บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 กระต่ายย่าง

ตอนที่ 2 กระต่ายย่าง

เมื่ออยู่เพียงลำพัง หลี่เจียวซินก็เดินไปสำรวจตัวเองในกระจกที่แขวนอยู่บนเสาไม้ของกระท่อม ร่างนี้มีใบหน้างดงาม แต่ผิวคล้ำเสียและหยาบกร้านเนื่องจากทำงานหนักและขาดการดูแล รูปร่างของนางอาจจะสูงโปร่ง แต่ก็มีทรวดทรงองค์เอวที่น่ามอง ดวงตาคมโตยังคงเป็นประกายสดใส ริมฝีปากอวบอิ่มแห้งเล็กน้อย

“ถึงร่างจะเปลี่ยนไป แต่ความสวยก็ยังพอมีอยู่ ดูแลสักหน่อยเดี๋ยวก็กลับมาสวยแล้ว” หลี่เจียวซินพึมพำกับตัวเองอย่างให้กำลังใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อยอมรับความจริง

จากนั้น หลี่เจียวซินก็ตัดสินใจเดินออกจากกระท่อมเพื่อสำรวจเส้นทางหนี เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่พบร่างสูงใหญ่ของหวังต้าซาน นางจึงยิ้มอย่างมีความหวัง

ไม่รอช้ามือเรียวรีบหอบกระโปรงชุดเจ้าสาวขึ้น แล้ววิ่งออกไปจากกระท่อมอย่างไม่คิดชีวิต นางไม่รู้ว่าจะไปไหน แต่สิ่งที่นางรู้คือ นางต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน ค่อยไปคิดเอาทีหลัง

ก่อนที่นางจะถูกคนหน้าโหดนั้นจับทำเป็นแม่พันธุ์

แต่แล้ว…

“เจ้าจะไปไหน?”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นตรงหน้า หลี่เจียวซินชะงักกึก นางแทบไม่อยากเชื่อสายตา เขาโผล่มาจากไหน? เขาเป็นผีหรือยังไง?

“ข้าถามว่าจะไปไหน!” หวังต้าซานย้ำคำถามด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น

“ข้า…ข้าแค่ออกมาเดินเล่นรับลม” หลี่เซียวจินตอบเสียงตะกุกตะกัก และพยายามซ่อนความตื่นตระหนกไว้

"เดินเล่นรับลม?" หวังต้าซานเลิกคิ้ว "เจ้าคิดว่าข้ามีสมองไว้กั้นหูหรือยังไง?"

หลี่เจียวซินกัดฟัน นางรู้ว่าถูกจับได้แล้ว ก่อนที่นางจะได้ทันคิดหาทางหนี หวังต้าซานก็พุ่งเข้ามาจับตัวนางไว้ได้อย่างง่ายดาย

"ปล่อยนะ! ปล่อยข้า!" หลี่เจียวซินดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจสู้แรงของชายหนุ่มร่างกำยำได้

หวังต้าซานไม่พูดอะไรสักคำ เขาอุ้มร่างบอบบางกลับเข้าไปในกระท่อมอย่างง่ายดาย ก่อนจะจับนางมัดมือมัดเท้าไว้กับเสาไม้กลางกระท่อม

"ปล่อยข้าไปนะ! ไอ้คนป่าเถื่อน! ไอ้คนใจร้าย!" หลี่เจียวซินด่าทอด้วยความโมโห

หวังต้าซานไม่สนใจคำด่าทอเหล่านั้น เขาเพียงแค่จ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชาเหมือนเดิม ก่อนจะหันหลังเดินออกจากกระท่อมไป ทิ้งให้นางที่ถูกมัดอยู่อย่างนั้น หลี่เจียวซินตะโกนด่าทอ สาปแช่งตามหลังหวังต้าซานสารพัด

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท หลี่เจียวซินเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง นางดิ้นรนจนเจ็บไปทั้งตัว แต่ก็ไม่อาจแก้มัดได้สำเร็จ

ในขณะที่กำลังจมอยู่กับความมืดมิดและความสิ้นหวัง เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น

หวังต้าซานเดินกลับเข้ามาในกระท่อม พร้อมกับถืออะไรบางอย่างอยู่ในมือ เมื่อเข้ามาใกล้ นางก็เห็นว่าเป็นกระต่ายป่าที่ถูกย่างจนสุกส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

"กินซะ!" หวังต้าซานแก้มัดที่มือให้นาง ก่อนจะยื่นกระต่ายย่างให้

หลี่เจียวซินเบิกตากว้าง นางจ้องมองกระต่ายย่างในมือของหวังต้าซานด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธและเศร้า

ชาติก่อน...ขนมผิงเป็นคนที่รักกระต่ายมาก นางเคยเลี้ยงกระต่ายตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "ขนปุย" นางรักและดูแลมันอย่างดี แต่สุดท้ายขนปุยก็ป่วยจากนางไปอย่างไม่มีวันกลับ

"ไอ้คนใจร้าย! มันน่ารักขนาดนั้น เจ้ากล้าฆ่ามันมากินได้ยังไง!" หลี่เจียวซินตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มด้วยความโกรธแค้น น้ำตาไหลพราก

หวังต้าซานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงได้โกรธเกรี้ยวขนาดนี้ ปกติกระต่ายหนึ่งตัวมีราคาสองร้อยอีแปะ ที่สำคัญเนื้อกระต่ายป่าที่เขาย่างเองกับมือนี่นะ ปรุงรสด้วยเกลือและสมุนไพรอย่างดี มีกลิ่นหอมเนื้อนุ่มละมุนลิ้น ใครได้กินเป็นต้องซาบซึ้งใจ และยิ่งช่วงนี้หน้าแล้งแบบนี้ กระต่ายป่าหายากยิ่งกว่าทองคำเสียอีก แต่นี่ภรรยาของเขา...กลับร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรราวกับเขาไปฆ่าพ่อฆ่าแม่นางมา

“เจ้าเป็นอะไรของเจ้า?” หวังต้าซานถามอย่างหงุดหงิด “กระต่ายย่างนี่มันมีค่าแค่ไหน เจ้ารู้ไหม? คนอื่นอยากกินแทบตายยังไม่มีปัญญาได้กินมันเลย”

เขาพูดความจริง กระต่ายป่าที่เขาย่างมาให้นางนั้น กว่าจะได้มาเลือดตาแทบกระเด็น ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก แถมยังต้องรอดักซุ่มรอเหยื่อทั้งวันอย่างใจเย็น

"ถ้าเจ้าไม่กิน งั้นข้ากินเองนะ" หวังต้าซานพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ นาง แล้วเริ่มฉีกเนื้อกระต่ายกินอย่างเอร็ดอร่อย

หลี่เจียวซินมองภาพนั้นอย่างรับไม่ได้ ก่อนจะเบือนหน้าหนี เพราะไม่อยากเห็นภาพกระต่ายถูกกินต่อหน้าต่อตา และด่าทอเขาต่อไปคงไม่มีประโยชน์อะไร

“หวังต้าซาน...” หลี่เจียวซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

หวังต้าซานชะงักเล็กน้อย เหลือบมองนางด้วยสายตาที่ยังคงอ่านไม่ออก “เรียกข้าว่าท่านพี่”

หลี่เจียวซินกัดฟัน คำว่า ‘ท่านพี่’ นี่มันกระดากปากนางยิ่งนัก “ข้าเรียกท่านแบบนั้นไม่ได้หรอก” นางตอบเสียงแข็ง

หวังต้าซานยักไหล่ ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ เขาก้มลงแทะเนื้อกระต่ายต่ออย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนของเขาทำให้นางยิ่งโมโห

“ข้าจะหาเงินห้าตำลึงทองมาคืนให้ท่าน” หลี่เจียวซินพูดเสียงดังขึ้น “ขอแค่ท่านปล่อยข้าไป”

หวังต้าซานเงยหน้าขึ้นมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ “เจ้าเนี่ยนะ! จะหาเงินมาให้ข้า? อย่ามาพูดจาไร้สาระหน่อยเลย”

“ข้าไม่ได้พูดเล่น! ข้ามีความรู้ ข้ามีความสามารถ ข้าทำอะไรได้หลายอย่าง ข้าจะหาเงินมาให้ท่านได้จริงๆ ท่านต้องเชื่อข้า”

หวังต้าซานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “ข้าไม่เชื่อ”

หลี่เจียวซินรีบพูด “ข้าสาบาน! ถ้าภายในห้าวันข้าหาเงินมาให้ท่านไม่ได้ ท่านจะทำอะไรกับข้าก็ได้”

หวังต้าซานยังคงไม่เชื่อถือ “ถึงเจ้าหาเงินมาให้ข้าได้แล้วอย่างไร? ข้าต้องการลูกชายไม่ใช่เงิน!”

หลี่เจียวซินกัดฟัน นางรู้ว่าเขาไม่มีทางปล่อยนางไปง่าย ๆ แน่

“ทำตัวดีๆ แล้วรีบมีลูกชายให้ข้า ข้าอาจจะปล่อยเจ้าไปเร็วขึ้น...เมื่อถึงเวลานั้น” หวังต้าซานพูดเสียงเย็น

“ถ้าอย่างนั้น...ข้าจะเพิ่มเงินให้ท่านอีกห้าสิบตำลึงทอง ท่านจะปล่อยข้าไปไหม?”

หวังต้าซานเงยหน้ามองนางอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่นางอย่างพิจารณา ก่อนจะหัวเราะเยาะอีกครั้ง “น้ำหน้าเจ้าเนี่ยนะ จะหาเงินสิบตำลึงทองมาให้ข้า?”

คำพูดของหวังต้าซานทำให้นางโกรธจนควันออกหู แต่ก็พยายามควบคุมอารมณ์ไว้ นางต้องแกล้งทำยอมจำนนต่อเขาไปก่อน

หวังต้าซานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาคมกริบราวเหยี่ยวจ้องมองนางอย่างพิจารณา เขายิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปแก้มัดที่ข้อเท้าของนาง

“มานี่!” เขากระชากร่างของนางให้ลุกขึ้นตาม

“โอ๊ย!” หลี่เจียวซินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด นางพยายามขัดขืน แต่ก็ไม่อาจสู้แรงของชายหนุ่มได้เหมือนเคย

หวังต้าซานลากนางออกจากกระท่อมอย่างไม่ปรานี ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง หลี่เจียวซินเห็นว่าเขากำลังพานางเดินผ่านป่าไผ่ไปยังลำธาร

“ท่านจะพาข้าไปไหน?” นางถามเสียงสั่น

“ไปอาบน้ำ ข้าทนนอนกับเจ้าที่สกปรกมอมแมมแบบนี้ไม่ไหวหรอกนะ” หวังต้าซานตอบเสียงห้วน

หลี่เจียวซินทำหน้ายู่ใส่เขาแทบจะทันที เขาต่างหากที่ดูสกปรกมอมแมม แต่ต้องรีบปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติก่อนที่เขาจะสังเกตเห็น นางได้แต่คิดในใจอย่างขุ่นเคือง

‘ชิ! พูดไม่ดูสารรูปตัวเองเลยนะพ่อคุณ! ตัวเองก็ไม่ต่างจากคนป่า หนวดเครารกรุงรัง ตัวก็สูงใหญ่อย่างกับหมีควาย!’

ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนโกรธเคือง แต่ภายในใจของหลี่เจียวซินกลับรู้สึกอ่อนล้าและสิ้นหวัง นางต้องอดทนและรอหาจังหวะโอกาสหนีอีกครั้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel