ตอนที่ 3 เรื่องชวนปวดหัว
ตอนที่ 3 เรื่องชวนปวดหัว
หลังจากที่แยกจากกัน เสิ่นอันหนิงพาพระชายากลับมาที่ห้องไม่นานนักจูเก่อหลิงก็ตามเข้ามา
“ทูลพระชายายามนี้สาวใช้นางนั้นถูกโยนออกไปจากจวนแล้วเพคะ มือของนางถูกตัดตามคำสั่ง หลังของนางถูกโบยไปสิบไม้เพียงเท่านี้ก็ไม่มีผู้ใดในจวนกล้าลงมือทำร้ายท่านอ๋องอีกแล้วเพคะ”
“ดี หากผู้ใดกล้าก็หมายความว่าไม่เกรงกลัวอำนาจของข้า พวกเจ้าไปพักกันเถอะข้าอยากนอนกลางวันสักงีบ”
“เพคะ” เสิ่นอันหนิงจุดกำยานเพื่อเพิ่มความผ่อนคลาย จูเก่อหลิงเดินไปปิดหน้าต่างให้ในห้องนอนมืดสลัว ก่อนจะพากันเดินออกไปรออยู่ที่หน้าห้อง
ทว่าหลินเหย่ไม่ได้นอนอย่างที่บอก นางหยิบพู่กันกับกระดาษมาจดสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ เป็นการวางแผนใช้ชีวิตต่อจากนี้
“เรื่องความโปรดปรานยังพอเข้าใจ และเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตให้พ้นจากความตาย หรือว่าร่างนี้โหดเหี้ยมจนทำให้ตนเองตายนะ หรือว่ารังเกียจสามีตนเองจนปลิดชีพเขา จนถูกจับได้ โอ๊ย !! ฉันน่าจะอ่านนิยายเรื่องนี้ให้จบก่อน ฝนไม่น่าตกฉันไม่น่าจะถูกฟ้าผ่าก่อนเลย ทำให้ไม่รู้เนื้อเรื่องต่อไปแล้วอย่างนี้จะทำยังไงดีนะ มีอีกอย่างที่ต้องคิดหนัก สืบเรื่องในวังหลวง? สืบอะไรกันนะ”
ติ่ง..การสืบเรื่องในวังหลวงคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของมารดาของท่านอ๋องเซียงหนาน
เสียงระบบดังขึ้น หลินเหย่ใจหายวูบ..การเหยียบเข้าไปในวังหลวงใช่ว่าจะปลอดภัย ในวังหลวงมีแต่เรื่องอันตรายนั่นไม่ได้หมายถึงให้นางเข้าไปรนหาที่ตายหรอกหรือ? ยิ่งคิดหลินเหย่ยิ่งปวดหัว เดินไปเปิดประตูพรวดหนึ่งเรียกสาวใช้ทั้งสองเข้ามาเพื่อหารือ
ปัง !!
“พระชายาไม่บรรทมหรือเพคะ”
“ไม่ ข้านอนไม่หลับพวกเจ้าเข้ามาในนี้ข้ามีเรื่องสงสัย”
“เพคะ” ทั้งสองดินตามหลังนายหญิงเข้าด้านในพร้อมปิดประตูอย่างแน่นหนา
หลินเหย่ไม่ปล่อยให้ความสงสัยคงอยู่กับนางนาน ๆ เมื่อประตูปิดลงนางนั่งลงบนตั่งเอ่ยถามขึ้นมาทันที
“เจ้าช่วยเล่าเรื่องมารดาของท่านอ๋องให้ข้าฟังที เอาแบบที่พวกเจ้ารู้มา” ทั้งสองจ้องมองหน้ากันด้วยความมึนงง และแปลกใจที่วันนี้นายหญิงของนางนิสัยเปลี่ยนไปและการกระทำก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน แต่ก็ไม่ได้กล้าจะเอ่ยถามและบอกเล่าเรื่องนี้เท่าที่พวกนางได้รับรู้มา ตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้ พอได้ยินสาวใช้พูดคุยกัน
“หม่อมฉันได้ยินมาว่ามารดาของท่านอ๋องนั้นถูกจับได้ว่าจะปลงพระชนม์ต่อฮ่องเต้องค์ก่อนเพคะ”
‘เดี๋ยวนะ มารดาของท่านอ๋องนะหรือจะคิดทำร้ายและปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ไม่มีทางนางเป็นเพียงพระชายาของพระเชษฐาฝ่าบาท จะเข้าถึงกายของฝ่าบาทได้อย่างไรหรือว่าเรื่องนี้เองที่ระบบต้องการให้สืบ การรับโทษของมารดาท่านอ๋องคืนความเป็นธรรม
ให้แก่นาง’
“ข้าไม่เห็นเข้าใจเลย เหตุใดนางต้องลงมือปลิดชีพฮ่องเต้องค์ก่อนด้วยเล่า”
“เพราะฮ่องเต้ทรงเอ็นดูและรักท่านอ๋องมาเพคะ เดิมทีท่านอ๋องไม่ได้เป็นใบ้แต่กำเนิด ทว่าก่อนเกิดมาได้เสียบิดา เมื่ออายุเพียง 5 หนาวก็ต้องมาเสียมารดา และเขาต้องรับโทษถูกให้ดื่มยาพิษจนเป็นใบ้และเสียสติถึงทุกวันนี้เพคะ ส่วนเรื่องการปลงพระชนม์ฮ่องเต้นั้นหม่อมฉันได้ยินมาว่า เพราะต้องการให้ท่านอ๋องขึ้นครองบัลลังก์เพคะ” ยิ่งได้ยินคำพูดของจูเก่อหลางหลินเหย่ยิ่งคิ้วขมวดเข้าหากัน เพียงเท่านี้เองหรือ? สาเหตุที่นางลงมือไม่มีทาง หากฮ่องเต้เอ็นดูท่านอ๋อง จางเหม่ยหลิง มารดาของท่านอ๋องคงไม่ลงมือแน่นอน ต้องมีอะไรมากกว่านี้
“หลักฐานล่ะ มีหลักฐานหรือว่านางเป็นคนลงมือ ?”
“มีจดหมายลับถูกค้นเจอที่จวนเพคะ แถมผู้ที่มาเจอคือฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เมื่อก่อนเขาเป็นเพียงองค์ชายสาม แต่เมื่อฮ่องเต้ไร้ทายาทต้องการทรงรักเอ็นดูท่านอ๋องจึงจะให้เขาขึ้นครองราชย์
ทว่าเกิดเรื่องใหญ่หลวงขึ้นเสียก่อน ท่านอ๋องได้รับโทษรับยาพิษ ส่วนมารดาของท่านอ๋องถูกประหาร ตระกูลจางเองก็ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร ไม่มีผู้ขึ้นครองบัลลังก์องค์ชายสามจึงได้รับสถาปนาขึ้นครองบัลลังก์อย่างชอบธรรมเพคะ” เสิ่นอันหลินเอ่ยเสริมอีกคน
‘คิดตามเท่าไหร่ก็ไม่มีเหตุผลที่นางจะต้องลงมือเลย หากวันหนึ่งท่านอ๋องเซียวหนานจะได้ขึ้นครองราชย์ หรือว่าเรื่องนี้มีคนบงการอยู่ข้างหลัง เพียงมองก็รู้ว่าผลประโยชน์เรื่องนี้ตกอยู่ที่ผู้ใด แต่ใครมันจะกล้าเข้าไปสืบเล่าหากคนที่คิดคือผู้ที่อยู่เบื้องบนราษฎร ทุกคน อ๊ากกก!! แล้วอย่างนี้ฉันจะได้กลับโลกเดิมมั้ยนะ’ หลินเหย่คิดจนปวดหัว ดวงตะวันก็คล้อยต่ำลงมา หลินเหย่ได้รับการดูแลจากสาวใช้ทั้งสองเตรียมน้ำอุ่นให้แช่เปลี่ยนอาภรณ์และจัดเตรียมสำรับให้นางน่าเอร็ดอร่อย หลินเหย่หยุดคิดเรื่องน่าปวดหัว และตั้งใจทะทำภารกิจทีละอย่าง อย่างแรกคือการสร้างความโปรดปรานให้แก่ท่านอ๋องเสียก่อน
อีกฝั่งของจวน
แสงสว่างจากเทียนส่องประกาย อ๋องเซียวหนานจับพู่กันขีดเขียนบนกระดาษใบหน้านิ่งเรียบสุขุม ตั้งใจเขียนสิ่งต้องการก่อนจะยื่นให้แก่ถังหลิน ถังหลินรีบหยิบมาอ่าน เมื่ออ่านจบก็รีบยื่นใส่เทียนที่สว่างเพื่อกำจัดหลักฐานว่าอ๋องเซียวหนานไม่ได้สติไม่ดี เนื้อความในกระดาษเอ่ยถึงพระชายาของตนหากนางไม่หย่าก็ปล่อยให้นางอยู่เช่นเดิมไปก่อน และเอ่ยถามเรื่องที่เขาให้ไปจัดการ ถังหลินก้มลงกระซิบข้างหูให้เบาที่สุดไม่อยากให้ผู้ใดรับรู้แม้เพียงผู้เดียว
“ยามนี้หลางอี้กำลังเดินทางไปที่ภูเขาฮวงซานพ่ะย่ะค่ะ กองกำลังของเราที่นั่นกำลังฝึกฝนกันอย่างหนักท่านอ๋องไม่ต้องห่วง ส่วนข่าวในวังหลวงฝั่งนั้นเริ่มวางแผนกันแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวหนานพยักหน้าก่อนจะปัดมือให้ถังหลินออกไปด้านนอก เพื่อไปเฝ้าประตูห้องของตนไม่ให้ผู้อื่นมารบกวนส่วนเขากำลังจะเดินเข้าไปในห้องนอนผนังหลังตู้ตำรามีประตูลับลงไปห้องใต้ดินเป็นแหล่งเก็บความลับของอ๋องเซียวหนานทั้งหมด
‘ท่านแม่อีกไม่นานแล้วขอรับ ข้าจะต้องตามหาคนที่ใส่ร้ายท่านแม่และหยิบยื่นความตายให้ท่าน ข้าจะเอาเลือดคนผู้นั้นมาลบล้างมลทินให้ท่านเอง และบัลลังก์ที่ท่านอาเคยฝากฝั่งและหวงแหนข้าจะยึดครองมันมาปกครองทุกคนต้องอยู่ใต้แทบเท้าของข้า’ สายตาอาฆาตจ้องมองไปยังรูปวาดของมารดาที่แปะติดผนังห้องลับเอาไว้ ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้น
