เจ้าสาวพระราชทาน
หนึ่งวันหลังจากตกลงกัน เกี้ยวมงคลจากวังหลวงมารับตัวเจ้าสาวตั้งแต่เช้ามืด ฮูหยินหลิวถึงกับซับน้ำตาไม่หยุด ในบรรดาบุตรทั้ง4คน หลิวซ่งหร่านเป็นคนที่มีความอดทนมากที่สุด เจ็บแค่ไหนก็ไม่ร้อง ความคิดความอ่านเหมือนผู้ใหญ่ เสียสละให้น้องๆจนนางอดเอ็นดูไม่ได้ ครั้งนี้บุตรสาวก็เสียสละให้ครอบครัวเช่นกัน
“ท่านแม่ ขึ้นรถม้าเถิดเจ้าค่ะ” สมาชิกในครอบครัวจะได้เจอกันตอนยกน้ำชา พิธีเช้าจะเป็นหน้าที่ของคนในวัง นางจะยังไม่ได้เจอลูกอีกว่าหนึ่งชั่วยาม
“ซือเหยา เจ้าคิดว่าองค์ชายผู้นั้นจะยอมมาเคารพฟ้าดินหรือ“ นั่นคือสิ่งที่นางกังวล ชื่อเสียงองค์ชายสิบเอ็ดที่เอาแต่ทำตัวเจ้าสำราญนั้นมีมาเนิ่นนาน นางได้ยินเข้าหูอยู่บ่อยๆ
”ไทเฮาจัดการได้เจ้าค่ะ พิธีวันนี้อาจจะกระท่อนกระแท่นบ้าง เพราะองค์ชายสิบเอ็ดถูกตามใจมาช้านาน แต่ลูกเชื่อว่าน้องรองเอาอยู่เจ้าค่ะ“ นางมั่นใจในตัวน้องสาว หลิวซ่งหร่านเป็นคนเด็ดขาดและดุมาแต่ไหนแต่ไร นางไม่มีทางให้ใครมาเอาเปรียบ ดูอย่างของหมั้นและสินสมรสนั่นอย่างไร ยิ่งการดัดนิสัยองค์ชายหินแค่ไหน น้องสาวนางก็เรียกของบรรณาธิการไปจุกๆ แม้ขนหน้าแข้งวังหลวงไม่ล่วง แต่ก็ต้องยอมรับว่า องค์ชายสิบเอ็ดผู้นั้นเป็นคนสำคัญขององค์ไทเฮาและฮ่องเต้ หรืออีกนัยคือ เป็นหลานรักของยายและลุงนั่นเอง
ยามเหมา บุรุษใส่ชุดดำอำพรางพยายามปีนออกมาจากประตูห้องบรรทม แต่ไม่ทันมองว่ามีสตรีผู้เฒ่านั้งรออยู่พร้อมบ่าวรับใช้และท่านปู่ สกุลเสิ่นที่ถูกตามตัวมาช่วยกันสกัดแผนการหนีพิธีวิวาห์ขององค์ชาย11
“องค์ชาย เหตุใดจึงทำเช่นนั้น” เสียงทอดอ่อนที่ดังมาจากกลุ่มคน ทำคนที่พึ่งปีนหน้าต่างสำเร็จมีใบหน้าเหยเก
“เห้ออออ” เสียงถอนหายใจยาวยิ่งทำให้ผู้เฒ่าและองค์ไทเฮาความดันพุ่งปรี๊ด
“หากเจ้าไม่เข้าพิธีรับตัวเจ้าสาวมาคำนับฟ้าดิน เจ้าก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ทำหอนางโลมตามตั้งใจ อ่อ ไม่ใช่แค่หอนางโลมหรอกนะ ยังมีอย่างอื่นที่เจ้าอยากทำ องค์รักเงาของข้าพร้อมจัดการ” เสียงองค์ไทเฮาว่าขึ้นทันทีที่เขาเตรียมเผ่นออกจากประตูห้องบรรทมในตอนเช้ามืด
“เสด็จยาย!!! เหตุใดจึงไม่พักผ่อนขอรับ” คนที่เตรียมเลี่ยงพิธีแต่งงานให้เจ้าสาวอับอายได้แต่ยืนเกาหัวแกรก เขาคิดว่าตรงนี้มีเพียงท่านปู่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นเขาคงคุยง่ายกว่ามีองค์ไทเฮามาเสริมเช่นนี้
“ซู่อวี๋ จับตัวองค์ชายสิบเอ็ดเข้าไปแต่งตัว ส่งคนไปจุดไฟเผาหอนางโลมให้สิ้น!!! หลานชาย…เจ้าจะได้รู้ว่าข้าที่เป็นยายของเจ้านั้นมีชีวิตรอดเป็นไทเฮามาได้อย่างไรหากไม่มีเขี้ยวเล็บที่ซ่อนเอาไว้” สายตาคมเข้มกรอกขึ้นฟ้าก่อนถอนหายใจ
“กระหม่อมจะเข้าพิธีตามที่เสด็จยายต้องการ แต่ขอให้รู้ไว้นะขอรับ… สตรีผู้นั้นจะต้องนอนจมน้ำตาทุกคืน ตรอมตรมจนหนีออกจากวังแทบไม่ทัน อ่อ อีกอย่างนะขอรับ“ เขายืนให้เหล่าองค์รักจัดการเสื้อคลุมออกจากร่างต่อหน้าทุกคนพร้อมพูดอย่างไม่ยอมแพ้
”สตรีคนนั้นจะได้เป็นเพียงฮูหยินธรรมดา ไม่มียศฐาเพราะกระหม่อมจะขอลาออกจากฐานันดร กระหม่อมไม่เป็นแล้ว องค์ชายสิบเอ็ด!!“ คนเอาแต่ใจยังไม่ยอมแพ้
”เช่นนั้นหม่อมฉันจะรีบทำพิธีให้เสร็จ เพื่อเพิ่มเวลาให้พระองค์ได้ร่างจดหมายลาออกจากฐานันดรดีหรือไม่เพคะ“
