บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 จัดการ

ตอนที่ 5 จัดการ

ติ่ง…ค่าความโปรดปราน +1

เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง หลินเหย่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ เพียงแค่นี้ก็ได้คะแนนเพิ่มหากอยู่กับเขาทั้งวันคะแนนค่าความโปรดปรานต้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่ ๆ

‘คิดไม่ผิดเลยที่มาหาเขาในเช้าวันนี้ เอาล่ะต่อจากนี้คือการกินอาหาร หลังจากกินอาหารคงต้องพาเดินออกไปเที่ยวเล่นที่ตลาดเสียหน่อย หากได้กินของอร่อย ๆ ได้ออกไปเจอโลกภายนอกเขาคงมีความสุข’ หลินเหย่คิดในใจพลางใส่เสื้อผ้าให้เขา นางมองซ้ายมองขวาดูเหมือนว่าใส่เสร็จแล้วจึงจับมือของเซียวหนานให้เดินออกไปพร้อม ๆ กัน

“ตอนนี้ถึงเวลาอาหารแล้ว รีบเดินตามมาเถอะไปกินข้าวเช้าด้วยกัน” นางหันมายิ้มให้เขาครู่หนึ่งและหันกลับไป ร่างสูงจ้องมองนางที่ตัวต่ำเทียบหน้าอกของเขา หน้าของเขาร้อนผ่านขึ้นมาเพียงมือเล็ก ๆ ที่จับมือของเขาอยู่ยามนี้หรือว่าจะเป็นรอยยิ้มของนางที่เขาแทบไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นางกลับยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย ยิ่งได้ยินว่านางต้องการกินอาหารพร้อมกับเขา เขายิ่งแปลกใจเพราะเมื่อก่อนยามที่แต่งเข้าจวนเขาแสร้งทำเป็นกินอาหารมูมมามจนนางกินอาหารไม่ลง ตั้งแต่นั้นมานางก็ไม่เคยร่วมกินอาหารกับเขาอีกเลย

สาวใช้ทั้งสองเดินตามหลังมาติด ๆ มีถังหลินคอยเฝ้าเดินตามด้วยเช่นกัน สาวใช้ในจวนต้องพากันสงสัยในการกระทำของพระชายาบางคนก็พากันซุบซิบนินทา คิดว่าพระชายาต้องมีแผนอันใดแน่นอน

บนโต๊ะอาหารมีของน่ากินมากมายกลิ่นหอมคละคลุ้ง มาถึงหลินเหย่ให้เขานั่งลงใกล้ ๆ กับนาง พยักหน้าให้จูเก่อหลิง นางรีบตักข้าวร้อน ๆ ใส่ชามใบเล็กให้ทั้งคู่ หลินเหย่จับตะเกียบมาคีบเป็ดพะโล้ที่เคี่ยวมาเป็นเวลานานจนเนื้อมันนุ่ม

“ท่านกินเยอะ ๆ นะเจ้าคะ กินเยอะจะได้โตเร็ว ๆ คนอื่นจะได้รังแกท่านไม่ได้อีก” ถังหลินแทบกลั่นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้เมื่อได้ยินพระชายาเอ่ยคำพูดนี้กับบุรุษร่างกำยำตัวสูงกว่านางและยังแข็งแกร่ง ฝีมือเทียบกับแม่ทัพใหญ่ของเมืองหลวงเลยด้วยซ้ำแต่นางกลับมองเขาเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยน่าทะนุถนอนและเอ็นดู

‘เฮอะ! นี่นางยังสติดีอยู่มั้ย ข้าตัวสูงกว่านางตั้งกี่เท่ายังเอ่ยราวกับว่าข้าเป็นเด็กชายตัวน้อย เลอะเลือนจริง ๆ ทำตัวแปลกไปทุกวัน เอาละในเมื่อเจ้าต้องการให้ข้ากินข้าก็จะกิน’ เซียวหนานคิดเพียงในใจก่อนจะใช้มือล้วงเข้าไปในชามข้าว กินคำโต ๆ อย่างมูมมาม เลอะเต็มโต๊ะและใบหน้าของเขา อยากรู้จริง ๆ ว่านางจะทำอย่างไรต่อ

"ไม่ได้นะ! เอามือท่านมานี่เดี๋ยวนี้เพคะ ผู้ใดสอนให้ท่านกินอาหารเช่นนี้เพคะ หากร่วมโต๊ะกับผู้อื่นต้องมีมารยาทบนโต๊ะอาหาร เสิ่นอันหนิงหยิบผ้ามาให้ข้าที "คิ้วของนางขมวดเข้าหากัน แสดงความไม่พอใจออกทางสีหน้าจับมือของเซียวหนานเอาไว้ เสิ่นอันหนิงหยิบผ้ามาให้หลินเหย่ตามคำสั่ง นางค่อย ๆ เช็ดที่ริมฝีปากและใบหน้าจนสะอาดก่อนจะเช็ดมือให้แก่เขา

“หากจะให้ข้าป้อน ข้าย่อมทำได้ทว่าวันหนึ่งหากวันใดข้าไม่อยู่ท่านต้องกินเองเป็น เพราะฉะนั้นข้าจะสอนท่านกินอาหารเองเพคะ นี่เพคะตะเกียบ ส่วนนี้ช้อน ดูนะเพคะ” หลินเหย่ค่อย ๆ ทำให้ดูและให้เขาทำตาม เซียวหนานแสร้งทำไม่เป็นและเหมือนค่อยๆ เรียนรู้กับนาง ทว่าในใจของเขาแทบอยากสั่งให้นางหุบปากเสียในยามนี้ การมีนางมาร่วมโต๊ะอาหารช่างทำให้ชีวิตและการกินอาหารเช้าของเขาเปลี่ยนไปจนน่ารำคาญใจ

หลังจากกินอาหารเสร็จ เซียวหนานคิดว่านางจะปล่อยเขาไปเพียงเท่านี้ ทว่านางกลับลากตัวเขาออกจากจวนมาเดินในที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน สายตาของชาวบ้านที่จ้องมองเขาอย่างประหลาดใจและยังมีเสียงครหาต่อว่าเขากับหลินเหย่อีกด้วย

“ช่างเข้ากันจริง ๆ อีกคนสติไม่ดีแถมยังใบ้ อีกคนก็ร้ายกาจน่ารังเกียจ ช่างต่างจากผู้เป็นบิดา”

“แต่ข้าว่าน่าเสียดายออก เจ้าไม่เห็นหรือว่าพระชายาของอ๋องเซียวหนานใบหน้างดงามเพียงใด หากนางไม่ไร้วาสนาคงไม่ได้แต่งเข้าจวนท่านอ๋องเจ็ด นางคงตรอมใจจนทำให้เสียสตินิสัยร้ายกาจก็เป็นได้” เสียงของชาวบ้านต่างพากันซุบซิบนินทาจนหลินเหย่ร้อนหูไปหมด

“จิ จิ ...! เสียงยุงหรือแมลงหวี่ที่เกาะอยู่กับควายกันนะ!! น่ารำคาญเสียจริง วัน ๆ เอาแต่เอ่ยเรื่องผู้อื่นทั้ง ๆ ที่ตนเองยังหาเช้ากินค่ำ ส่วนข้ากับสวามีสุขสบายอยู่บนกองเงินกองทอง ไม่รู้จักเกรงกลัวสักนิดคงลืมไปแล้วสินะว่าท่านอ๋องเจ็ดก็คือราชวงศ์ ลบหลู่เบื้องบนไร้ความเกรงกลัว ถังหลินช่วยจัดการแมลงเหล่านี้ให้ข้าที หากข้าได้ยินผู้ใดกล่าวไม่ดีเกี่ยวกับข้าและท่านอ๋องเซียวหนานอีก ครั้งหน้าข้าจะไม่เพียงตักเตือนแต่จะจับบั่นคอเสียให้หมดทุกคน ไม่สิบั่นคอมันไม่ทรมานเท่าไหร่ คงต้องตัดลิ้นให้ขาด และมอบน้ำแกงเผ็ดร้อนให้กินคงจะดีไม่น้อย ท่านเห็นด้วยหรือไม่เพคะท่านอ๋อง” หลินเหย่ออกคำสั่งถังหลินก่อนจะหันมามองหน้าของเซียวหนาน ครั้นก่อนที่นางจะหันมา ถังหลินได้มองหน้าของท่านอ๋องเพื่อรอคำสั่ง เขาขยิบตาเล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าให้ลงมือทำตามคำสั่งของพระชายาได้เลย เซียวหนานพยักหน้ายิ้มหัวเราะออกมาราวกับคิดว่าเรื่องที่หลินเหย่เอ่ยออกมาคือเรื่องสนุก อีกทั้งยังตบมือรัว ๆ ชาวบ้านที่เห็นทั้งสองคนที่พูดซุบซิบนินทาเมื่อครู่ถูกโบยตีที่หลังอยู่สามสี่ครั้ง ผู้คนต่างพากันก้มหน้าไม่กล้าแม้จะปริเปิดเอ่ยเพียงคำ เดินผ่านไปอย่างเงียบ ๆ เสียงร้องของทั้งสองโหยหวน

“เป็นพระมหากรุณาของท่านอ๋องและพระชายาที่ไว้ชีวิตกระหม่อม กระหม่อมสำนึกแล้วพ่ะย่ะค่ะ” แทนที่จะอ้อนวอนขอชีวิตทว่ากลับเป็นคำพูดที่เยินยอความดีความมีเมตตาของหลินเหย่ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้ถูกบั่นคอในคราวเดียว กล่าวมาเช่นนี้ย่อมเป็นการดีกว่า

‘เป้าหมายไม่ได้โง่อย่างที่เห็น’ จู่ ๆ เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง หลินเหย่คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยอะไรกันคือเป้าหมายไม่ได้โง่ ก่อนที่นางจะสลัดความคิดและพาเขาเดินต่อไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel