”

“แต่มันเคยเป็นเพื่อนของข้า!” หลี่เจียวซินเถียงกลับอย่างทันควัน

หวังต้าซานถึงกับส่ายหน้าอย่างระอา เขาไม่เคยพบสตรีที่ดื้อรั้นและไร้เหตุผลเช่นนางมาก่อน

“ถ้าท่านไม่กินกระต่ายตัวนี้…ข้าจะหาอย่างอื่นที่ดีกว่ามาแลกเพื่อเป็นการไถ่ชีวิตมันได้ไหม?”

หวังต้าซานเลิกคิ้วสูงขึ้นอีกครั้ง

“เจ้าจะหาอะไรมาแลก?” เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

ทันใดนั้นเอง…

โครก~~

เสียงท้องของหลี่เจียวซินก็ร้องประท้วงออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นางหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย รีบเอามือปิดท้องตัวเองไว้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

หวังต้าซานมองนางด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอา

“เจ้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วยังจะมาเรื่องมากอีก”

“ต่อให้ข้าหิวจนไส้ขาดจริง ข้าก็ไม่กินเนื้อกระต่าย!” หลี่เจียวซินเม้มปากแน่น นางรู้ว่าตัวเองกำลังทำตัวงี่เง่า แต่ความผูกพันกับกระต่ายในชาติก่อนทำให้นางทำใจกินมันไม่ได้จริงๆ

หวังต้าซานถอนหายใจยาว “เจ้าเลือกเอาว่าจะอดตายหรือจะยอมกินสิ่งที่ข้าหามาให้”

“ถ้าท่านไม่กินกระต่ายตัวนี้…” หลี่เจียวซินรีบพูดโพล่งออกมาอย่างมีความหวัง เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีอ่อนลง “ข้าจะหาอย่างอื่นอร่อยกว่ามาให่ท่านกิน

หวังต้าซานเลิกคิ้วสูงขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมกริบมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เจ้าจะเสกอาหารออกมาจากอากาศหรือจะจับเสือมาให้ข้าหนึ่งตัว?”

“ข้า…ข้าจะหาวัตถุดิบมาทำอาหารเลิศรสให้ท่านกิน!” หลี่เจียวซินประกาศกร้าว แม้ว่าในใจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองจะหาอะไรได้บ้างในป่าหน้าแล้งเช่นนี้

“อาหารเลิศรส?” หวังต้าซานหัวเราะออกมาดังลั่น คราวนี้ไม่ใช่เสียงเยาะหยัน แต่เป็นเสียงขบขันที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน “หลี่เจียวซิน! ศีรษะเจ้าถูกกระทบกระเทือนหนักกว่าที่ข้าคิดเสียอีก! เจ้าจะเอาอะไรมาทำอหาร?....ก้อนหินย่างหรือใบไม้ต้ม?”

“ท่านอย่าดูถูกข้านะ!” หลี่เจียวซินรู้สึกโกรธที่ถูกหัวเราะเยาะ “ท่านให้เวลาข้าเพียงครึ่งชั่วยาม! ข้าจะเข้าไปในป่าเพื่อหาวัตถุดิบมาทำอาหารให้ท่านกิน...ถ้าท่านได้กินแล้วต้องปล่อยกระต่ายตัวนี้ไป!”

หวังต้าซานเงียบไปทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบจ้องมองนางอย่างระแวง

“ครึ่งชั่วยาม?” เขาเน้นคำ “เจ้าคิดว่าข้าโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ? เจ้ากำลังหาข้ออ้างที่จะหนีไปต่างหาก!”

“ข้าไม่ได้หนี! ข้าสาบานได้!” หลี่เจียวซินเถียงอย่างร้อนรน

หวังต้าซานยังคงลังเล เขามองไปยังกระต่ายป่าที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในมือสลับกับใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาก็อยากรู้นักว่านางจะหาอะไรในป่าไผ่อะไรได้

“ถ้าเจ้าหนีไป ข้าจะตามล่าเจ้า และข้าจะลงโทษจนเจ้าอยากร้องขอความตาย” หวังต้าซานขู่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

“ข้าไม่หนีหรอกน่า!” หลี่เจียวซินยืนยันอย่างหงุดหงิดที่เขาข่มขู่อยู่เรื่อย

หวังต้าซานถอนหายใจยาวอย่างหมดความอดทน

“ตกลง! ข้าจะให้เวลาเจ้าครึ่งชั่วยาม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “ถ้าเจ้ากลับมาพร้อมกับอาหารที่ทำให้ข้าพึงพอใจได้ ข้าจะปล่อยกระต่ายตัวนี้ไป!”

หลี่เจียวซินพยักหน้ารับคำตอบของเขาอย่างรวดเร็ว

หวังต้าซานมองนางอย่างเย็นชา ก่อนจะถือกระต่ายป่าเดินเข้าไปที่ด้านข้างของกระท่อม เขาใช้เชือกมัดขาของมันกับกรงไม้สำหรับดักสัตว์อย่างแน่นหนาเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะหนีไปไหนไม่ได้ แล้วจึงเดินกลับมานั่งที่กองฟืนหน้ากระท่อม

หลี่เจียวซินไม่รอช้า นางรีบวิ่งเข้าไปในป่าไผ่ด้านหลังกระท่อมอย่างไม่คิดชีวิต นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครึ่งชั่วยามนั้นนานแค่ไหนในยุคนี้ แต่รู้เพียงว่าต้องเร่งมือหาวัตถุดิบ

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาได้เพียงรำไร อากาศเย็นชื้นและมีกลิ่นอับของใบไม้แห้ง หลี่เจียวซินหยุดวิ่งเมื่อเข้ามาลึกพอสมควร นางพยายามกวาดสายตาหาอะไรบางอย่างที่พอจะนำไปทำ

เห็ด? ไม่มี!

หน่อไม้? ไม่มี!

ผักป่า? ไม่มี!

มีแต่ต้นไผ่สูงเสียดฟ้ากับใบไผ่แห้งๆ ที่กองอยู่เต็มพื้น

“ให้ตายเถอะ!!” หลี่เจียวซินบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด นางเริ่มรู้สึกสิ้นหวัง และนึกถึงใบหน้าของหวังต้าซานที่คงจะหัวเราะเยาะนางอย่างสมเพช เมื่อนางกลับไปมือเปล่า

นางทรุดตัวลงนั่ง พลางกุมศีรษะที่เริ่มปวดตึบๆ ขึ้นมาอีกครั้ง “นี่ฉันต้องทำยังไงดีเนี่ย?”

ทันใดนั้นเอง! สายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ผิดปกติที่พื้นดินข้างต้นไผ่ ดินบริเวณนั้น แตกระแหงเป็นริ้วเล็ก ๆ อย่างผิดสังเกต ทั้งที่บริเวณอื่นปกคลุมไปด้วยใบไผ่แห้ง ๆ และดินที่ดูแข็งกระด้าง

‘ดินแตก? ปกติถ้าไม่ใช่หน้าแล้งจัด ๆ ดินจะไม่แตกง่ายขนาดนี้ แต่มันก็ดูเหมือน...เหมือนจะมีอะไรดันขึ้นมาจากข้างล่าง?’

ในฐานะสาวมั่นยุค 2025 ที่ชอบดูรายการทำอาหารและสารคดีเอาชีวิตรอด ขนมผิงในร่างของหลี่เจียวซิน รู้ดีว่าการแตกของผิวดินแบบนี้มักมีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้พื้น

นางรีบมองหาสิ่งที่พอจะใช้ขุดได้ ดวงตาคมโตสอดส่องไปทั่ว แล้วก็พบเศษกิ่งไผ่ที่หักปลายแหลมอันหนึ่ง นางคว้ามันมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลงมือขุดลงไปบริเวณดินที่แตกระแหงนั้นอย่างไม่ลังเล

จึก! จึก! จึก!

นางค่อย ๆ แงะดินแห้ง ๆ ออกอย่างระมัดระวัง ใช้ปลายกิ่งไม้แซะไปรอบ ๆ อย่างใจเย็น เมื่อขุดลึกลงไปประมาณหนึ่งฝ่ามือ นางก็เห็นปลายยอดอ่อนสีขาวนวลก็ค่อย ๆ โผล่พ้นดินออกมา

“นี่มัน!”

หลี่เจียวซินเบิกตากว้างด้วยความดีใจจนแทบกรี๊ดออกมา! มันคือ หน่อไม้! หน่อไม้ที่เพิ่งจะงอกพ้นดินขึ้นมาใหม่ ๆ ที่เรียกว่าหน่อดินหรือ หน่อตง หน่อไม้อ่อน ๆ ที่ยังไม่ได้รับแสงแดดนี้จะมีรสชาติหวานกรอบ ไม่ขมเท่าหน่อที่โผล่พ้นดินแล้ว

‘หน่อไม้! ฉันรอดแล้ว!’ ความคิดเรื่องเมนูอาหารที่ใช้หน่อไม้ทำแล่นเข้ามาในหัวของนางอย่างรวดเร็ว

นางรีบใช้กิ่งไม้ค่อย ๆ ขุดรอบ ๆ จนสามารถดึงหน่อไม้ต้นแรกขึ้นมาได้สำเร็จ หน่ออวบอ้วนสีขาวนวล ยาวประมาณหนึ่งผ่ามือยังคงมีดินติดอยู่เล็กน้อย และมันคือขุมทรัพย์ของนางในยามนี้

นางก้มลงมองบริเวณเดิมอีกครั้ง พลันก็นึกขึ้นได้ว่าต้นไผ่หนึ่งกอไม่ได้มีหน่อไม้แค่นี้แน่นอน

หลี่เจียวซินรีบเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณรอบ ๆ กอไผ่ต้นนั้นอย่างรวดเร็ว นางกวาดใบไผ่แห้ง ๆ ออก แล้วพยายามมองหาสัญญาณของดินที่แตกเหมือนเดิม

และนางก็พบเข้าอีก รอยแตกที่คล้ายกันถึงสี่ห้าจุด กระจายอยู่ไม่ห่างกันนัก

“เยี่ยม! เยี่ยมไปเลย!” นางพึมพำอย่างตื่นเต้น ราวกับค้นพบขุมทรัพย์ทองคำ

นางหันหลังวิ่งออกจากป่าไผ่อย่างรวดเร็ว นางวิ่งสุดกำลังในชุดเสื้อผ้าตัวในของหวังต้าซานที่หลวมโพรกราวกับถุงกระสอบป่าน นางไม่ได้สนใจแล้วว่าชุดจะหลุดลุ่ยหรือไม่ สิ่งที่อยู่ในใจมีเพียงคำว่ากระต่ายน้อยตัวนั้นมีชีวิตรอดแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel