บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เจ้าหนี้

เสียงทุบประตูดังโครมครามปานบ้านจะถล่มและเสียงด่าทอของป้าจางที่ดังไม่หยุดทำให้เสี่ยวเป่าสะดุ้งสุดตัวจนไหล่สั่น ตะเกียบในมือน้อยๆร่วงหล่นกระทบโต๊ะจนเกิดเสียงดัง เคร้ง! เด็กน้อยหวาดกลัวจนหน้าถอดสี รีบวิ่งเข้าไปหลบที่มุมหนึ่งของบ้านทันที

หลินชิงวางตะเกียบในมือลงช้าๆแล้วจึงถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เจ้าของร่างเดิมสร้างเรื่องราวทิ้งเอาไว้ให้เธอต้องมาตามแก้อีกแล้ว ทั้งที่สถานการณ์เริ่มจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ แต่กลับมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

แล้วก็เป็นอย่างที่หลินชิงคิดเอาไว้ไม่มีผิด ทันทีที่เฉินอี้ก้าวเดินเข้ามาในบ้านแววตาที่อ่อนโยนของเขาก่อนหน้านี้พลันกลับมาเย็นเยียบและแข็งกร้าวราวทันที เขาตวัดสายตาคมกริบมองเธอด้วยความผิดหวัง

"เธอไปเอาแป้งผัดหน้ามาจากป้าจางตั้งแต่เมื่อไหร่? ไหนก่อนหน้านี้เธอบอกว่าไม่ได้ไปมาหาสู่กับป้าจางแล้วยังไงล่ะ แล้วที่ป้าจางมาตะโกนทวงค่าแป้งผัดหน้านั่นมันหมายความว่ายังไง! เงินที่เหลือเธอก็ขโมยไปใช้จ่ายส่วนตัวหมดแล้ว หลินชิงฉันไม่มีเงินช่วยใช้หนี้ให้เธอแล้วนะ!"

หลินชิงกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความผิดบาปที่ร่างเดิมก่อไว้ช่างหนักหนาจนยากจะลบล้าง เธอรู้ดีว่าหากโต้เถียงเขากลับไปเรื่องราวจะต้องบานปลายอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้อย่างนั้นหลินอี้จึงรีบเอื้อมมือของตนไปกุมมือของเฉินอี้เอาไว้แน่น

"เฉินอี้ ใจเย็นๆ ก่อนนะ ฉันยอมรับว่าที่ผ่านมาฉันทำตัวเลวร้ายและไร้หัวคิดมากๆ แต่เรื่องนี้ฉันมีวิธีจัดการ ได้โปรด เชื่อใจฉันอีกสักครั้งได้ไหม"

เฉินอี้ส่งเสียงเหอะออกมา เขาอยากจะสะบัดมือหล่อนออก แต่เมื่อหันมาเห็นแววตาที่เว้าวอนและมองเขาด้วยความสำนึกผิดเขาจึงใจอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

“เธอจะทำยังไง?”

“เชื่อฉันเถอะ ฉันมีวิธี”

เอ่ยจบหลินชิงก็ยิ้มให้เฉินอี้เล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปหาป้าจางที่ยืนรออยู่ด้านนอกทันที ตอนนี้ป้าจางกำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าบ้านด้วยใบหน้าคร่ำเครียดเต็มไปด้วยเพลิงโทสะอย่างเห็นได้ชัด ด้านหลังของป้าจางยังมีชาวบ้านอีกสองสามคนยืนจดๆ จ้องๆ ชะเง้อคอมองเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาคนชอบเรื่องซุบซิบประจำหมู่บ้าน

เมื่อเห็นว่าหลินชิงยอมออกมาพบหน้าแล้ว ป้าจางก็ปรายตามองอย่างดูแคลนก่อนจะชี้หน้าด่าทอทันที

"นังหลินชิง! แกฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้วเหรอ? ฉันนึกว่าแกตายหนีหนี้ฉันไปแล้วซะอีก ในเมื่อเสนอหน้าออกมาแล้วอย่างนั้นก็จ่ายเงินห้าหยวนที่แกติดค่าแป้งผัดหน้ามาให้ฉันซะดีดี!"

ป้าจางแผดเสียงแหลมสูงจนคนฟังรู้สึกปวดหูไม่น้อย หลินชิงเมื่อได้ฟังก็ย่นหว่างคิ้วเล็กน้อย ในความทรงจำของเจ้าร่างเดิมบอกบอกเธอว่าแป้งผัดหน้าตลับนั้นเดิมทีราคาเพียงหนึ่งหยวนเท่านั้น แต่ป้าจางกลับคิดเงินเธอตั้งห้าหยวน นี่มันทำนาบนหลังคนชัดๆ!

เงินห้าหยวนในยุคนี้สามารถซื้อหมั่นโถวได้หลายลูกและยังสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนทั้งบ้านได้นานนับเดือน หลินชิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

"ป้าจางคะ ฉันยอมรับว่าฉันติดเงินป้าจริงและจะต้องใช้คืนอย่างแน่นอน แต่การที่ป้ามาตะโกนป่าวประกาศปานจะพังบ้านกันแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้เงินในกระเป๋าของฉันงอกออกมาได้หรอกนะคะ มีแต่จะทำให้คนเขาดูถูกป้าว่าเป็นคนใจแคบเสียเปล่าๆ ฉันจำได้ว่าค่าแป้งผัดหน้านั่นมันแค่หนึ่งหยวน แต่นี่ป้ากลับมาคิดเงินฉันตั้งห้าหยวน มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ?"

"อ้าว! นังนี่ เดี๋ยวนี้หัวหมอเรอะ!"

ป้าจางเตรียมจะด่ากราดหลินชิงต่อด้วยความฉุนเฉียว แต่หลินชิงกลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

"ฟังฉันก่อน! อีกเจ็ดวันหลังจากนี้ ฉันจะเอาเงินห้าหยวน พร้อมดอกเบี้ยอีกห้าสิบเฟินไปคืนให้ป้าถึงหน้าบ้าน แต่ถ้าวันนี้ป้ายังยืนยันจะพังบ้านฉันให้ได้ ป้าก็จะได้ไปเพียงเศษไม้ผุๆ ไม่ได้เงินกลับไปแม้แต่เฟินเดียว ป้าจะเลือกเอาเงินในมือ หรือจะเลือกแค่ความสะใจที่ไม่ได้อะไรเลย หรือจะให้ฉันไปแจ้งตำรวจว่าป้าขายของเกินราคา?"

ชาวบ้านรอบข้างเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความสนอกสนใจ อีกทั้งยังคิดว่าหลินชิงคงตกน้ำจนสมองไม่ปกติเป็นแน่ วันนี้ถึงได้พูดจามีหลักการและดูน่าเกรงขามจนป้าจางยังเถียงไม่ออกแบบนี้ ป้าจางชะงักไปครู่หนึ่ง ท่าทางที่ดูฉลาดหลักแหลมผิดหูผิดตาของหลินชิงเริ่มทำให้เธอหวาดวิตก อีกทั้งมันยังอ้างตำรวจมาข่มขู่อีกด้วย ป้าจางกระแอมไอออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกับหลินชิง

"ก็ได้ แค่เจ็ดวันเท่านั้นนะ! ถ้าแกไม่เอาเงินมาให้ฉันตามที่พูดเอาไว้ ฉันจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ขับไล่ครอบครัวของแกออกจากหมู่บ้านนี้ไปซะ!"

“ตกลงค่ะ”

ป้าจางจิ้มเยาะอีกทั้งยังบอกให้เหล่าชาวบ้านช่วยกันเป็นพยานอีกด้วย ชาวบ้านบางคนไม่ชอบหน้าหลินชิงอยู่แล้วจึงช่วยผสมโรงไปกับป้าจางทันที เมื่อผู้คนแยกย้ายกันไปหมดแล้วหลินชิงจึงเดินกลับเข้ามาในบ้าน เมื่อเข้ามาถึงก็พบเข้ากับเฉินอี้ที่กำลังยืนกอดอกจ้องมองเธออยู่ ส่วนเสี่ยวเป่าก็ยืนกอดเอวบิดาของตนเองเอาไว้

"เจ็ดวันงั้นเหรอ? เธอจะไปหาเงินมาจากไหน ตอนนี้บ้านเราไม่มีอะไรเหลือให้เธอเอาไปขายแล้วนะหลินชิง แม้แต่ข้าวสารเธอก็หุงจนหมดเกลี้ยงแล้ว"

หลินชิงเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาบางๆ แววตาของหญิงสาวดูมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก

"เฉินอี้ นายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันก็เป็นลูกหลานชาวนาชาวไร่เหมือนกัน ฉันมีวิธีของฉันค่ะ รบกวนนายช่วยไปถางหญ้าตรงที่ดินหลังบ้านของเราให้หน่อยได้ไหม อ้อไปถางหญ้าตรงที่ดินท้ายหมู่บ้านด้วยก็ดี ตรงที่มันแห้งแล้งที่สุดนั่นแหละ"

เฉินอี้เมื่อได้ฟังก็ขมวดคิ้วมุ่น ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าหลินชิงคิดจะทำอะไร อีกทั้งท่าทีที่แปลกไปของเธอก็ยังทำให้เขารู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง

"ที่ตรงนั้นเป็นมันดินเค็มปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นหรอก เปล่าประโยชน์ เธออย่าหาเรื่องใช้งานฉันเพื่อระบายอารมณ์หน่อยเลย"

"เชื่อใจฉันเถอะ นะๆ"

หลินชิงยืนยันหนักแน่น ทำเอาเฉินอี้ต้องยอมจำนนต่อแววตาคู่นั้นอย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มแบกจอบมุ่งหน้าไปยังที่ดินหลังบ้านทันทีโดยมีหลินชิงที่เดินจูงมือเสี่ยวเป่าตามไปด้วยกัน เสี่ยวเป่ามีท่าทีหวาดกลัวมากแต่เมื่อถูกหลินชิงเอ่ยวาจาอ่อนโยนและเอาของกินมาหลอกล่อเขาจึงยอมให้เธอจับมือแต่โดยดี

เฉินอี้ถางหญ้าที่สวนหลังบ้านเสร็จก็ไปถางหญ้าตรงที่ดินท้ายหมู่บ้านต่อ เขาถางหญ้าไปพลางมองภรรยาไปพลาง ตอนนี้เธอกำลังเดินสำรวจรอบๆที่ดินด้วยความสนอกสนใจ อยู่ๆเฉินอี้ก็ใจเต้นแรงขึ้นมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามหลินชิง

“หลินชิง ไม่ใช่ว่าเธอหลอกให้ฉันถางหญ้าเพื่อจะเอาที่ดินฉันไปขายนะ นี่มันที่ดินแปลงสุดท้ายที่เหลืออยู่แล้วนะ!”

หลินชิงถอนหายใจออกมาหนหนึ่งก่อนจะหันมามองสามีจอมหวาดระแวงของตนเอง

“ไม่ได้ขาย ไม่ขายแน่นอน นายรีบถางหญ้าต่อเถอะ”

เฉินอี้เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ยอมถางหญ้าต่อไปแต่โดยดี เมื่อถางเสร็จแล้วก็กลับบ้านมานอนพัก คืนนั้นหลังจากที่เสี่ยวเป่าและเฉินอี้จมลึกสู่ห้วงนิทราเพราะความเหนื่อยล้าไปแล้ว หลินชิงที่นอนอยู่ข้างๆเฉินอี้ก็แอบลุกขึ้นมากลางดึก ก่อนหน้านี้เธอต้องทำใจเป็นอย่างมากที่ต้องนอนข้างๆเฉินอี้ อย่างไรเธอก็ไม่ใช่หลินชิงตัวจริงจึงค่อนข้างประหม่าไม่น้อยที่ต้องนอนอยู่ข้างกายเขา แต่ดูเหมือนเขาและเจ้าของร่างเดิมจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางกายกันมานานแล้วเฉินอี้จึงไม่ได้สนใจหรือรบกวนอะไรเธอเลยแม้แต่น้อย

หลินชิงรีบเดินมุ่งหน้ามายังที่ดินหลังบ้าน แล้วจึงใช้จิตสื่อสารเข้าไปในมิติเพาะปลูกทันที

‘ระบบ! ฉันต้องการใช้แต้มสะสมซื้อ "น้ำทิพย์เร่งโต" และเตรียมลงเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวสายพันธุ์พิเศษเดี๋ยวนี้!’

ติ๊ด ดำเนินการหักแต้มสะสม น้ำทิพย์เร่งโตพร้อมใช้งานแล้ว

หลินชิงเริ่มลงมือปลูกผักกาดขาวด้วยทักษะอันเชี่ยวชาญในทันที เพียงแค่หยดน้ำทิพย์เร่งโตลงไป ต้นอ่อนสีเขียวขจีก็งอกพ้นดินขึ้นมาต่อหน้าต่อตา ทำเอาหลินชิงถึงกับตื่นเต้นจนใจสั่นไปหมด ด้วยอัตราการเติบโตที่เหนือธรรมชาติเช่นนี้เพียงสามวัน ผักพวกนี้จะกรอบ อร่อยและมีขนาดใหญ่กว่าผักทั่วไปถึงสามเท่า

ผักพวกนี้แหละที่จะสร้างเงินห้าหยวนแรกให้กับเธอ และอาจจะช่วยสร้างอาชีพให้กับเธออีกด้วย

หลินชิงมองดูแปลงผักด้วยหัวใจที่พองโต ก่อนจะรีบหันหลังกลับเข้ามาในบ้านทันที เมื่อเดินเข้ามาในบ้านแล้วพบว่าสองพ่อลูกยังคงนอนหลับสนิทอยู่เธอก็พรูลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel