หลี่เจียนเจียน2
หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ หลังจากนั้นเธอจึงเดินกระแทกส้นเท้าไปนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมอย่างดีที่เธอพกมาด้วย พร้อมวาดรูปต่อไปด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ หลังจากนั้นจึงได้ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกเอาไว้หลวม ๆ แล้วก้มหน้าลงหลับตาสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ อย่างพยายามรวบรวมสติกลับคืนมาหาตนเองดังเก่า
เนิ่นนานกว่าหญิงสาวจะหยิบพู่กันขึ้นมาแต่งแต้มภาพวาดลงบนผืนผ้าใบนั้นได้สำเร็จเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ก็กินเวลาไปได้ราวสี่สิบห้านาทีเลยทีเดียว หลี่เจียนเจียนทอดสายตามองภาพวาดนั้นด้วย
สีหน้ามีความสุข ไม่รอช้าเธอได้ตวัดปลายพู่กันขีดเขียนบทกลอนลงในผืนผ้าใบนั้นว่า
รักแท้มิเสื่อมคลาย แม้ห่างไกลเพียงไร ย่อมได้พบเจอ ด้ายแดงแห่งรัก ผูกสมัครสัมพันธ์ ฉันและเธอ
หลังทุกอย่างเสร็จสิ้นลง หลี่เจียนเจียนก็เก็บอุปกรณ์วาดรูปของเธอใส่ลงในกระเป๋าทรงคลาสสิคอย่างช้า ๆ ทันใดนั้นเองหยางฟ่งก็ออกมาช่วยเธอเก็บของพร้อมทั้งสะพายกระเป๋านั้นเอาไว้บนบ่า ผายมือค้อมตัวลงให้หลี่เจียนเจียนก้าวเดินนำไปข้างหน้าพาคุณหนูแสนงามกลับเข้าไปยังบ้านพักสุดหรูใกล้กันกับบริษัทที่หลี่เจียนเจียนทำงานอยู่อย่างไม่รอช้า
หลี่เจียนเจียนก้มหน้าลงมองดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือสุดหรูของเธอแล้วก็พลันต้องถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เห็นทีว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เธอคงต้องได้เดินทางกลับบ้านไปหาจูถิงหยงผู้เป็นมารดาและเหล่าบรรดาพี่ชายผู้เป็นดั่งองครักษ์พิทักษ์องค์หญิงของเธอเสียแล้วกระมัง เพราะถึงอย่างไรเธอก็คงต้องหาพรรคพวกเอาไว้ต่อรองกับหลี่เฉียนผู้เป็นบิดาเสียหน่อย หาไม่แล้วเธออาจจะถูกเขาจับคุลมถุงชนในภายหลังก็เป็นได้
เรื่องอะไรกันล่ะที่เธอจะยอมแต่งงานใช้ชีวิตกับชายหนุ่มที่เธอไม่เคยรู้จักมักคุ้น ไม่ได้รักใคร่ชอบพอกันมาก่อน นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว เป็นตายร้ายดี หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ช่าง เธอจะไม่มีวันยอมแต่งงานกับคนที่บิดาจับคู่มาให้ด้วยเป็นอันขาด
“ตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว นายมีธุระไปไหน
หรือเปล่า?” หลี่เจียนเจียนแกล้งถามออกไปอย่างไม่ได้สนใจคำตอบเท่าใดนัก
“ผมว่างตลอดครับคุณหนู ไม่ได้มีธุระอะไร”
หยางฟ่งตอบกลับมาน้ำเสียงนอบน้อม
“อืม” หลี่เจียนเจียนขานรับเป็นเชิงรับรู้ เมื่อหยางฟ่งขับรถมาถึงยังบ้านพักหลังงามแล้วเธอจึงได้แย่งชิงกระเป๋าเก็บอุปกรณ์วาดรูปของเธอมาถือเอาไว้ เดินเข้าไปพักผ่อนข้างในบ้านทันที ส่วนหยางฟ่งบอดี้การ์ดคนดีเองก็เดินไปยังบ้านหลังเล็กชั้นเดียวที่อยู่ห่างออกไปจากบ้านพักของหลี่เจียนเจียนราวสิบเมตรด้วยเช่นเดียวกัน
หลี่เจียนเจียนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแสนหนานุ่ม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์สุดหรูขึ้นมาเปิดดูความเคลื่อนไหวในไลน์กลุ่มเพื่อนรักของเธอเงียบ ๆ หรือเห็นทีว่าความกลุ้มอกกลุ้มใจของเธอในครานี้จะต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเสียแล้ว
“เจินหลีหลี่
เจียงอีอี
เซียงลู่เหยา
ฟ่านจื่อหลาน
แล้วพวกเธอล่ะ ในตอนนี้มีเรื่องราวกังวลใจอะไรที่อยากจะไปมูเตลูขอพร อย่างฉันกันบ้างรึเปล่านะ?”
หลี่เจียนเจียนอดที่จะรำพึงถึงเหล่าบรรดาเพื่อนรักแก๊งค์สาวสุดสวยของตนไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจออกไปซ้อมมวยไทยต่อไปเพื่อระบายความกลัดกลุ้มที่สุมแน่นอยู่ภายในอกของเธอตอนนี้
โดยไม่ลืมส่งข้อความไปหาหยางฟ่งผู้ที่พ่วงตำแหน่งคนขับรถส่วนตัวและบอดี้การ์ดสุดแข็งแกร่งที่บิดายัดเยียดมาให้กับเธอด้วยอย่างเสียไม่ได้
เอาล่ะถึงอย่างไรหยางฟ่งเองก็ไม่เคยขัดใจเธอเลย
สักครั้ง ไม่ว่าเธอจะสั่งให้เขาทำอะไรให้ก็ตาม เพราะฉะนั้นช่วงเย็นวันนี้ เธอจะมีคู่ซ้อมฝีมือดีมาอีกหนึ่งคนแล้ว...
