ตอนที่ 2 พระชายาร้ายกาจ
ตอนที่ 2 พระชายาร้ายกาจ
เสี่ยวลี่เดินไปตามทางก่อนจะคิดได้ว่าตัวเองจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าห้องของท่านอ๋องอยู่จตรงไหน หน้าตาเป็นเช่นไร แม้ว่าจะอ่านนิยายมาก็มีเพียงการบรรยายว่าเขาเป็นบุรุษรูปงามเท่านั้น
“น่ารังเกียจจริง ๆ เหตุใดข้าต้องมาคอยดูแลอ๋องสติไม่ดีอย่างนี้ด้วย เฮ้อดูสิกินข้าวก็ยังพ่นทิ้งเลอะเทอะเต็มเสื้อผ้า หากไม่ได้ค่าตอบแทนที่ดีข้าคงไม่มาเป็นสาวใช้ในจวนนี่แน่นอน นี่รีบอ้าปากเสียสิ แล้วเคี้ยวมันเข้าไป” สาวใช้นางหนึ่งใช้มือจับปลายคางของท่านอ๋องให้เงยหน้าขึ้นงัดช้อนเข้าไปในปากอย่างไม่ใส่ใจและกระทำรุนแรงทำราวกับเขาไม่ใช่ท่านอ๋อง
“เจ้าอย่าได้เอ่ยดังไปสิ เดี๋ยวผู้อื่นจะได้ยินระวังหัวของเจ้าจะไม่ได้อยู่บ่าอีกต่อไป” สาวใช้อีกนางรีบกระซิบบอก
“จะกลัวไปทำไมเล่าไม่มีผู้ใดสนใจหรอกน่า อีกอย่างท่านอ๋องก็เป็นใบ้พูดไม่ได้ สติไม่สมประดีเช่นนี้อีก ฮ่า ฮ่า” นางกล่าวออกมาอย่างไร้ความหวาดกลัว
ครั้นนั้นเองที่เสี่ยวลี่เดินเข้ามาได้ยินและเห็นสาวใช้ทั้งสองทำกับนายราวกับสุนัขตัวหนึ่งมีหรือที่นางจะยอม
“ข้านี่ไงที่สนใจ พวกเจ้าบังอาจไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกล้าดีอย่างไรทำกับท่านอ๋องเช่นนี้ จูเก่อหลิงจับนางปากดีผู้นี้เอาไว้ข้าจะสั่งสอนให้รู้สำนึก” เสี่ยวลี่อ่านนิยายมามากบทร้าย ๆ อย่างนี้นางชอบมันชะมัด สาวใช้ได้ยินเสียงเข่าทรุดลงกับพื้นร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“พระชายาหม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ โปรดไว้ใช้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ”
“เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าเจ้าไม่หวาดกลัวมิใช่หรือ ? เหตุใดถึงได้มาร้องขอชีวิตจากข้ากัน” จูเก่อหลิงจับนางเอาไว้แน่น เสี่ยวลี่ในร่างของหลินเหย่ฟาดมือลงใบหน้าของนางด้วยแรงทั้งหมดที่มี
เพี๊ยะ !! ใบหน้าสะบัดไปตามแรงมือ แต่เสี่ยวลี่เองก็ต้องสะดุ้งโหยงเช่นเดียวกัน
‘อ๊ากก! ทำไมการตบคนถึงได้แสบร้อนจนชามือไปหมด ไม่เห็นจะสะใจหรือสาสมเลย ไม่ได้ ๆ สั่งการก็เพียงพอแล้ว’ นางคิดในใจก่อนจะสั่งบ่าวในเรือน
“จับนางไปตัดมือทิ้งเสียและอย่าลืมตัดลิ้นของนางให้กามันกิน จะได้รู้ว่าการเป็นใบ้ต้องรู้สึกเช่นไร และขับไล่นางออกจากจวนโดยไม่ให้เงินสักอีแปะ โทษฐานล่วงเกินและทำร้ายร่างกายเลือดเนื้อเชื้อไขของราชวงศ์ ไม่ว่าท่านอ๋องจะเป็นเช่นไรเขาก็คือราชวงศ์” ทุกคนอยู่ตรงนั้นต่างพากันสั่นกลัวแม้จะรู้อยู่แล้วว่าพระชายาของอ๋องเจ็ดจะชั่วร้าย แต่กระนั้นนางก็ไม่เคยสนใจเขาเลย หรือว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นทิศตะวันตกกัน
สาวใช้กรี้ดร้องอ้อนวอนขอชีวิตจากนางแต่นางกลับเลือกที่จะใช้มือปัด ๆ ให้บ่าวรับใช้นำนางไปจัดการตามคำสั่ง ก่อนจะหันมามองใบหน้าของอ๋องเซียวหนาน ท่านอ๋องที่นิยายนิยามว่าหล่อเหลาราวกับเทพเทวดามาเดินดิน ดวงตาของนางเป็นประกายแวววาว ตกตะลึงทั้ง ๆ ที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเศษอาหารแต่ไม่อาจจะบดบังความหล่อเหลาเอาไว้ได้เลย
‘นี่นะหรือท่านอ๋อง ให้ตายสิหล่อขนาดนี้ใครมันจะโง่หย่าเล่า คนหล่อ ๆ แบบนี้ฉันชอบ ฮ่า ฮ่า ค่อยมีแรงทำภารกิจหน่อย’
“ท่านอ๋องเจ็บหรือไม่เพคะ ให้หม่อมฉันป้อนอาหารนะเพคะ” เสี่ยวลี่ในร่างของหลินเหย่ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าของตนเองค่อย ๆ เช็ดใบหน้าของเขาอย่างเบามือ ลอบมองใบหน้าของ
เขาครั้งแล้วครั้งเล่าหัวใจเต้นแรงระรัว เพราะนางแพ้ผู้ชายหล่อ ๆ ส่วนอ๋องเซียวหนานเองก็จ้องมองนางดวงตาไม่กระพริบ นางนั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะสั่งให้เสิ่นอันหนิงไปยกสำรับมาใหม่
“เสิ่นอันหนิงเจ้าไปยกสำรับมาให้ข้าที”
“เพคะพระชายา” เสิ่นอันหนิงน้อมรับคำสั่งหันหลังเดินไปที่โรงครัวของจวน ส่วนจูเก่อหลิงไปที่ลานลงโทษกับบ่าวรับใช้เมื่อครู่กลัวว่าบ่าวรับใช้จะใจอ่อนไม่ลงมือทำตามคำสั่ง นางจึงต้องไปยืนมองจนกว่าการลงโทษจะจบลง
ไม่นานสำรับชุดใหม่ได้ยกมาวางบนโต๊ะ หลินเหย่จัดการป้อนเขาอย่างช้า ๆ อ๋องเซียวหนานอ้าปากเคี้ยวกินอย่างว่าง่าย
ติ่ง ...ค่าความโปรดปราน +1
เสียงระบบดังขึ้นหลินเหย่เบะปากเล็กน้อยพลางคิดในใจ
‘อะไรกันป้อนข้าวช่วยเหลือค่าความโปรดปรานเพิ่มขึ้นแค่หนึ่งเองหรือ? แต่เอาเถอะ ที่ช่วยเพราะทนไม่ได้ที่เห็นเขาถูกสาวใช้ชั้นต่ำรังแกต่างหากไม่ได้หวังค่าความโปรดปรานเสียหน่อย อีกอย่างฉันยังได้ลูบไล้ใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาอีก อื้อ...เพียงแค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว ในที่สุดก็มีคนหล่อเป็นของตัวเอง ฮ่า ฮ่า’
หลังจากป้อนอาหารเสร็จนางอาสาพาเขาไปที่ห้องระหว่างนั้นเห็นบุรุษคนสนิทของอ๋องเซียวหนาน หลินเหย่คิ้วขมวดพลางครุ่นคิดตามเนื้อเรื่องนิยาย ชายคนที่เดินเข้ามารูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาคมคายผิวเข้มเล็กน้อย นี่คงเป็นถังหลิน
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่านอ๋องหรือ? เหตุใดท่านอ๋องถึงได้อยู่กับพระชายา” ถังหลินไม่ค่อยชอบหลินเหย่เท่าไหร่นักเพราะได้นิสัยของนางไม่คู่ควรกับนายท่านของตน ถึงนางจะเป็นบุตรสาวของท่านใต้เท้าไป๋ที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์ทว่าบุตรสาวของเขาโหดเหี้ยม ไม่มีความเมตตาต่างจากบิดาที่จิตใจเมตตา
“ถังหลินเจ้าบังอาจนัก เหตุใดถึงกล่าวกับพระชายาเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่เจ้าเองก็เป็นแค่องครักษ์ของท่านอ๋องเท่านั้น เจ้าไม่รู้อะไรสินะพระชายาพึ่งช่วยเหลือท่านอ๋องจากสาวใช้ที่คอยรังแก แทนที่จะขอบพระทัยแต่กลับไร้มารยาทเช่นนี้กับพระชายาได้อย่างไร” เสิ่นอันหนิงต่อว่าถังหลินเสียงดังที่ล่วงเกินนายหญิงของตน
“เสิ่นอันหนิงหยุดเถอะ เขาไม่รู้ย่อมไม่ผิดเจ้ามาก็ดีแล้ว ข้าฝากท่านอ๋องด้วย อ้อ..จริงสิที่ข้ามาหาท่านอ๋องวันนี้เพราะข้าต้องการแจ้งเรื่องที่ข้าได้รับรู้มา ว่าท่านอ๋องต้องการหย่ากับข้า เรื่องนี้ข้าไม่รู้ว่าเป็นความต้องการของเขา หรือของใครเพราะเขาสติไม่ดี แต่ข้าไม่หย่าและไม่ต้องการพูดเรื่องนี้อีก ข้าเป็นพระชายาของท่านอ๋องจะดูแลและอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป เสิ่นอันหนิงไปกันเถอะ” หลินเหย่ปล่อยมือจากอ๋องเซียวหนานพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับสาวใช้ อ๋องเซียวหนานยืนจ้องมองดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยเต็มไปหมด สตรีเช่นนางจู่ ๆ เปลี่ยนไปเป็นอย่างนี้ได้เช่นไรกัน
“ท่านอ๋องกลับไปที่ห้องกันเถอะขอรับ อาภรณ์ของท่านเปื้อนอีกแล้ว สาวใช้นางไหนกันกล้าทำเช่นนี้กับท่าน คิดว่าไร้มารดา ฮ่องเต้รังเกียจแล้วจะกลั่นแกล้งเช่นไรก็ได้อย่างนั้นหรือ? ต้องจัดการบั่นคอทิ้งเสียให้หมด” เซียวหนานจ้องมองใบหน้าถังหลินจนเขาต้องก้มหน้าและปิดปากเงียบเดินประคองพาเขาไปที่ห้องเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่
