มูเตลูขอพรกับกลุ่มเพื่อน1
กว่าหลี่เจียนเจียนจะขอตัวออกเดินทางกลับมายังบ้านพักสุดหรูของเธอได้ ก็แทบจะลากเลือดในการกล่าวปฏิเสธต่อถ้อยคำชวนของผู้เป็นบิดาและมารดาในการขอให้เธอพักค้างคืนอยู่กับพวกเขาต่อไปอีกสักคืนเลยทีเดียว
ร่างเล็กนั่งยกมือขึ้นมากุมขมับพร้อมนวดคลึงไปมาเบา ๆ หยางฟ่งเองก็เอาแต่ลอบสังเกตดูคุณหนูของเขาอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยว่า
“คุณหนูจะให้ผมแวะซื้ออะไรอุ่น ๆ หรือขนมหวาน มากินรองท้องก่อนกลับถึงที่พักหรือเปล่าครับ”
“อืม ได้จิบนมอุ่น ๆ สักแก้วก็ดีเหมือนกัน นายช่วยแวะปั๊มข้างหน้าด้วยนะหยางฟ่ง” หลี่เจียนเจียนพูดพลางเป่าลมหายใจออกมาทางปาก
“ครับคุณหนู” หยางฟ่งกล่าวรับคำพร้อมรีบแวะปั๊มน้ำมันลงไปหาซื้อนมอุ่น ๆ มามอบให้กับคุณหนูของเขา
“ต้องลำบากนายแล้วจริง ๆ นะ หยางฟ่ง นายเองก็ดูแลฉันมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่คิดจะลาออกจากตำแหน่งนี้ แล้วไปแต่งงานมีครอบครัวหรือยังไงกัน?”
หลี่เจียนเจียนเอ่ยถามพร้อมจิบนมอุ่นไปด้วย
สีหน้าที่ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
“ไม่ละครับคุณหนู เพราะผมเอ่อ ผมยังไม่มีแฟนครับ” หยางฟ่งตอบพร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ถามแค่นี้ก็ถึงกับก้มหน้าก้มตาลงเลยหรือ ตั้งใจขับรถหน่อยสิหยางฟ่ง ฉันยังไม่อยากจะอายุสั้นหรอกนะ” หลี่เจียนเจียนกล่าวกลั้วด้วยรอยยิ้ม การได้พูดจาหยอกล้อคนข้างกายสักนิดนึง ก็ทำให้เธอพลอยลดความตึงเครียดลงไปได้บ้างอยู่บางส่วนแล้ว
“แล้วตอนนี้นายอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ถึงได้บอกว่า
ยังไม่มีแฟนน่ะ แล้วในตอนนี้เองไม่มีคนที่ชอบพอใจอยู่หรือยังไงกัน?”
หลี่เจียนเจียนถามชวนคุย เพื่อฆ่าเวลาและฆ่าความเงียบยามค่ำคืนวันนี้ไปด้วย
“ผมอายุ 28 ปีแล้วครับคุณหนู ก็พอมีคนที่ชอบพออยู่บ้าง แต่ว่ายังไม่มีแฟนครับ”
หยางฟ่งตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะไปทางเขินอายอยู่บ้างสักเล็กน้อย
“แหม น่าอิจฉาคนที่หยางฟ่งชอบจังเลยนะ นายดูแลฉันดีขนาดนี้ แน่นอนว่าสำหรับคนที่นายชอบแล้ว นายจะต้องดูแลเขามากกว่านี้อีกหลายเท่าเป็นแน่ แล้วนี่ทำไมไม่ซื้ออะไรให้ตัวเองมากินรองท้องบ้างล่ะ นายต้องหัดดูแลสุขภาพตัวเองด้วยเข้าใจมั้ย”
หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อเธอไม่เห็นว่าหยางฟ่งจะกินหรือดื่มอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาในการดูแลเธอ หยางฟ่งต้องอดข้าวอดน้ำไปกี่ครั้งแล้วกันแน่
“เอ่อ หยางฟ่ง พอดีเช้าวันพรุ่งนี้ เพื่อนรักสมัย
มัธยมปลายของฉันเขาจะมารวมตัวกันขอพรน่ะ หากนายมีธุระอะไรก็ไปทำเถอะนะ เดี๋ยวฉันขับรถไปรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนเองก็ได้”
หลี่เจียนเจียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง คนอื่นเขาส่วนมากมักจะมีสาวใช้ประจำตัวในการคอยดูแลรับใช้ต่าง ๆ แต่เธอกลับมีเพียงหยางฟ่งคนเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่ดูแลเธอทุกอย่างโดยไม่มีถ้อยคำปริปากบ่นเลยแต่อย่างใด ชายหนุ่มร่างสูงราวหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผิวคล้ำดำแดดแต่แลดูสุขภาพดี ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่านิ่งเฉยราวกับหุ่นยนต์ไม่แสดงอารมณ์กับคนทั่วไปมีเพียงยิ้มน้อย ๆ ให้กับหลี่เจียนเจียนบางครั้งบางคราเพียงเท่านั้น เขาแต่งกายสะอาดสะอ้านด้วยชุดลำลองที่เธอจัดหามาให้ เพราะเธอเคยบอกกับเขาไปว่าไม่ชอบเขาในลุคใส่สูทผูกไทด์เพราะมันดูเคร่งขรึมและเป็นการเป็นงานมากเกินไป เธออยากให้เขาเป็นคนปกติธรรมดาเวลาที่อยู่กับเธอมากกว่า
“ผมไม่มีธุระอะไรเลยครับคุณหนู ผมว่างตลอดครับ” หยางฟ่งตอบกลับมาน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย
“ฉันเองก็ได้ใบขับขี่มานานหลายปีแล้ว แต่นายก็ยังไม่ยอมให้ฉันได้ทำอะไรด้วยตนเองบ้างเลย จนตอนนี้ฉันแทบจะกลายเป็นคนพิการอยู่รอมร่อแล้วนะ รู้บ้างหรือเปล่า” หลี่เจียนเจียนพูดพร้อมยกมือขึ้นมากอดอกเอาไว้หลวม ๆ และทำแก้มป่องออกมาเล็กน้อยอย่างนึกขัดใจ
“ก็มันเป็นหน้าที่ของผมนี่ครับคุณหนู”
หยางฟ่งตอบกลับมาน้ำเสียงอ่อนใจ
“เอาล่ะ ๆ ฉันไม่อยากเถียงกันกับนายแล้ว ยังไงก็ช่วยแวะที่ภัตตาคารลอยฟ้าห่าวซือหน่อยก็แล้วกัน ฉันจะพานายไปหาอะไรกินสักหน่อย ถือว่าฉันเลี้ยงก็แล้วกัน ห้ามปฏิเสธละรู้มั้ย”
หลังกล่าวจบหลี่เจียนเจียนก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาไขว่ห้างเอาไว้ พร้อมเอนหลังพิงเบาะนั่งรถยนต์หลับตาพริ้มไปในที่สุด
เกลียดเสียจริงกับการที่ถูกบิดาจับคู่ให้กับคนนั้น
คนนี้ เห็นทีว่าเมื่อเช้าวันพรุ่งนี้มาเยือน เธอคงต้องมู
ขอพรเรื่องความรักดูบ้างสักหน่อยแล้ว
