บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ไม่เหมือนในนิยาย

ตอนที่ 2 ไม่เหมือนในนิยาย

สี่วันในโรงพยาบาลผ่านไปอย่างเชื่องช้าและเงียบเหงาจนน่าใจหาย เสิ่นอวี่ถงนอนมองเพดานห้องพักผู้ป่วยสลับกับปฏิทินกระดาษบนผนังวันแล้ววันเล่า บาดแผลที่ข้อมือซ้ายเริ่มแห้งและตกสะเก็ด อาการเจ็บปวดในวันแรกทุเลาลงจนเหลือเพียงความรู้สึกชาหนึบ แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บยิ่งกว่าบาดแผลภายนอก คือความเงียบงันภายในห้องพักผู้ป่วยห้องนี้

ตลอดเวลาสี่วันที่เธอต้องนอนพักฟื้น... ไม่มีคนตระกูลเสิ่นหรือตระกูลโจวโผล่หัวมาเลยสักคนเดียว มีเพียงแค่พยาบาลที่เข้ามาวัดไข้และล้างแผลเปลี่ยนผ้าก๊อซให้เธอเท่านั้น

ในนิยายบรรยายเอาไว้ชัดเจนว่า เสิ่นอวี่ถงคือคุณหนูผู้เอาแต่ใจที่ได้รับการเลี้ยงดูราวกับเจ้าหญิง เป็นเพชรเม็ดงามของตระกูลเสิ่น ที่พ่อแม่รักใคร่ตามใจจนเสียคน แต่ความจริงที่เธอเผชิญอยู่ในตอนนี้กลับสวนทางกับตัวอักษรเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง ถ้าพวกเขารักลูกสาวคนนี้จริง ลูกสาวกรีดข้อมือฆ่าตัวตายขนาดนี้ ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็ต้องมีใครสักคนโผล่หัวมาดูดำดูดีบ้างสิ?

แม้แต่โทรศัพท์สักสายจากคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นก็ยังไม่มี

"หรือว่า... เนื้อเรื่องในนิยายมันจะบิดเบือน?" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองขณะมองดูสายน้ำเกลือที่ข้อมือ

เมื่อครบกำหนดวันออกจากโรงพยาบาล ถิงถิงก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาอยู่ในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีฟ้าอ่อนตัวเดิมที่เธอสวมในวันแรก พี่พยาบาลเป็นคนเอาไปส่งซักให้

เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลผู้ป่วยในเพื่อจัดการเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่าย ในใจเตรียมพร้อมที่จะโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลเสิ่น แต่พยาบาลวัยกลางคนกลับยิ้มให้เล็กน้อยอย่างสุภาพ

“คุณผู้หญิงคะ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงค่าห้องพิเศษ ทางเลขาของท่านประธานโจวจ่ายให้เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณสามารถเซ็นชื่อและกลับบ้านได้เลยค่ะ”

“อ้อ... ขอบคุณค่ะ” เสิ่นอวี่ถงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยตาบ้านั่นก็ยังสั่งคนให้มาเคลียร์เงิน ไม่ปล่อยให้เธอถูกกักตัวไว้ที่นี่

ทว่าเมื่อเดินลงมาถึงหน้าตึกโรงพยาบาล ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ สนามหญ้าและลานจอดรถที่มีรถจอดอยู่ไม่กี่คัน

แต่ไม่มีรถยนต์ของตระกูลโจวมารอรับเธอเลย

เสิ่นอวี่ถงยืนนิ่งอยู่หน้าโรงพยาบาล ลมกระโชกแรงพัดเอาเศษใบไม้ปลิวผ่านหน้าเธอไปราวกับฉากในหนังดราม่า คนเป็นสามีคงลืมไปเสียสนิท ว่าภรรยาของเขาต้องออกจากโรงพยาบาลวันนี้ หรือต่อให้จำได้ เขาก็คงจงใจละเลยเพื่อดัดนิสัยและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ

"เหอะ ลืมฉันงั้นเหรอ? ดี! ฉันก็ไม่อยากเห็นหน้านายเหมือนกัน"

เธอเบ้ปากอย่างไม่แคร์ ก่อนจะเดินออกไปเรียกสามล้อรับจ้างที่จอดอยู่ริมทาง จุดหมายปลายทางที่เธอสั่งให้คนขับมุ่งหน้าไปไม่ใช่คฤหาสน์ตระกูลโจว แต่เป็นคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นแทน เพราะเธอต้องการไปสืบให้รู้ความจริงว่า เหตุใดครอบครัวที่นิยายเคลมว่ารักยัยคุณหนูอวี่ถงนักหนาถึงได้ทำตัวห่างเหินและเลือดเย็นเช่นนี้

รถสามล้อจอดลงที่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดบานยักษ์ของตระกูลเสิ่น คนรับใช้เก่าแก่ที่กำลังรดน้ำต้นไม้เมื่อเห็นเธอก็ตื่นตระหนก รีบวิ่งเข้าไปรายงานข้างในทันที

เมื่อเธอข้ามพ้นธรณีประตูคฤหาสน์ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ‘เสิ่นกวางเหยา’ นายท่านใหญ่ของบ้าน และ ‘หลิวซูเหวิน’ คุณนายเสิ่น กำลังนั่งหัวเราะต่อกระซิกและหยอกล้ออยู่กับเด็กสาววัยแรกรุ่นคนหนึ่ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นสายสัมพันธ์ในครอบครัว ทว่าเสียงหัวเราะสดใสของเด็กสาวคนนั้นกลับหยุดชะงักลงทันที เมื่อสายตาทุกคู่หันมาสบเข้ากับร่างของเสิ่นอวี่ถง

“อวี่ถง... เธอออกจากโรงพยาบาลแล้วงั้นเหรอ?” หลิวซูเหวินเอ่ยทัก น้ำเสียงของเธอราบเรียบไร้ซึ่งแววตื่นเต้นหรือห่วงใย ดวงตาคู่นั้นกวาดมองข้อมือของลูกสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาตำหนิติเตียน

“เธอนี่มันจริงๆ เลยนะ ทำไมถึงได้ทำเรื่องโง่ ๆ ไร้สติแบบนั้น! กรีดข้อมือตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสามี รู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปข้างนอก หน้าตาของตระกูลเสิ่นและตระกูลโจวจะไปอยู่ที่ไหน! แล้วนี่... อี้ฉีไม่ได้มาส่งเธอหรอกหรือ?”

คำพูดประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของคนเป็นแม่ ไม่ใช่การถามว่า ‘เจ็บไหม’ หรือ ‘เป็นอย่างไรบ้าง’ แต่กลับเป็นคำด่าทอเพราะกลัวเสียหน้า และถามหาลูกเขยผู้ทรงอิทธิพล

ถิงถิงในร่างเสิ่นอวี่ถงรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกที่บีบรัดอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความรู้สึกของเธอ แต่เป็นความรู้สึกตกค้างจากดวงวิญญาณเดิมของเสิ่นอวี่ถงที่เจ็บปวดจนด้านชา ทันใดนั้นความทรงจำลึก ๆ ที่ถูกปิดตายในหัวของร่างนี้ก็เริ่มกระจ่างชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอเข้าใจทุกอย่าง

ความจริงที่ไม่มีในนิยาย... เสิ่นอวี่ถงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตระกูลเสิ่น!

เธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เสิ่นกวางเหยาและหลิวซูเหวินเก็บมาเลี้ยงดูเพื่อแก้เคล็ดตามคำแนะนำของหมอดูในช่วงที่สองสามีภรรยายังไม่มีทายาทสืบสกุล หลังจากเก็บเธอมาเลี้ยงได้เพียง 6 ปี คุณนายเสิ่นก็ตั้งท้องอย่างปาฏิหาริย์ และให้กำเนิด ‘เสิ่นอวี่เยี่ยน’ ลูกสาวแท้ ๆ

นับตั้งแต่วันนั้น เสิ่นอวี่ถงก็กลายเป็นเพียง ‘ของประดับบ้าน’ ที่หมดประโยชน์ ตระกูลเสิ่นเลี้ยงดูเธอด้วยเงินทองประเคนสิ่งของนอกกายให้เพื่อรักษาหน้าตาทางสังคม แต่กลับไม่เคยมีความรักและความอบอุ่นมอบให้เธอเลย และท้ายที่สุด... พวกเขาก็ใช้เธอเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ ส่งเธอไปแต่งงานกับตัวร้ายอย่างโจวอี้ฉีแทนลูกสาวแท้ ๆ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจ

“พี่ใหญ่หายดีแล้วหรือคะ? เยี่ยนเอ๋อร์เป็นห่วงพี่มากเลยค่ะ” เสิ่นอวี่เยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทว่าดวงตากลับฉายแววเยาะหยันอย่างปิดไม่มิด

เสิ่นกวางเหยาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังแกรก ก่อนจะเอ่ยสมทบด้วยใบหน้าบึ้งตึง “ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ก็กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลโจวซะเถอะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไปแล้ว เธอแต่งงานมีสามีแล้ว ควรจะไปดูแลปรนนิบัติสามี ไม่ใช่เอะอะอะไรก็วิ่งแล่นกลับบ้านเดิม มันจะทำให้ตระกูลโจวมองว่าเราอบรมสั่งสอนลูกสาวไม่ดี”

เสิ่นอวี่ถงมองภาพตรงหน้าแล้วลอบยิ้มสมเพชในใจ ‘นี่น่ะเหรอ... ครอบครัวที่ในนิยายบอกว่ารักเธอนักหนา? ที่แท้ก็แค่หน้ากากจอมปลอมที่สวมเข้าหากัน ยัยเสิ่นอวี่ถงคนเดิมคงจะอึดอัดและน้อยใจจนโหยหาความรักแทบบ้า ถึงได้ยอมทำเรื่องโง่ ๆ ประชดชีวิตเพื่อเรียกร้องความรักจากสามีที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอ’

"ค่ะ... ฉันเข้าใจแล้ว" เสิ่นอวี่ถงตอบพลางยืดหลังตรง ดวงตากลมโตฉายแววทระนงจนคนทั้งสามในห้องรู้สึกแปลกใจ "ฉันแค่แวะมาขอบคุณสำหรับความเมตตาที่ผ่านมา ต่อไปนี้ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ให้พวกคุณต้องลำบากใจอีก"

เธอมองหน้าพ่อแม่บุญธรรมและน้องสาวเป็นครั้งสุดท้าย มุมปากยกยิ้มบางเบา ก่อนจะหมุนตัวกลับเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

ในเมื่อตระกูลเสิ่นก็ไม่ต้อนรับ ตระกูลโจวก็มีแต่ความเกลียดชัง... ทางเลือกเดียวของถิงถิงในตอนนี้คือการกลับไปตั้งหลักที่คฤหาสน์ตระกูลโจวก่อน ยอมอดทนอยู่เพื่อหาลู่ทางฟ้องหย่า และหอบเงินสินสมรสก้อนโตออกมาสร้างชีวิตใหม่ ตามที่เธอตั้งใจไว้ในตอนแรก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel