บท
ตั้งค่า

รับขวัญเข้าสกุลเหยียน

5วันหลังจากนั้นร่างกายที่เริ่มดีขึ้นก็เริ่มจัดการทำความสะอาดบ้านเพื่อสุขภาพที่ดีของเจินเจิน เรือนร่างผอมแห้งที่ลมพัดมาทีแทบปลิดปลิวทำนางหยิบจับอะไรนิดหน่อยก็รู้สึกเหนื่อย

“ฟางหรง“ เสียงเรียกหน้าประตูทำนางหันไปมอง ก่อนจะหันไปมองแขกผู้มาเยือน พบว่าเป็นพ่อสามีและภรรยาลอง

”คาราวะพ่อสามี คาราวะแม่รอง“ นางจดจำทุกคนได้จากในความฝัน

”หรงเอ๋อ ข้าสองคนต้องขออภัยที่มาเยี่ยมเจ้าช้า แม่รองกับพ่อสามีเจ้ามารับหลานน้อยเข้าตระกูล“ หลานเฟินรีบเข้ามาประคองร่างผอมบางของสะใภ้สี่บ้านใหญ่

“เชิญข้างในก่อนเจ้าค่ะ” ดีที่นางปัดกวาดในบ้านเรียบร้อย จึงพอมีที่ต้อนรับพ่อสามีและแม่รอง นางยกน้ำชามาให้ก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มบุตรสาวออกมาต้อนรับ อย่างไรเจินเจินก็ยังมีท่านปู่และย่ารอง

”แม่นางน้อยเจินเจินเจ้าค่ะ“ มือเหี่ยวย่นของเหยียนหย่งเล่อเอื้อมมารับหลานสาวที่กำพร้านัก ถูกผลักไสให้ออกมาลำบากลำบนกับคนเป็นแม่สองคน

”เหยียนเจินเจิน สิ่งของล้ำค่างั้นรึ เป็นมงคลดีสิ่งนี้ปู่มอบให้เจ้าเป็นของรับขวัญแทนสกุลเหยียน“ ถุงเงินห่อสีแดงถูกวางไว้บนอกทารกน้อย เฟิงหรงรู้สึกซึ้งน้ำใจนัก อย่างน้อยการมาอยู่ที่นี่ของนางก็พอเจอคนมีเมตตา

”ส่วนนี่ของย่ารอง ผ้าไหมทอมือกับเครื่องประดับเงินนี้เพื่อภายหน้าเจินเจินน้อยจะได้มีของสินเดิมติดตัวเสียหน่อย“ นางทำความเคารพพ่อเฒ่าเหยียนและแม่รองอย่างน้อบน้อม

”หรงเอ๋อ เรื่องเจ้าสี่เจ้าอย่าเป็นกังวลไป ข้าเองกำลังตามข่าวอยู่ ไม่มีรายงานจากทางการเรายังพอมีหวัง“ หย่งเล่ออยากช่วยให้มากกว่านี้ แต่ลำพังการดูแลสองบ้านก็ถือว่าลำบากพอสมควร ยิ่งบรรดาหลานๆเริ่มโตต้องเข้าหอศึกษายิ่งมีค่าใช้จ่ายมากมาย

”ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้ายังมีเพื่อนบ้านที่ดีอย่างท่านยายลี่ อยู่กับเจินเจินน้อยก็ไม่เหงามาก เดิมทีข้าเองตั้งใจจะปลูกผักขาย แต่รอร่างกายแข็งแรงอีกนิด ท่านพ่อไม่ต้องเป็นกังวลไปเจ้าค่ะ“ นางเข้าใจดีทุกคนต่างมีภาระ นางเองก็ต้องสู้และยืนหยัดเองให้ได้

”ลำบากเจ้าแล้วจริงๆหรงเอ๋อ“

หลังจากพ่อสามีพาภรรยารองกลับไป นางเองก็เริ่มจัดที่ทาง เดิมทีบ้านหลังนี้ไม่มีห้องแยกมีเพียงห้องนอนโล่งๆเห็นทีว่าหากเริ่มขายผักได้ต้องปรับปรุงเสียใหม่

”อาหรง“ เสียงลู่หลินสะใภ้บ้านแม่เฒ่าบี่มาเรียกนางอยู่หน้าบ้าน นางจึงอุ้มบุตรสาวออกมาด้วย

“พี่หลิน เชิญข้างในเจ้าค่ะ” นางเชื้อเขิญเข้ามาในบ้าน ก่อนจะเตรียมน้ำชามาวาง

“หืม เดี๋ยวนี้เจ้ามีของพวกนี้แล้วหรือเดิมทีเจ้าบอกข้าว่าหากเจ้าทำการค้าได้จะให้ข้าพาไปเลือกซื้อ” นางลู่หลินที่อุ้มเจินเจินอยู่ถามอย่างแปลกใจ

“พ่อสามีข้ามาเยี่ยม แม่รองจึงนำติดมือมาให้เจ้าค่ะ” ไม่รู้จะอ้างอะไร นางจึงอ้างคนที่พึ่งกลับไปเพียงไม่นานแทน

“อ๋อ ดีจริงเชียวคนพึ่งคลอดเช่นนี้น้ำอุ่นจำเป็นมากมาย” ดูเอาเถิด ว่าชีวิตเฟิงหรงแล้งแค้นขนาดที่แม้แต่ชุดชาในบ้านก็ไม่มี ถ้วยชามกินข้าวมีเพียงสองใบ เรื่องข้าวปลาไม่ต้องพูดถึง ธัญพืชต้มเกลือคืออาหารที่กินทุกวัน

“ข้าเกือบลืม แม่สามีให้ข้ามาแจ้งแก่เจ้า หากเจ้าปลูกผักขายมีคนบ้านหานที่อาสารับสิ่งของไปส่งในตลาดให้ แม่สามีข้าไปคุยให้แล้ว เขาคิดเพียงหนึ่งส่วนสี่ของราคาของทั้งหมด” นางรีบแจ้งข่าวดีแก่เด็กสาวข้างบ้านที่ชะตาอาภัพนัก

“เช่นนั้นหมายความว่า หากข้าขายได้ห้าสิบอีแปะข้าจะได้รับเงินเพียงสามสิบเจ็ดอีแปะใช่หรือไม่เจ้าคะ“ ลู่หลินพยักหน้า

”ไว้รอให้แม่นางน้อยโตอีกหน่อย เจ้าค่อยเข้าไปขายเองบ้านหานมิว่าอันใด แต่ตอนนี้อยากช่วยเจ้าและเจินเจินมากกว่า“ นางยิ้มด้วยความดีใจถึงอย่างไรก็มีรายได้เข้ามาอยู่ดี

”พี่หลินเจ้าคะ หากวันพรุ่งนี้ข้าจะฝากเจินเจินสักเดี๋ยวได้หรือไม่เจ้าคะ พ่อสามีข้ามอบเงินขวัญถุงให้เจินเจินข้าจะไปดูผ้ามาเย็บเสื้อให้ลูกเสียหน่อย“ จริงๆนางอยากไปสำรวจตลาดเสียมากกว่า อยากรู้ว่าพอจะหารายได้จากทางใดได้บ้าง

”ได้สิ เจ้าไปขึ้นเกวียนท่านลุงหานได้ จ่ายเพียง2อีแปะเท่านั้น“ หากไปตลาดค่อยไปดูของใช้ที่จำเป็น สมองไพล่คิดไปถึงไข่มุกและอัญมณี ในมิติลับหากแบ่งออกมาขายเสียหน่อยคงไม่เป็นอะไร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel