4
“...”
“หากแยกทางกัน หม่อมฉันจะนำสินเดิมของตนเองไปตั้งตัว ไม่เรียกร้องทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของหม่อมฉัน ส่วนทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสมรส หากจำเป็นก็สามารถตกลงกันอย่างเป็นธรรมได้”
ลี่เซียวเลิกคิ้ว
“เจ้าคิดเรื่องทรัพย์สินไว้แล้วด้วย”
เหมยฮวายิ้ม
“เรื่องเงินต้องคิดให้รอบคอบเพคะ”
“เจ้าช่างเตรียมพร้อมเสียจริง”
“ขอบพระทัยที่ชมเพคะ”
“ข้าไม่ได้ชม”
“เช่นนั้นหม่อมฉันขอรับไว้เป็นคำชมก็แล้วกัน”
มุมปากของลี่เซียวกระตุกเล็กน้อย
เขามองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจ
วันนี้นางไม่มีท่าทีหึงหวง ไม่มีน้ำตา และไม่พยายามยื้อเขาไว้
ตรงกันข้าม นางกลับดูกระตือรือร้นอย่างประหลาดที่จะออกจากจวน
“เจ้าคิดว่าหากข้าร่วมยื่นฎีกา ฝ่าบาทจะทรงอนุญาตทันทีหรือ”
“ไม่เพคะ”
“แล้วเหตุใดจึงมั่นใจนัก”
“หม่อมฉันไม่ได้มั่นใจว่าจะสำเร็จทันที แต่หากไม่เริ่มดำเนินการเลย ก็ไม่มีวันสำเร็จ”
ลี่เซียวเงียบไป
เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคำพูดของนางมีเหตุผล
แต่การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องของสามีภรรยาเพียงสองคน
เขามีตำแหน่งในราชสำนัก และมีขุนนางจำนวนไม่น้อยรอจับผิดอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันของเหมยฮวาก็น่าสงสัย
“ข้ายังไม่อาจรับปากว่าจะร่วมยื่นฎีกา”
รอยยิ้มของเหมยฮวาชะงัก
“เพราะเหตุใดเพคะ”
“ข้าต้องพิจารณาให้รอบคอบ”
“ต้องใช้เวลานานเพียงใด”
“ยังบอกไม่ได้”
“หนึ่งปีหรือเพคะ”
“ไม่ถึงเพียงนั้น”
“หกเดือน”
“เหมยฮวา”
“สามเดือน”
ลี่เซียวถอนหายใจ
“เจ้าจะต่อรองไปถึงเมื่อใด”
“จนกว่าจะได้ระยะเวลาที่เหมาะสมเพคะ”
“...”
“หนึ่งเดือนเป็นอย่างไร”
เขาขมวดคิ้ว
“หนึ่งเดือน”
“เพคะ ท่านใช้เวลาหนึ่งเดือนพิจารณาว่าจะร่วมยื่นฎีกาหรือไม่ ส่วนหม่อมฉันจะใช้เวลานั้นพิสูจน์ว่าตนไม่ได้คิดสร้างเรื่องวุ่นวาย”
ลี่เซียวมองนางนิ่ง
“เจ้าต้องการให้ข้าเชื่อว่าเจ้าจะเปลี่ยนนิสัยได้ภายในหนึ่งเดือน”
“หม่อมฉันไม่อาจรับปากว่าจะกลายเป็นสตรีสมบูรณ์แบบ แต่รับปากว่าจะไม่จงใจรังแกผู้ใด และจะรับผิดชอบการกระทำของตนเอง”
คำตอบนั้นต่างจากคำสาบานเลื่อนลอยที่เขาเคยได้ยิน
ลี่เซียวจึงเริ่มครุ่นคิดจริงจัง
หนึ่งเดือนเพียงพอให้เขาสังเกตพฤติกรรมของนาง และตรวจสอบว่าคำขอหย่าครั้งนี้มีเจตนาใดซ่อนอยู่หรือไม่
“ได้”
เหมยฮวาเงยหน้าทันที
“ได้หรือเพคะ!”
“ข้าจะใช้เวลาหนึ่งเดือนพิจารณาคำขอของเจ้า”
“แล้วเมื่อครบกำหนด”
“ข้าจะให้คำตอบว่าจะร่วมยื่นฎีกาหรือไม่”
“ท่านรับปากแล้วนะเพคะ”
“ข้ารับปากว่าจะให้คำตอบ ไม่ได้หมายความว่าจะยินยอมหย่า”
เหมยฮวารีบพยักหน้า
“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ!”
อย่างน้อยก็มีเส้นตายสำหรับการเจรจา!
ดีกว่าถูกดองเรื่องไว้ไม่มีกำหนด!
ลี่เซียวมองรอยยิ้มของนางแล้วอดสงสัยไม่ได้
“การได้หย่าจากข้าทำให้เจ้าดีใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”
เหมยฮวาชะงัก
นางเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา ก่อนยิ้มอย่างระมัดระวัง
“หม่อมฉันดีใจที่ท่านยอมรับฟังเหตุผลเพคะ”
“เจ้าช่างพูดนัก”
“เป็นความสามารถติดตัวเพคะ”
“ความสามารถที่เจ้าควรใช้ให้ถูกที่”
“หม่อมฉันจะพยายามเพคะ”
ลี่เซียวส่ายหน้าเล็กน้อย
“ระหว่างนี้อย่าก่อเรื่องอีก”
“เพคะ”
“อย่ารังแกบ่าว”
“เพคะ”
“อย่าหาเรื่องอนุฟาง”
“หากนางไม่มาหาเรื่องหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันก็ไม่คิดยุ่งเกี่ยวเพคะ”
ลี่เซียวมองนาง
“เจ้ากำลังต่อรองเงื่อนไขอีกแล้วหรือ”
“หม่อมฉันเพียงขอความเป็นธรรม หากผู้ใดกล่าวหาหม่อมฉันโดยไม่มีหลักฐาน ท่านก็ควรตรวจสอบก่อนตัดสิน มิใช่หรือเพคะ”
เขานิ่งไปชั่วครู่
“ข้าจะตรวจสอบตามข้อเท็จจริง”
“ขอบพระทัยเพคะ”
ลี่เซียวหยิบหนังสือตักเตือนขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะอีกครั้ง
“ส่วนเรื่องเมื่อวาน ข้าจะให้คนตรวจสอบความเสียหาย หากมีผู้ได้รับความเดือดร้อน เจ้าต้องรับผิดชอบ”
“หม่อมฉันยินดีเพคะ”
เขาพยักหน้าแล้วหมุนตัวเดินไปทางประตู
แต่ก่อนจะออกไปก็หยุดฝีเท้า
“เหมยฮวา”
“เพคะ”
“ข้าหวังว่าครั้งนี้เจ้าจะรักษาคำพูด”
นางมองแผ่นหลังสูงสง่านั้น
“หม่อมฉันก็หวังว่าท่านจะรักษาคำพูดเช่นกันเพคะ”
ลี่เซียวหันกลับมามอง
ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง
ก่อนเขาจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวอะไรอีก
เมื่อประตูปิดลง เหมยฮวาก็ยกสองมือขึ้นเหนือศีรษะ
“สำเร็จ!”
เสี่ยวเถาที่รออยู่ด้านนอกรีบวิ่งเข้ามา
“พระชายา! เกิดอะไรขึ้นเพคะ ท่านอ๋องทรงกริ้วหรือไม่”
“ไม่กริ้ว!”
“แล้วพระองค์ทรงลงโทษหรือไม่”
“ไม่ลงโทษ!”
“เช่นนั้นพระชายาดีใจเรื่องใดเพคะ”
เหมยฮวาหันมายิ้มกว้าง
“ข้าขอหย่าแล้ว!”
เสี่ยวเถานิ่งค้าง
อ่างน้ำในมือแทบหลุดร่วง
“หะ... หย่า”
“ใช่!”
“หย่ากับท่านอ๋อง”
“ก็ข้ามีสามีอยู่คนเดียว จะให้ไปหย่ากับใครเล่า!”
“พระชายา!”
เสี่ยวเถารีบวางอ่างน้ำแล้วคุกเข่าลง
“พระองค์ทรงโกรธท่านอ๋องจนเลอะเลือนแล้วหรือเพคะ!”
เหมยฮวาถอนหายใจ
“ข้ามีสติดีทุกอย่าง”
