3
ดีเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปหา!
ประตูห้องเปิดออก
บุรุษร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย คิ้วเข้ม ดวงตาลุ่มลึก และท่าทางสง่างามสมฐานะเชื้อพระวงศ์
เขาหยุดยืนห่างจากเตียงไม่กี่ก้าว
สายตาเย็นชากวาดมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เหมยฮวาเผลอนิ่งไปครู่หนึ่ง
โอ้โห...
หล่อจริงด้วย!
คนเขียนนิยายไม่ได้โม้เลยสักนิด
แต่เมื่อสบดวงตาเย็นเยียบคู่นั้น นางก็รีบดึงสติกลับมา
หล่อแล้วอย่างไร
หล่อแค่ไหนก็ไม่คุ้มกับการเสียหัว!
ลี่เซียววางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะข้างเตียง
“ตื่นแล้วหรือ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์
“เพคะ”
“ยังปวดศีรษะอยู่หรือไม่”
เหมยฮวาชะงักเล็กน้อย
ไม่คิดว่าเขาจะถามอาการก่อน
“ดีขึ้นแล้วเพคะ”
“เช่นนั้นก็ดี”
ลี่เซียวเลื่อนสายตาไปยังเสี่ยวเถา
“ออกไปก่อน”
“เพคะ”
เสี่ยวเถาเหลือบมองเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนค่อย ๆ ถอยออกไป
เมื่อประตูปิดลง ลี่เซียวจึงหันกลับมา
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อวานก่อเรื่องอะไรไว้”
เหมยฮวาพยักหน้า
“ทราบแล้วเพคะ”
เขาขมวดคิ้ว
“ทราบแล้ว”
“หม่อมฉันสร้างความวุ่นวายกลางตลาด กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน และทำให้จวนอ๋องเสียชื่อเสียง”
ลี่เซียวเงียบไป
คำตอบนี้ผิดจากที่คาดไว้มาก
ปกติหากเขาตำหนินาง นางจะต้องร้องไห้ โวยวาย หรือกล่าวโทษอนุฟาง
แต่วันนี้กลับยอมรับผิดอย่างง่ายดาย
“แล้วเจ้าคิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร”
“หม่อมฉันควรขอโทษผู้ที่ได้รับความเสียหาย และชดใช้หากมีทรัพย์สินของผู้ใดเสียหายเพคะ”
ลี่เซียวมองนางนิ่ง
“เจ้าพูดจริง”
“จริงเพคะ”
“ไม่ได้คิดจะกล่าวโทษอนุฟางอีกหรือ”
“หากไม่มีหลักฐาน หม่อมฉันจะกล่าวโทษนางทำไม”
คิ้วเข้มของลี่เซียวขมวดเข้าหากันมากขึ้น
“เหมยฮวา”
“เพคะ”
“เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร”
นางยิ้มอย่างสุภาพ
“กำลังคิดจะเป็นคนดีเพคะ”
“...”
“ท่านไม่เชื่อหรือ”
“เจ้าเคยพูดเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง”
เหมยฮวาเม้มปาก
เอาเถอะ เจ้าของร่างเดิมคงสร้างผลงานไว้เยอะจริง ๆ
ลี่เซียวหยิบกระดาษบนโต๊ะขึ้นมา
“นี่เป็นหนังสือตักเตือน หากเจ้าก่อเรื่องรังแกผู้อื่นอีก ข้าจะสั่งให้เจ้าพักอยู่ในเรือนและห้ามออกไปสร้างความเดือดร้อนจนกว่าจะสำนึกผิด”
เหมยฮวาเหลือบมองหนังสือในมือเขา
หนังสือตักเตือน
นึกว่าใบหย่าเสียอีก!
นางอดผิดหวังไม่ได้
แต่เพียงครู่เดียว ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา
ในเมื่อเขารังเกียจนางอยู่แล้ว เหตุใดไม่ใช้โอกาสนี้เสนอทางออกให้ทั้งสองฝ่าย
“ท่านอ๋อง”
“ว่าอย่างไร”
“หม่อมฉันมีเรื่องอยากปรึกษาเพคะ”
ลี่เซียวมองนางอย่างระแวดระวัง
“เรื่องใด”
เหมยฮวาขยับตัวนั่งหลังตรง
“ท่านไม่ชอบหม่อมฉัน ใช่หรือไม่เพคะ”
คำถามตรงไปตรงมาทำให้เขาชะงัก
“เหตุใดจึงถาม”
“เพราะหม่อมฉันอยากทราบความจริง”
ลี่เซียวเงียบไปครู่หนึ่ง
“ความประพฤติของเจ้าทำให้ข้าผิดหวัง”
“แล้วท่านมีความสุขกับการแต่งงานครั้งนี้หรือไม่”
“...”
“ไม่ต้องเกรงใจหม่อมฉันเพคะ”
เขามองนางอย่างประหลาดใจ
“เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่”
เหมยฮวาสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ก่อนยิ้มกว้าง
“พวกเราหย่ากันเถอะเพคะ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที
ลี่เซียวนิ่งค้าง
“เจ้าว่าอะไรนะ”
“หม่อมฉันขอหย่าเพคะ”
“หย่า”
“ใช่เพคะ แยกทางกันอย่างสงบ ต่างคนต่างใช้ชีวิต ไม่ต้องทะเลาะกันอีก”
ลี่เซียวจ้องหน้านาง
“เหมยฮวา เจ้ากำลังเล่นตลกอะไร”
“หม่อมฉันพูดจริงเพคะ”
“เมื่อวานเจ้ายังอาละวาดเพราะหึงหวงข้า”
“เมื่อวานก็คือเมื่อวาน วันนี้หม่อมฉันคิดได้แล้ว”
“คิดได้ภายในคืนเดียว”
“บางครั้งคนเราก็ต้องผ่านเหตุการณ์เฉียดตายก่อนจึงจะมองเห็นความจริงเพคะ”
ลี่เซียวหรี่ตา
“ความจริงอะไร”
“ความจริงที่ว่าชีวิตสั้นนัก ไม่ควรเสียเวลาอยู่กับคนที่ไม่มีความสุขด้วยกัน”
คำตอบนั้นทำให้เขาเงียบไปอีกครั้ง
เหมยฮวารีบฉวยโอกาสพูดต่อ
“ท่านเองก็ไม่ต้องทนกับพระชายาที่ทำให้ปวดศีรษะ ส่วนหม่อมฉันก็จะได้ไปใช้ชีวิตอย่างสงบ ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ดีออกมิใช่หรือเพคะ”
“เจ้าคิดว่าการหย่าเป็นเรื่องง่ายถึงเพียงนั้น”
“หม่อมฉันทราบว่าไม่ง่ายเพคะ”
“การสมรสของเราเป็นพระราชทาน”
“ทราบเพคะ”
“หากจะยุติความสัมพันธ์ ต้องกราบทูลขอพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบาท”
“ทราบเพคะ”
“แล้วเจ้ายังจะขอหย่า”
“ขอเพคะ”
ลี่เซียวมองนางอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะเหตุใด”
เหมยฮวานิ่งคิดเล็กน้อย
นางไม่อาจบอกได้ว่าตนอ่านนิยายมาแล้วและรู้ว่าอีกสองเดือนจะถูกประหาร
จึงเลือกตอบตามความจริงเพียงบางส่วน
“เพราะหม่อมฉันอยากมีชีวิตที่เป็นของตัวเองเพคะ”
ลี่เซียวชะงัก
“อยู่ในจวนอ๋อง เจ้าขาดสิ่งใด”
“หม่อมฉันไม่ได้ขาดอาหารหรือเสื้อผ้าเพคะ”
“แล้วขาดอะไร”
“ความสบายใจ”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เหมยฮวาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันยอมรับว่าที่ผ่านมาทำผิดหลายเรื่อง แต่การอยู่ร่วมกันโดยไม่มีความรัก มีแต่ความระแวงและความไม่พอใจ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ใด”
