บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 เจ้าสาวห้าตำลึง

ตอนที่ 1 เจ้าสาวห้าตำลึง

"ฮือๆๆๆๆๆ ปล่อยข้า! ข้าไม่แต่ง! ข้าไม่อยากแต่งกับคนป่าหนวดเครารุงรังนั่น!"

เสียงร้องไห้โหยหวนของหลี่เจียวซินดังลั่นไปทั่วบริเวณถนนตรงหน้าบ้าน ทำเอาชาวบ้านที่มายืนมุงดูต่างพากันรู้สึกสงสารนาง หญิงสาวร่างผอมบางในชุดเจ้าสาวสีแดงสดดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของบิดากับมารดาที่จับนางไว้ได้

"ซินเอ๋อร์อย่าดื้อรั้นนักเลย แต่งๆ ไปเถอะน่าจะได้หมดเรื่องหมดราว" หลี่เหล่าฮั่น ผู้เป็นพ่อร้องบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความลำบากใจ

“พวกท่านก็รู้ว่าข้าไม่ชอบเขา! ทำไมต้องบังคับข้าด้วย!” หลี่เจียวซินโต้ตอบทั้งน้ำตา นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านพ่อกับท่านแม่ถึงใจร้ายกับนางได้ขนาดนี้ ทั้งที่ผ่านมานางทำงานหนักทุกอย่างช่วยพวกท่านมาตลอด

“โธ่! ลูกก็รู้ว่าครอบครัวเรากำลังลำบาก ถ้าไม่ได้เงินจากหวังต้าซาน พวกเราจะเอาอะไรกิน” จางซื่อผู้เป็นแม่พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวล เพราะที่บ้านยังมีปากท้องที่ต้องเลี้ยงดูอีกสามชีวิต แม่กับพ่อสามีและลูกชายคนเล็กของนางวัย10 ขวบ ดังนั้นเงินห้าตำลึงทองจากหวังต้าซานคงสามารถต่อชีวิตพวกเขาไปได้อีกหลายปี ให้หลี่เจียวซินอยู่กับหวังต้าซานอย่างน้อยก็ดีกว่าขายนางให้กับหอนางโลมอย่างที่นางกับสามีคิดในตอนแรก

“เงิน! เงิน! เงิน! ในหัวของพวกท่านมีแต่เรื่องเงิน ข้าอยากจะรู้นักว่าจริงๆแล้ว ข้าใช่ลูกสาวของพวกท่านหรือไม่?..." หลี่เจียวซินแหวใส่มารดาด้วยความโกรธ นางรู้สึกเหมือนถูกทรยศจากคนที่นางรักมากที่สุด "

"หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้วนะหลี่เจียวซิน!"

หลี่เหล่าฮั่นตวาดลั่น ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอายขายหน้าต่อหน้าชาวบ้านที่ยืนมุงดู น้ำเสียงของเขาทั้งเกรี้ยวกราดและเด็ดขาดจนหลี่เจียวซินสะดุ้งตัวโยน ความกลัวต่อบิดาทำให้เสียงร้องไห้ของนางขาดหายไปชั่วขณะ

"เจ้าเป็นลูกสาวคนโตก็ต้องรู้จักเสียสละ! อย่าทำตัวเป็นลูกอกตัญญู!"

เขาไม่รอให้ลูกสาบตอบโต้ หลี่เหล่าฮั่นจับแขนลูกสาวไว้แน่นแล้วออกแรงกระชากลากนางให้เดินตามไปอย่างแรง โดยมีจางซื่อคอยดันหลังและซับน้ำตาไปด้วยความรู้สึกผิดและจำใจ

"ฮือๆๆ ท่านพ่อ... ท่านแม่..." หลี่เจียวซินได้แต่ร้องไห้ในลำคอ พยายามดึงแขนออกแต่ก็สู้แรงของบิดาไม่ได้

หลี่เหล่าฮั่นลากบุตรสาวไปตามทางลูกรังที่มุ่งหน้าไปยังภูเขาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ภูเขาลูกนั้นมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับหมาป่าและสัตว์ป่าดุร้ายที่ชุกชุม ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะย่างกรายเข้าไป ชาวบ้านที่เคยยืนมุงดูต่างแยกย้ายกันไป

หลังจากเดินมาเกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดภาพของกระท่อมไม้ซอมซ่อหลังเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันตั้งอยู่กลางป่าไผ่ที่ดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดและวังเวง

หลี่เจียวซินหยุดชะงัก ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัว จางซื่อมองลูกสาวด้วยสายตาขอโทษ

“ถึงแล้ว” หลี่เหล่าฮั่นเอ่ยเสียงดัง น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อมาถึงจุดหมาย เขารู้สึกโล่งใจแต่ก็อดรู้สึกผิดกับลูกสาวไม่ได้

“ขอบคุณที่พานางมาส่ง” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากในกระท่อม

หลี่เจียวซินเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าเนื้อหยาบก้าวออกมาจากกระท่อม ใบหน้าคมเข้มซ่อนอยู่ภายใต้หนวดเคราดกหนา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจับจ้องมาที่นางด้วยสายตาเย็นชา

“หวังต้าซาน…” หลี่เจียวซินพึมพำชื่อของเขา นางรู้สึกราวกับถูกแช่แข็งด้วยสายตาคู่นั้น

“ไม่!...ข้าไม่แต่ง! ข้าไม่มีวันแต่งงานกับคนป่าอย่างเจ้า!” หลี่เจียวซินตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความรังเกียจ นางไม่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับคนป่าและในกระท่อมทรุดโทรมแบบนี้

“เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก! พ่อแม่ของเจ้าขายเจ้าให้ข้าแล้ว” หวังต้าซานตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แต่ข้าไม่ยอม!” หลี่เจียวซินก็เถียงกลับทันควันเช่นกัน

“จะยอมหรือไม่ก็เรื่องของเจ้า!...แต่หน้าที่ของเจ้าคือคลอดลูกชายให้ข้า” หวังต้าซานตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่มีทาง! ข้าไม่มีวันทำตามที่เจ้าต้องการ!” หลี่เจียวซินประกาศกร้าว นางมองหน้าหวังต้าซานด้วยสายอาฆาต ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของพ่อแม่ แล้ววิ่งพุ่งตรงไปยังเสาไม้ที่ค้ำยันกระท่อม

ปัง! ร่างของหลี่เจียวซินกระแทกเข้ากับเสาไม้หน้ากระท่อมอย่างแรง จนสติของนางดับวูบ

“ซินเออร์!” หลี่เหล่าฮั่นและจางซื่อร้องลั่นด้วยความตกใจ ทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างลูกสาว

“ซินเออร์! ลูกเป็นอะไรไหม! ฟื้นสิลูก!” จางซื่อเขย่าร่างของหลี่เจียนวซินอย่างแรง ใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยความกังวล

“ตายแล้ว! ซินเอ๋อร์ต้องตายแน่ๆ!” จางซื่อร่ำไห้เสียงดัง นางไม่เคยคิดเลยว่าลูกสาวจะกล้าทำถึงขนาดนี้

หวังต้าซานยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้แสดงความตกใจหรือเสียใจออกมาแม้แต่น้อย

“ยะ...แย่แล้วซินเอ๋อร์ไม่หายใจแล้ว!” จางซื่อร้องโวยวายเสียงดัง เมื่อนางเอามืออังที่จมูกของลูกสาวเพื่อตรวจสอบลมหายใจ

“อย่าพูดอะไรพล่อยๆ” หลี่เหล่าฮั่นดุภรรยา เขารีบนั่งลงข้างภรรยา แล้วยื่นมือไปอังที่จมูกของลูกสาว ก่อนที่มือของเขาจะสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

“นางยังหายใจอยู่” หลี่เหล่าฮั่นเอ่ยเพียงเท่านั้นก็รีบลากภรรยาจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจลูกสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่

“เฮ้! พวกท่านจะไปไหน! นางยังไม่ฟื้นเลยนะ!” หวังต้าซานตะโกนไล่หลัง แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้หันกลับมามอง เขาไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวตระกูลหลี่จะใจดำอำมหิตกับลูกสาวได้ถึงเพียงนี้

หวังต้าซานมองร่างของหลี่เจียวซินที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะตัดสินใจอุ้มนางขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปในกระท่อม

เขาวางร่างของนางลงบนเตียงไม้เก่าๆ อย่างเบามือ เขามองสำรวจใบหน้าของนางอย่างพิจารณา พลันสายตาก็สะดุดอยู่ที่หน้าอกที่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งการขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ

ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นริ้วไปทั่วสันหลัง หวังต้าซานไม่รอช้า รีบยื่นมือไปอังที่ใต้จมูกของหลี่เจียวซินอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่านางยังหายใจอยู่แม้จะแผ่วเบา

ลมหายใจแผ่วเบาอุ่นๆ รินรดฝ่ามือ

หวังต้าซานถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะรีบเขย่าร่างของหลี่เจียวซินอย่างแรง

“ฟื้นสิ! เจ้าอย่ามาตายง่ายๆ นะ!” เขาตะโกนเรียก หวังว่าเสียงของเขาจะสามารถปลุกนางให้ตื่นขึ้นมาได้

“อืม…” เปลือกตาของหลี่เจียวซินขยับเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ

นางกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความมึนงง เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มที่มีหนวดเคารุงรังของผู้ชายคนหนึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม

“ที่นี่…ที่ไหน?” หลี่เจียวซินพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา สมองของนางยังคงว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำใดๆ หลงเหลืออยู่เลย

หวังต้าซานจ้องมองนางด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เจ้าอยู่ที่กระท่อมของข้า”

“กระท่อม?” หลี่เจียวซินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นางพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง จนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย!”

หวังต้าซานรีบประคองนางให้นอนลงตามเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“อย่าเพิ่งลุก เจ้าเพิ่งโขกหัวกับเสาไม้ไปเมื่อกี้นี้เอง”

“โขกหัว?” หลี่เจิยวซินทวนคำอย่างงุนงง ก่อนที่ภาพเหตุการณ์ต่างๆ จะเริ่มไหลเข้ามาในหัวของนางอย่างรวดเร็ว

เธอจำได้แล้ว! เธอชื่อขนมผิง เธอกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือกับเพื่อนๆ อยู่ดีๆ แล้วลูกชิ้นดันติดคอขึ้นมา

"หรือว่า...ฉันตายแล้ว?” ขนมผิงพึมพำด้วยความสับสน

“ตายแล้วอะไรของเจ้า?” หวังต้าซานถามด้วยความสงสัย

“ไม่!…ไม่ใช่” ขนมผิงตบหน้าของตัวเองอย่างแรง เธอพยายามตั้งสติ และทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เธอถามด้วยสีหน้ามึนงง

“พ่อแม่ของเจ้าขายเจ้าให้ข้า” หวังต้าซานตอบอย่างตรงไปตรงมา แม้จะแปลกใจกับคำพูดของนาง ที่นางพูดจาแปลก ๆ ‘สงสัยนางคงจะเลอะเลือนเพราะศีรษะกระแทกแรงเกินไป’ เขาคิดในใจ

“ขาย?” ขนมผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“ใช่” หวังต้าซานพยักหน้า “และตอนนี้เจ้าก็เป็นภรรยาของข้าแล้ว”

ขนมผิงส่ายหน้าหวือทันที “ไม่ใช่! ฉันไม่ใช่ภรรยาของนาย!”

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธข้า! พ่อแม่ของเจ้ารับเงินจากข้าไปแล้ว!” หวังต้าซานตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง

“ฉัน…” ขนมผิงอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ผู้ชายหน้าโหดตรงหน้าเข้าใจได้อย่างไรว่าเธอมาจากโลกอื่น แล้วเข้ามาอยู่ในร่างของผู้หญิงคนนี้

“ถ้าเจ้าอยากตายนัก ข้าก็ไม่ขัดข้อง” หวังต้าซานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่ก่อนตาย เจ้าต้องคลอดลูกชายให้ข้าก่อน”

“ห๊าา!?” ขนมผิงที่อยู่ในร่างหลี่เจียวซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจอีกครั้ง “นะ…นายว่าอะไรนะ? คลอดลูกชาย?”

“ใช่” หวังต้าซานพยักหน้า “ถ้าเจ้าไม่มีลูกชายให้ข้า ก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยเจ้าไป”

“นายมันบ้าไปแล้ว!” หลี่เจียวซินตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโหโม ที่เขาจะจับนางเป็นแม่พันธุ์

หวังต้าซานไม่พูดต่อแม้จะแปลกใจกับคำพูดของนาง ที่นางพูดจาแปลก ๆ ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา เขาหันหลังเดินออกไปนอกกระท่อม ปล่อยให้นางอยู่คนเดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel