บท
ตั้งค่า

บทที่ 6: คู่หมั้นผู้มั่งคั่ง

แสงตะวันยามซื่อ 09.00 - 10.59 น. สาดส่องผ่านม่านมุ้งผ้าไหมโปร่งบางเข้ามาภายในห้องนอนอันเงียบสงบ สำหรับคนทั่วไป เวลานี้คือช่วงเวลาแห่งการประกอบสัมมาอาชีพ เหงื่อไหลไคลย้อยเพื่อแลกเงินตรา ทว่าสำหรับ เสิ่นโยวโยว บุตรีหัวแก้วหัวแหวนของกั่วกง เวลานี้เป็นเพียงยามเช้าตรู่ ที่นางเพิ่งจะพลิกตัวตื่นจากการนิทราอันยาวนาน

นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายาวสลวยทิ้งตัวระลงแผ่นหลังดุจม่านน้ำตก ดวงตาหงส์ปรือปรอยด้วยความง่วงงุน มือเรียวขาวผ่องหยิบถ้วยชาอุ่นที่สาวใช้เตรียมไว้จิบเบาๆ สมองของนางเริ่มทำงานประมวลผลเหตุการณ์เมื่อวาน

“ท่านอ๋องปีศาจผู้นั้น” นางพึมพำกับตัวเอง

แววตาของเซียวจิ่งเหยียนที่มองนางในงานเลี้ยงบุปผา มันไม่ใช่สายตาแห่งความเกลียดชังอย่างที่เคยเป็น แต่มันแฝงความรู้ทันและความสนใจ บางอย่างที่ทำให้นางขนลุกซู่ ยิ่งนึกถึงตอนที่เขาอุ้มนางกลับรถม้า และคำขู่เรื่องให้คัดหนังสือนั่น

‘ไม่ปลอดภัย ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง’

เสียงความคิดของนางก้องกังวานในหัว ‘อีตาอ๋องนี่ชักจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตอันสงบสุขของข้ามากเกินไปแล้ว ขืนปล่อยไว้แบบนี้ เขาต้องจับได้แน่ว่าข้าแกล้งโง่แกล้งป่วย ดีไม่ดีอาจจะลากข้าไปเข้าคุกหลวงข้อหาหลอกลวงเบื้องสูง ไม่ได้การ ข้าต้องหาเกราะกำบัง’

“เสี่ยวชิง” นางเอ่ยเรียกเสียงเนือยๆ

สาวใช้คนสนิทรีบวิ่งเข้ามา “เจ้าคะคุณหนู? จะรับสำรับเช้าเลยหรือไม่เจ้าคะ วันนี้มีโจ๊กเนื้อปู”

“เรื่องกินเอาไว้ก่อน” เสิ่นโยวโยวโบกมืออย่างจริงจัง ซึ่งหาได้ยากยิ่ง “ไปตามพ่อบ้านมา ข้ามีเรื่องสำคัญระดับคอขาดบาดตายจะสั่งการ”

เสี่ยวชิงหน้าซีดเผือด รีบวิ่งออกไปตามพ่อบ้านชราเข้ามาทันที พ่อบ้านก้มหน้าตัวสั่น นึกว่าคุณหนูจะสั่งลงโทษบ่าวไพร่คนไหนอีก

“พ่อบ้านจาง” เสิ่นโยวโยวเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าต้องการให้เจ้าไปสืบข่าวและรวบรวมรายชื่อบุรุษทั่วเมืองหลวงมาให้ข้า”

“บุรุษ? คุณหนูหมายถึง ชายหนุ่มรูปงามหรือขอรับ?” พ่อบ้านถามอย่างงุนงง

“รูปงามไม่สำคัญ สำคัญที่คุณสมบัติ” เสิ่นโยวโยวหยิบพู่กันขึ้นมาจดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ลายมือหวัดจนแทบอ่านไม่ออกเพราะขี้เกียจตวัดข้อมือ

“จดไว้นะพ่อบ้านจาง ข้าต้องการรายชื่อบุรุษที่มีคุณสมบัติดังนี้ เพื่อมาเป็นสามีของข้า”

1. รวยล้นฟ้า: ต้องมีทรัพย์สินมหาศาล เลี้ยงดูข้าได้โดยที่ข้าไม่ต้องกระดิกนิ้วทำมาหากิน

2. โง่เขลาเบาปัญญา: เพื่อที่จะได้ตามใจข้าทุกอย่าง ไม่จุกจิกจู้จี้ และหลอกง่าย

3. ไร้ญาติขาดมิตร: โดยเฉพาะ ‘แม่สามี’ หากไม่มีจะพิจารณาเป็นพิเศษ ข้าขี้เกียจไปคารวะน้ำชาเช้าเย็น

4. สุขภาพอ่อนแอ: ข้อนี้สำคัญสุด หากป่วยกระเสาะกระแสะใกล้ตายยิ่งดี ข้าจะได้รีบรับมรดกและกลายเป็นแม่ม่ายทรงเครื่องผู้ร่ำรวยและเป็นอิสระ

พ่อบ้านจางและเสี่ยวชิงอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้

“คะ คุณหนู นี่ท่าน ท่านจะหาสามีเพื่อแช่งให้เขาตายหรือขอรับ” พ่อบ้านร้องเสียงหลง

“จุ๊ๆ อย่าพูดจาอัปมงคล” เสิ่นโยวโยวทำหน้าดุ “ข้าเพียงแต่มองการณ์ไกล สัจธรรมชีวิตมีเกิดแก่เจ็บตาย ข้าแค่เลือกคนที่วัฏจักรชีวิตสั้นหน่อย จะได้ไม่เสียเวลาชีวิตข้า ไป รีบไปหามา ยิ่งได้เร็วยิ่งดี ก่อนที่ท่านอ๋องจะมาตามรังควานข้าอีก”

เมื่อไล่พ่อบ้านออกไปแล้ว เสิ่นโยวโยวก็ล้มตัวลงนอนต่อ ‘เฮ้อ การวางแผนชีวิตนี่มันเหนื่อยจริงๆ ขอนอนพักสายตาสักงีบแล้วกัน’

ตกบ่ายวันเดียวกัน พ่อบ้านจางผู้จงรักภักดี และกลัวคุณหนูอาละวาด ก็หอบม้วนภาพวาดและประวัติชายหนุ่มกองโตเข้ามารายงาน

เสิ่นโยวโยวนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่ง จิบชาดอกเก๊กฮวยเย็นฉ่ำ พลางใช้เท้าเขี่ยให้เสี่ยวชิงคลี่ภาพวาดให้ดูทีละม้วน

“คนแรก คุณชายหลี่ บุตรเสนาบดีกรมโยธา รูปงาม เชี่ยวชาญกาพย์กลอน” เสี่ยวชิงนำเสนอ

เสิ่นโยวโยวส่ายหน้า ‘ผ่าน หล่อไป เดี๋ยวสาวๆ ตามกรี๊ด ข้าขี้เกียจตามตบตีแย่งชิง แถมพวกบัณฑิตชอบพูดมาก น่ารำคาญ’

“คนที่สอง แม่ทัพน้อยจาง ร่างกายกำยำ แข็งแรง ดุดัน”

เสิ่นโยวโยวเบ้ปาก ‘ผ่าน แข็งแรงขนาดนี้คงอยู่ค้ำฟ้าตายยาก แถมวันดีคืนดีอาจจะลากข้าไปวิ่งรอบจวนตอนตีสี่ ไม่เอา’

ผ่านไปกว่ายี่สิบคน ยังไม่มีใครเข้าตา จนกระทั่งมาถึงภาพวาดม้วนหนึ่ง

“คนนี้ เศรษฐีหวัง บุตรชายโทนของคหบดีใหญ่แห่งหอการค้า ร่ำรวยระดับประเทศ ที่บ้านมีภูเขาทองคำ บิดามารดาเสียชีวิตหมดแล้ว แต่...” เสี่ยวชิงทำหน้ากระอักกระอ่วน “รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ สติปัญญา เอ่อ ค่อนข้างทึ่มทื่อ และร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง หอบหืดกำเริบบ่อยเจ้าค่ะ”

ดวงตาของเสิ่นโยวโยวเป็นประกายวาววับ นางดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที

“คนนี้แหละ เทพบุตรในฝันของข้า” นางตะโกนก้อง ‘รวย โง่ ใกล้ตาย ไร้แม่ผัว นี่มันแจ็คพอตแตกชัดๆ’

นางคว้าภาพวาดบุรุษร่างท้วมหน้าตาซื่อบื้อขึ้นมาดูด้วยความชื่นชมประดุจได้ของล้ำค่า

“พ่อบ้านจาง ส่งเทียบเชิญไปตระกูลหวังเดี๋ยวนี้ บอกว่าคุณหนูรองตระกูลเสิ่นสนใจจะสานสัมพันธ์ โอ๊ะ ไม่สิ บอกว่าข้าอยากปรึกษาเรื่องการลงทุน ไม่เอา ขี้เกียจคุย บอกไปตรงๆ เลยว่าข้าจะดูตัว”

ในขณะที่เสิ่นโยวยิ้มแก้มปริ วาดฝันถึงชีวิตที่ได้นอนกลิ้งบนกองเงินโดยมีสามีอ้วนท้วนคอยป้อนองุ่น

ปัง!!

เสียงประตูเรือนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมปราณสายหนึ่งพัดวูบเข้ามาจนม้วนภาพวาดในมือเสิ่นโยวโยวปลิวหลุดจากมือ

ร่างสูงสง่าในชุดสีน้ำเงินเข้มยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บึ้งตึงดำทะมึนราวกับท้องฟ้าก่อนพายุเข้า ดวงตาคมกริบจ้องมองภาพวาดบุรุษอ้วนในมือนางสลับกับใบหน้าของนาง

“ท่านอ๋อง” พ่อบ้านและเสี่ยวชิงรีบคุกเข่าลงด้วยความตกใจ

เซียวจิ่งเหยียนไม่สนใจข้ารับใช้ เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเสิ่นโยวโยว รัศมีกดดันแผ่ออกมารอบกายจนอากาศในห้องเย็นยะเยือก

“เสิ่นโยวโยว นี่เจ้ากำลังทำอะไร?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและราบเรียบจนน่ากลัว

เสิ่นโยวโยวที่ยังงุนงง รีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม แบบแห้งๆ ‘ซวยแล้ว มารผจญโผล่มาจนได้ เขามาทำไมตอนนี้เนี่ย ข้ากำลังจะมีความสุขแท้ๆ’

“ถวายบังคมเพคะท่านอ๋อง” นางยอบกายลงอย่างชดช้อย “หม่อมฉันกำลัง เอ่อ ศึกษางานศิลปะและโหงวเฮ้งของบุคคลสำคัญในเมืองหลวงเพคะ”

‘ศึกษากะผีสิ ข้ากำลังเลือกผัว เลือกทางรอดจากเงื้อมมือท่านนั่นแหละ’

เซียวจิ่งเหยียนได้ยินเสียงในใจนางชัดเจน เส้นเลือดที่ขมับเขาเต้นตุบๆ เขาเดินเข้าไปหยิบภาพวาดของ ‘เศรษฐีหวัง’ ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาพิจารณา

ในภาพคือชายอ้วนลงพุง หน้าตามึนงง น้ำลายยืดเล็กน้อย

“นี่น่ะหรือ งานศิลปะที่เจ้าสนใจ?” เขาชูภาพขึ้นแล้วมองหน้านาง “เจ้าบอกว่าเจ้ากำลังเลือกสามี?”

เสิ่นโยวโยวสะดุ้ง ‘เฮ้ย รู้ได้ไง? หรือว่าหน้าข้ามันฟ้อง?’

“เอ่อ มิกล้าเพคะ ท่านอ๋องเข้าใจผิดแล้ว หม่อมฉันเพียงแต่”

“หุบปาก” เซียวจิ่งเหยียนตวาดเสียงดัง “เสิ่นโยวโยว เปิ่นหวางไม่คิดเลยว่ารสนิยมของเจ้าจะตกต่ำลงถึงเพียงนี้ เจ้าปฏิเสธไมตรีของเปิ่นหวาง แล้วหันไปสนใจ เจ้าหมูตอนนี่เนี่ยนะ?”

คำว่า ‘หมูตอน’ กระแทกใจดำ แต่สิ่งที่กระแทกใจเสิ่นโยวโยวมากกว่าคือคำว่า ‘ปฏิเสธไมตรี’

‘ไมตรีบ้าบออะไร ท่านจะฆ่าข้าต่างหาก แล้วเจ้าอ้วนนี่ดีกว่าท่านตั้งเยอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่มานั่งจ้องจับผิดข้า ไม่สั่งข้าคัดลายมือ และที่สำคัญ เขาจะตายเร็ว’

เปรี้ยง!!

เซียวจิ่งเหยียนรู้สึกเหมือนเส้นสติขาดผึง เขาขยำภาพวาดเศรษฐีหวังจนยับยู่ยี่ด้วยมือเดียว แล้วโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี

“เจ้าคิดว่าคนอย่างเจ้าจะแต่งงานกับใครก็ได้งั้นรึ?” เขาเดินไล่ต้อนนางจนเสิ่นโยวโยวต้องถอยหลังไปชิดมุมห้อง

“เจ้าเป็นบุตรสาวกั่วกง เป็นถึงท่านหญิงตราตั้ง หากจะแต่งงาน ต้องได้รับพระราชทานอนุญาตจากฮ่องเต้ หรือไม่ก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากเปิ่นหวางผู้เป็นชินอ๋องดูแลความสงบเรียบร้อย”

เสิ่นโยวโยวเบิกตากว้าง ‘อะไรนะ? กฎบ้าบออะไรเนี่ย จะแต่งงานต้องขออนุญาตตาบ้านี่ด้วยเหรอ? จบกัน ชีวิตปลาเค็มของข้า’

นางทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ไม่ใช่เพราะกลัวเขา แต่เพราะเสียดายอนาคตที่วาดฝันไว้

“ท่านอ๋อง เหตุใดท่านต้องขัดขวางหม่อมฉันด้วย? หม่อมฉันเพียงแค่อยากมีชีวิตที่สงบสุข” นางแสร้งบีบน้ำตา

เซียวจิ่งเหยียนมองสตรีตรงหน้าด้วยความโมโหปนหมั่นไส้ ยิ่งได้ยินนางคิดว่า ‘เจ้าอ้วนนั่นดีกว่าท่าน’ เขาก็ยิ่งหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล

“สงบสุข? ฝันไปเถอะ” เขาก้มลงกระซิบข้างหูนาง “ตราบใดที่เจ้ายังคัดกุลสตรีสามประการไม่ครบหนึ่งร้อยจบ เจ้าห้ามคิดเรื่องแต่งงาน ห้ามดูตัว และห้ามมีความสุข”

‘ไอ้คนใจร้าย ไอ้เผด็จการ ไอ้.. ไอ้คนหล่อใจทราม’

เซียวจิ่งเหยียนยืดตัวขึ้น แสะยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อได้ยินนางด่า อย่างน้อยนางก็ชมว่าเขาหล่อ

“พ่อบ้าน” เขาหันไปเรียกพ่อบ้านจาง “นำรูปวาดพวกนี้ไปเผาทิ้งให้หมด หากข้าเห็นรูปบุรุษหน้าไหนโผล่มาในเรือนนี้อีก ข้าจะสั่งโบยเจ้า”

“ระ รับทราบขอรับ” พ่อบ้านรีบโกยรูปวาดทั้งหมดวิ่งหนีออกไปทันที

เซียวจิ่งเหยียนหันกลับมามองเสิ่นโยวโยวเป็นครั้งสุดท้าย สายตาของเขาเปลี่ยนจากดุดันเป็นแววตาที่อ่านยาก

“อ้อ แล้วก็เรื่องเศรษฐีหวังผู้นั้น” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เปิ่นหวางเพิ่งได้รับรายงานว่าเขากำลังถูกตรวจสอบเรื่องการค้าของเถื่อน ทรัพย์สินทั้งหมดอาจถูกยึดเข้าหลวง เจ้าคงไม่อยากแต่งเข้าไปแล้วต้องไปนอนในคุกหรอกกระมัง?”

เสิ่นโยวโยวตาโต ‘หา? ล้มละลาย? ตัดทิ้ง ตัดออกจากกองมรดกทันที เกือบไปแล้วไหมล่ะ’

“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่เตือนสติเพคะ” นางกัดฟันตอบ

“ดี” เซียวจิ่งเหยียนพยักหน้าอย่างพอใจ “เปิ่นหวางไปล่ะ อ่อ อย่าลืมส่งการบ้านพรุ่งนี้เช้าด้วย ถ้าลายมือไม่สวย เปิ่นหวางจะสั่งให้คัดใหม่”

ร่างสูงหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นอายความกดดันที่ค่อยๆ จางหาย

ทันทีที่เขาพ้นประตู เสิ่นโยวโยวก็ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้น หมดสิ้นเรี่ยวแรง

“คุณหนู” เสี่ยวชิงคลานเข้ามาหา “เราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ? แผนหาสามีรวยล่มไม่เป็นท่าเลย”

เสิ่นโยวโยวถอนหายใจยาวเหยียด นางมองไปที่ถังขยะที่มีก้อนกระดาษยับยู่ยี่ อดีตว่าที่สามี นอนแอ้งแม้งอยู่

“ช่างมันเถอะเสี่ยวชิง” นางเอ่ยเสียงเนือย “ผู้ชายก็เหมือนรองเท้า ถ้าใส่แล้วกัดก็อย่าไปใส่ แถมรองเท้าคู่นี้ดันเป็นรองเท้าเหล็กที่เตะทีเดียวขาหักอีกต่างหาก”

นางค่อยๆ คลานกลับไปที่ตั่งเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง

“คุณหนูจะนอนอีกแล้วหรือเจ้าคะ? แล้วการบ้านท่านอ๋อง”

เสียงอู้อี้ดังลอดออกมาจากผ้าห่ม

“จ้างคนเขียน ไม่สิ ให้เจ้าเขียนแทนข้าทีเสี่ยวชิง ลอกลายมือข้าให้เหมือนนะ เอาแบบไก่เขี่ยๆ หน่อย เดี๋ยวเขาจับได้”

“แต่คุณหนูเจ้าคะ”

“ไม่ตงไม่แต่มันแล้ว วันนี้ข้าเสียพลังงานไปกับการใช้สมองหาผัวมากเกินไป ร่างกายต้องการการฟื้นฟู ปิดม่าน ปิดประตู ห้ามใครรบกวน ข้าจะนอนยาวจนถึงมื้อเย็น”

ภายในความมืดสลัวของผ้าห่มนวม เสิ่นโยวโยวหลับตาลง มุมปากยกยิ้มน้อยๆ แม้แผนการจะล้มเหลว แต่นางก็ค้นพบสัจธรรมข้อใหม่

‘การมีสามีอาจจะทำให้รวยทางลัด แต่การนอนหลับคือความรวยที่แท้จริง เพราะในฝัน ข้าจะเป็นเศรษฐีนีที่มีสามีเป็นแมวเหมียวก็ได้’

และแล้ว คุณหนูรองตระกูลเสิ่นก็ตัดจบปัญหาชีวิตด้วยการตัดเข้าสู่โหมดจำศีล ปล่อยให้ท่านอ๋องจอมเผด็จการเป็นเพียงฝันร้ายที่ผ่านพัดไป พร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอ ครอกฟี้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel