ทะลุมิติมาเป็นภรรยาชังของตัวร้ายในนิยาย(จีนยุค80)

33.0K · ยังไม่จบ
ดอกไม้หนาม
16
บท
193
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เธอทะลุมิติมาเข้าร่างตัวประกอบไร้สมองที่สามีตัวร้ายเกลียดเข้าไส้ เหอะ! สวยหุ่นแซ่บขนาดนี้ ในเมื่อสามีมันเฮงซวยเรื่องอะไรเธอจะยอมทน หย่าเท่านั้นคือทางออก!

นิยายรักโรแมนติกเกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณนิยายย้อนยุคนิยายรักแม่ผัวลูกสะใภ้เศรษฐีมาเฟียสัมพันธ์ครอบครัวยุค80

ตอนที่ 1 เป็นเพียงตัวประกอบ

ตอนที่ 1 เป็นเพียงตัวประกอบ

กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อลอยมาแตะจมูกของหญิงสาวเป็นสิ่งแรก ตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือซ้าย ราวกับเนื้อกำลังถูกฉีกทึ้ง

ถิงถิงค่อย ๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก เพดานสีขาวซีดและหลอดไฟนีออนที่ส่องแสงริบหรี่ทำให้เธอต้องหลับตาลงอีกครั้งเพื่อปรับสายตา ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาเต็มตา สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ห้องนอนในคอนโดหรูของเธอ แต่เป็นห้องพักผู้ป่วยที่มีบรรยากาศย้อนยุคอย่างเห็นได้ชัด โครงเตียงเหล็กทาสีเขียวไข่กา ตู้ข้างเตียงไม้เนื้อแข็งดีไซน์เชย ๆ และปฏิทินกระดาษแบบฉีกที่แขวนอยู่บนผนัง...

บนปฏิทินระบุปี ค.ศ. 1987

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!..."

เธอพยายามจะขยับริมฝีปากแห้งผากเพื่อส่งเสียง แต่เสียงที่เล็ดลอดออกมากลับแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เมื่อเธอขยับตัว ความเจ็บปวดที่ข้อมือซ้ายก็ทวีคูณจนเธอต้องร้องครางออกมาเบา ๆ

เมื่อยกแขนขึ้นดูก็พบว่าข้อมือของเธอถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะ มีคราบเลือดซึมออกมาเล็กน้อย และสายน้ำเกลือที่โยงเข้าหลังมือขวา ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างบ้าคลั่ง

เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวประกอบหญิงที่เป็นภรรยาแต่งงานทางธุรกิจของ ‘โจวอี้ฉี’ ตัวร้ายสุดอำมหิตในนิยายรักจีนยุค 80 เรื่อง ‘รักร้ายของนายมาเฟียเซี่ยงไฮ้’ ที่เธอเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืน ก่อนที่ตัวเองจะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเพราะโหมงานหนัก

ในนิยายเรื่องนี้ โจวอี้ฉีคือชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจยุค 80 เขาทั้งหล่อเหลา ร่ำรวย และร้ายกาจอย่างที่สุด เขามอบหัวใจทั้งหมดให้แก่ ‘หว่านหรง’ นางเอกของเรื่องที่เป็นดาราดัง แต่เพราะมีสัญญาหมั้นระหว่างสองตระกูลตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ทำให้เขาถูกบีบบังคับให้ต้องแต่งกับเสิ่อวี่ถง คุณหนูใหญ่ของตระกูลเสิ่นผู้เอาแต่ใจและไร้สมอง

และเหตุการณ์ในตอนนี้ก็คือ... เสิ่นอวี่ถงยอมลงทุนกรีดข้อมือตัวเอง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากสามีที่ไม่เคยปรายตามองเธอเลยตั้งแต่แต่งงานกันมาสองปี เธอหวังว่าความเจ็บปวดและความตายจะทำให้คนหัวใจน้ำแข็งอย่างเขาหันมาเหลียวแลเธอบ้าง แต่ในเนื้อเรื่องเดิม... โจวอี้ฉีทำเยงแค่ส่งเลขาของเขาเอาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล และฝากคำพูดมาว่า ‘ถ้าอยากตายครั้งหน้า ก็อย่าให้เดือดร้อนคนอื่นอีก’

“ยัยโง่เอ๊ย!...กรีดจริง เจ็บจริง แถมเขาไม่ได้มาดูดำดูดีเลยสักนิด!” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้มลงมองหน้าอกหน้าใจของตัวเองที่ดันชุดผู้ป่วยจนนูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณของร่างนี้ขาวเนียนละเอียดราวกับน้ำนม เมื่อเธอมองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกหน้าต่างที่มัวซัว ก็พบกับดวงตากลมโตล้อมรอบด้วยแพขนตางอนหนาเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนชวนมอง

“สวยขนาดนี้ หุ่นแซ่บขนาดนี้ มีดีครบถ้วน ขาดแค่สมองอย่างเดียวจริงๆ!” เธอเม้มปากแน่น ดวงตาฉายแววมุ่งมั่น

“ในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้ว... เรื่องอะไรยัยถิงถิงคนนี้จะยอมตรอมใจตายเพราะผู้ชายเฮงซวยคนเดียวล่ะ ฉันต้องหาทางฟ้องหย่า แล้วเอาเงินสินสมรสไปใช้ชีวิตสวยๆ เป็นเศรษฐินีหน้าใหม่ดีกว่า!”

แกรก...

เสียงเปิดประตูห้องผู้ป่วยดังขึ้นขัดจังหวะความคิด หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองตามเสียง

ชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามามีรูปร่างสูงโปร่งไม่ต่ำกว่า 185 เซนติเมตร เขาอยู่ในชุดสูทสากลสีดำสนิท ไร้รอยยับ เสื้อเชิ้ตด้านในสีขาวสะอาดตา กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอแกร่งและแผงอกกว้าง เขาดูเพอร์เฟกต์ไปทุกสัดส่วน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาอย่างไร้ที่ติ คิ้วเข้มพาดตรง ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งคมสัน และริมฝีปากบางเฉียบรับกับรูปหน้า

เขาคือโจวอี้ฉี... สามีตัวร้ายของร่างนี้

เขาเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองข้อมือที่พันผ้าก๊อซของเธอด้วยความสมเพชและรังเกียจ บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกจนทำให้อุณหภูมิในห้องดูลดฮวบลงไปทันตา

“เล่นละครเรียกร้องความสนใจพอหรือยัง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าเย็นชาเอ่ยขึ้น

ถิงถิงในร่างเสิ่นอวี่ถงนิ่งไปเล็กน้อย ถ้าเป็นอวี่ถงคนเดิม เมื่อเห็นเขามาถึงก็คงจะร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร เธอช้อนสายตาเรียบเฉยขึ้นมองเขา มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระ

"ถ้าคุณคิดว่าฉันเล่นละคร... งั้นคุณจะมาที่นี่ทำไมล่ะคะ?"

คำพูดประชดประชันและแววตาที่เรียบเฉยของเธอ ทำให้โจวอี้ฉีขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคู่คมฉายแววแปลกใจไปวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเย็นชาตามเดิม

"อย่ามาปากดี เสิ่นอวี่ถง" เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ที่ฉันมาที่นี่ก็แค่จะมาเตือนเธอ... อย่าทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้อีก มันน่าสมเพช!"

เขาก้มลงมาใกล้ จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากตัวเขา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ แต่แววตากลับมีแต่ความกดดันอันน่ากลัว

“ถ้าอยากตายนัก วันหลังก็ไปตายที่อื่น อย่ามาตายในบ้านของฉันให้มันเป็นเสนียด!”

เป็นคำพูดที่ใจร้ายและเลือดเย็นสมกับเป็นตัวร้ายในนิยายจริง ๆ

เสิ่นอวี่ถงถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างนึกเบื่อหน่าย

"รับทราบแล้วค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "ต่อไปนี้ฉันจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตระกูลโจวของคุณอีก และไม่ต้องกังวลนะคะ... ฉันจะไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอก เชิญคุณกลับไปได้แล้วฉันต้องการพักผ่อน"

โจวอี้ฉินยืนนิ่งไปชั่วขณะ คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วเสิ่นอวี่ถงต้องร้องไห้และทุบตีเขาไม่ใช่หรือ? ทำไมวันนี้เธอถึงได้ดู... นิ่งสงบ และมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าแบบนี้?

"หึ! คิดจะมาไม้ไหนอีกล่ะ?" โจวอี้ฉีเหยียดยิ้มเย็นชา "แต่ก็ดี... จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีก็แล้วกัน"

พูดจบชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินหันหลังกลับไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะหันมามองเธออีกรอบ ทันทีที่ประตูห้องปิดลงพร้อมเสียงกระแทกปังใหญ่ เสิ่นอวี่ถงก็ทิ้งตัวลงนอนราบกับเตียงพลางพ่นลมหายใจยาวออกมา

“คิดว่าตัวเองหล่อตายแหละตาบ้า...”