ตอนที่ 4 เริ่มภารกิจ
ตอนที่ 4 เริ่มภารกิจ
รุ่งเช้าวันต่อมา
หลินเหย่นอนหลับสบายเสียงของสาวใช้ได้ดังขึ้นเก็บผ้าห่มเปิดผ้าม่านในห้องบรรทม เปิดหน้าต่างเพิ่มแสงสว่างจ้า มีสาวใช้อีกสองสามนางยกน้ำมาให้นางล้างหน้าและอาภรณ์ชุดใหม่ให้พลัดเปลี่ยน
“พระชายาเพคะถึงเวลาตื่นจากบรรทมแล้วเพคะ” เสิ่นอันหนิงค่อย ๆ ประคองร่างกายของนางให้ลุกขึ้น
“อื้อ.. ยังเช้าอยู่เลยทำไมถึงได้รีบร้อนตื่นแต่เช้าขนาดนี้กัน”
“พระชายาเองมิใช่หรือเพคะ ที่เป็นคนออกคำสั่งให้พวกเราปลุกพระชายาตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนดวงอาทิตย์จะส่องแสงเพราะต้องการให้ใบหน้าได้รับน้ำค้าง ใบหน้าจะได้ชุ่มชื่น” หลินเหย่ปรือตาขึ้นมากรอกตามองบน ยุคนี้คงต้องใช้วิธีธรรมชาติเช่นนี้เพราะยังไม่มีครีมบำรุงใบหน้าสินะ !
“อย่างนั้นก็รีบทำเถอะ” หลินเหย่ลุกขึ้นพรวดทำตามที่สาวใช้บอก
ระหว่างสวมใส่อาภรณ์อยู่นั้นนางก็คิดขึ้นมาได้ว่าท่านอ๋องจะมีคนดูแลใส่อาภรณ์และล้างหน้าให้เช่นนี้หรือไม่ ขนาดมื้อวานนี้ยังดูแลป้อนข้าวเขาไม่ดีสักนิด หากอยากได้ค่าความโปรดปรานเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหลินเหย่จะต้องเข้าหาเขาเพื่อพิชิตใจของเขาให้ได้
‘สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการเข้าหาท่านอ๋องเซียวหนาน คนสติไม่ดีก็ไม่ต่างจากเด็ก ฉันต้องเอาอกเอาใจป้อนข้าว เป็นเพื่อนเล่น หาของเล่นและซื้อขนมให้กิน เพียงเท่านี้ค่าความโปรดปรานคงเพิ่มขึ้นน่าดู ฮ่า ฮ่า ฉันนี่ฉลาดจริง ๆ เอาล่ะ เริ่มปฏิบัติการได้’ หลินเหย่คิดในใจใบหน้าเผยรอยยิ้มจนสาวใช้ทั้งสองจ้องมองหน้ากัน ขนลุกซู่เพราะเคยเห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของพระชายาเมื่อไหร่มักจะมีเรื่องให้พวกนางทำเสมอ
“จูเก่อหลางวันนี้จงจัดสำรับของข้าไปที่ห้องโถงของห้องท่านอ๋อง ต่อจากวันนี้ข้าจะใช้เวลาเช้า เย็นกินอาหารพร้อม ๆ กับเขา”
“พระชายาต้องการทำเช่นนั้นจริง ๆ หรือเพคะ เมื่อก่อนพระชายาไม่ชอบที่จะต้องร่วมโต๊ะกับท่านอ๋องเพราะกลืนอาหารไม่ลงเมื่อเห็นท่านอ๋องกินอย่างมูมมาม”เสิ่นอันหนิงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ข้าเอ่ยมาเช่นไรก็ทำเช่นนั้นอย่าได้ถามให้มากความ หากข้ารำคาญจะสั่งโบยเจ้าเสีย หรือว่าตัดลิ้นเจ้าดี ต่อจากนี้ข้าจะทำสิ่งใด หากพวกเจ้าจงรักภักดีต่อข้าอย่าได้เอ่ยหาเหตุผลและหยุดความสงสัยในใจของพวกเจ้าเอาไว้ ข้าชี้นิ้วให้ไปทางขวาก็จงไปทางขวา ข้าชี้ไปทางซ้ายก็ต้องไป เข้าใจหรือไม่?” หลินเหย่พยายามเรียนแบบเจ้าของร่างเดิมให้สาวใช้ได้ยำเกรง ทุกคนต่างพากันก้มหน้าลงต่ำ
“เพคะ ต่อจากนี้พวกเราจะไม่เอ่ยถามพระชายาอีก อย่าได้ถามถึงความจงรักภักดีเลยเพคะแม้เพียงชีวิตหม่อมฉันก็ให้พระชายาได้” เสิ่นอันหนิงประสานมือก้มโค้งลงต่อหน้าเมื่อรู้ว่าตนเองเริ่มก้าวก่ายนายหญิงเกินไป
“หม่อมฉันเองก็เช่นกันเพคะ พวกเราทั้งสองจงรักภักดีต่อพระชายาเสมอมาและตลอดไปเพคะ" ทั้งสองไม่กล้าเอ่ยอันใดต่อ รีบแต่งกายและจัดเตรียมสำรับอาหารไปที่ห้องโถงของเรือนรับรองท่านอ๋อง
หลินเหย่เดินสำรวจในเรือนทุกคนต่างก้มหน้าเมื่อเห็นนางเดินผ่าน คงเป็นเพราะนิสัยที่โหดเหี้ยมไร้ความเมตตาเป็นที่เลื่องลือจนผู้คนรังเกียจแม้แต่บุตรสาวขุนนางตระกูลอื่น ๆ
‘มาอยู่ในร่างของนางร้ายเช่นนี้ไม่ง่ายสักนิดเลย เฮ้อ! แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะหากจู่ ๆ ทำตัวดีขึ้นมาทุกคนต้องคิดว่าพระชายาหลินเหย่สติไม่ดีแน่ ๆ อย่างนั้นต้องเล่นบทนางร้ายแต่เป็นนางร้ายที่ไม่เหมือนบทเดิม สิ่งแรกคือการเอาอกเอาใจท่านอ๋องเซียวหนานให้ได้ ’ นางพลางครุ่นคิดในใจระหว่างเดินไปที่ห้องของเซียวหนาน
ฝั่งด้านเซียวหนาน
ถังหลินเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน แจ้งเรื่องสาวใช้ของพระชายานำสำรับมาที่ห้องโถงของเรือนแยกฝั่งซ้ายเป็นห้องของท่านอ๋องเซียวหนาน
“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ พระชายากระตือรือร้นให้สาวใช้นำสำรับมาจัดในห้องโถงของเรือนฝั่งซ้ายนี้ จะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ” ถังหลินเอ่ยถามอย่างตื่นตะหนก เดิมทีพระชายาไม่เคยจะก้าวเท้ามาที่นี่ด้วยซ้ำตั้งแต่นางแต่งเข้าจวนมานี่เป็นครั้งแรกถังหลินจึงทำตัวไม่ถูก ส่วนเซียวหนานที่กำลังแต่งกายด้วยตนเองหยุดชะงักเล็กน้อยพลางครุ่นคิดในใจ
‘นางกินอันใดผิดไปอย่างนั้นหรือ ? ทั้งการหย่าที่นางปฏิเสธไหนจะการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อีก’ เซียวหนานยืนครุ่นคิดอยู่ ขณะนั้นเองเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาจากด้านนอก
ปัง !! พระชายาหลินเหย่เดินเข้ามาพร้อมสาวใช้ หากเป็นผู้อื่นคงต้องโดนตวาดและลงโทษไปแล้ว หากแต่ว่านี่นางคือพระชายาของท่านอ๋อง ถังหลินจึงโค้งตัวลงเล็กน้อย
“ขอโทษทีที่ข้าเข้ามาโดยไม่ได้ให้สาวใช้มาแจ้ง ท่านอ๋องอยู่ที่ใด” อ๋องเซียวหนานได้ยินเสียงนางรีบจัดการอาภรณ์ให้เสมือนว่าตนเองสวมใส่มันไม่เป็น หากไม่เช่นนั้นนางจะจัดได้ว่าเขาแสร้งบ้า
“พระชายาท่านเป็นนายหญิงของที่นี่กระหม่อมมิกล้าจะตำหนิพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องกำลังสวมอาภรณ์อยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ”
“อะไรกัน ให้เขาอยู่เพียงลำพังได้อย่างไร หรือว่าสาวใช้ในจวนนี้ไม่เกรงกลัวที่ข้าสั่งสอนไปอย่างนั้นหรือ? ถึงไม่มีผู้ใดเข้ามาสวมอาภรณ์ให้ท่านอ๋อง เกินไปแล้ววันนี้ข้าคงจะต้องจัดการหลังจวนใหม่ทุกอย่าง” หลินเหย่เอ่ยพลางตำหนิ สองเท้าก้าวเข้าใปในห้องแต่งกาย เซียวหนานเห็นใบหน้าของนางรีบแสร้งทำเป็นหวาดกลัวดวงตาสั่นระริก จนนางเห็นก็คิดว่าเขาอาจจะเคยมีสาวใช้มาแต่งกายให้ และคงโดนรังแกอย่างที่นางเคยเห็นเป็นแน่ มือเรียวยื่นไปจับแขนของเขาเบา ๆ
“ท่านคงเจอเรื่องทุกข์ใจและทำให้หวาดกลัวมามากสินะ ไม่ต้องกลัวนะต่อจากนี้ข้าจะดูแลท่านเอง หากสาวใช้นางใดกล้ามาทำร้ายท่านข้าจะจัดการสั่งโบยพวกนาง หรือว่าบั่นคอพวกนางทิ้งเสีย เป็นเพียงทาสในจวนบังอาจมาหยามเกียรติทำร้ายราชวงศ์ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มาสิข้าจะช่วยสวมใส่อาภรณ์ให้ท่านเองไม่ต้องกลัวนะ” หลินเหย่ยิ้มบาง ๆ จับเขาขยับเข้ามาใกล้ตน ค่อย ๆ จัดการสวมอาภรณ์ให้เขาใหม่ นางเองก็เก้ ๆ กัง ๆ เพราะไม่เคยสวมใส่ มือบางสัมผัสถูกแผ่นอกกว้างจนทำให้ร่างสูงใบหน้าแดงระเรื่อ ใจเต้นแรงตึกตัก แต่ก็ต้องอนทนอดกลั้นเอาไว้ไม่ให้นางผิดสังเกต
‘สตรีนางนี้บ้าดีเดือด ตั้งแต่แต่งเข้าจวนไม่เคยสนใจใยดีข้าแท้ ๆ แม้กระทั่งการผูกเชือกเจ้ายังทำไม่เป็น อาภรณ์ของเจ้าก็คงมีสาวใช้คอยสวมใส่ให้ เหตุใดถึงมั่นใจนักที่จะช่วยข้าสวมใส่มัน ข้าว่าข้าน่าจะใส่ดีกว่าที่เจ้ากำลังทำอยู่นี่เสียอีก ’ เขามองนางพลางคิดในใจก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นกลัวว่านางจะเห็นแววตาของเขายามนี้
