บทย่อ
สตรีอื่นทะลุมิติมาเพื่อแก้แค้น ชิงอำนาจ หรือเป็นยอดหญิงแพทย์เทวดา แต่ ‘เสิ่นโยวโยว’ คนนี้ มาเพื่อ ‘นอน’ เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคือการเป็น “ปลาเค็ม” ที่ร่ำรวย เกาะพ่อกินไปวันๆ แต่สวรรค์กลับไม่เป็นใจ ส่ง ‘เซียวจิ่งเหยียน’ ชินอ๋องหน้าตาย แต่หล่อมาก เข้ามาในชีวิต แถมอีตาท่านอ๋องนี่ดันมีความลับ เขาอ่านใจคนได้ ในขณะที่คนอื่นคิดวางแผนชิงบัลลังก์ ความคิดในหัวนางกลับมีแต่ ‘เมื่อไหร่จะเที่ยง? หิวขาหมู เตียงหยกนี่เย็นดีจัง’ แทนที่จะรำคาญ ท่านอ๋องกลับถูกใจความ ‘เรียล’ และตะกละ ของนางซะงั้น ปฏิบัติการปั้นปลาเค็มให้เป็นพระชายา โดยใช้ของกินล่อ จึงเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 1: ยามตื่นจากฝันร้ายกลายเป็นฝันดี
กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานไม้จันทน์ลอยอวลแตะจมูก เป็นกลิ่นที่หรูหราและสงบเงียบ แตกต่างจากกลิ่นกาแฟราคาถูกและกลิ่นกระดาษเอกสารในออฟฟิศที่คุ้นเคย
เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น แสงแดดอ่อนจางยามเช้าลอดผ่านม่านมุ้งผ้าไหมสีกลีบบัวเข้ามาตกกระทบ ร่างบางบนตั่งเตียงขยับตัวเล็กน้อย ความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้ไม่ใช่ความปวดเมื่อยจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันสิบชั่วโมง แต่เป็นความนุ่มนิ่มยวบยาบของฟูกนอนหนานุ่มที่เหมือนดูดวิญญาณให้จมดิ่งลงไป
“นี่ฉัน ตายคาโต๊ะทำงานแล้วได้ขึ้นสวรรค์เหรอ?”
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงแหบพร่า มือเรียวสวยยกขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของนางก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก
ภาพของสตรีโง่เขลาผู้หนึ่งที่ไล่ตามบุรุษอย่างบ้าคลั่ง ภาพการวางแผนสกปรกเพื่อวางยาปลุกกำหนัดท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ภาพความล้มเหลวที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา และถูกสายตาเย็นชาราวน้ำแข็งพันปีมองมาด้วยความรังเกียจ และสุดท้าย ภาพของสตรีผู้นั้นที่ตรอมใจกลับจวนมาล้มป่วยเพราะพิษรักและแรงแค้น
“เฮ้ย นี่มันพล็อตนิยายเรื่อง ‘ลิขิตรักชายาจอมทระนง’ ที่ฉันเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนนี่นา”
ดวงตาหงส์เบิกกว้าง นางดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้นางเวียนหัวจนต้องล้มตัวลงไปใหม่ นางจำได้แม่นยำ นิยายเรื่องนี้นางอ่านแก้เครียดหลังจากทำโอทีจนถึงตีสาม เนื้อเรื่องน้ำเน่าตามสูตรสำเร็จ นางเอกเป็นดอกบัวขาวผู้แสนดี พระเอกเป็นท่านอ๋องเย็นชา และมีตัวประกอบนางร้ายที่ชื่อเหมือนนางเปี๊ยบ ‘เสิ่นโยวโยว’
“อย่าบอกนะว่า”
นางรวบรวมแรงกายลุกจากเตียง เดินโซเซไปยังคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ภาพที่สะท้อนออกมาทำให้นางแทบลืมหายใจ
ในกระจกไม่ใช่หญิงสาววัยสามสิบที่ขอบตาดำคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง และผิวแห้งกร้านจากการทำงานหนัก แต่เป็นดรุณีน้อยวัยแรกรุ่น ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรก ใบหน้างดงามหยดย้อยราวกับภาพวาดพู่กันจีน คิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตาฉ่ำน้ำเหมือนดอกท้อต้องสายฝน แม้ใบหน้าจะดูซีดเซียวจากการป่วยไข้ แต่ก็ไม่อาจบดบังความงามล่มเมืองนี้ได้เลย
“สวย... สวยวัวตายควายล้มเลยแม่เจ้า” นางลูบแก้มเนียนนุ่มของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา
แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าสวยขนาดนี้แล้วทำไมต้องไปวิ่งไล่ตามผู้ชายที่ไม่รักเราด้วย?
ความทรงจำของร่างเดิมบอกให้นางรู้ว่า ‘เสิ่นโยวโยว’ ผู้นี้คือบุตรสาวคนโปรดของเสิ่นกั่วกง ขุนนางขั้นหนึ่งผู้มีอำนาจล้นฟ้าและร่ำรวยมหาศาล บิดารักนางดั่งแก้วตาดวงใจ พี่ชายทั้งสองก็ตามใจน้องสาวจนเสียคน อยากได้เดือนได้ดาวก็แทบจะสอยมาให้
ทว่ายัยเจ้าของร่างเดิมกลับเอาสมองไปทิ้งที่ไหนไม่ทราบ วันๆ เอาแต่วิ่งไล่ตามเซียวจิ่งเหยียน ชินอ๋องผู้บัญชาการกองทัพปีศาจ จนกลายเป็นตัวตลกของเมืองหลวง ล่าสุดถึงขั้นวางยาเขา แต่โดนจับได้จนอับอายขายขี้หน้าประชาชี
“โง่.. โง่จริงๆ” เสิ่นโยวโยวคนใหม่ส่ายหัว “มีพ่อรวยระดับเจ้าสัว มีหน้าตาระดับดารา แถมนอนบนกองเงินกองทอง จะไปวิ่งตามผู้ชายทำไมให้เหนื่อย”
ในชีวิตก่อน นางคือพนักงานกินเงินเดือนที่ตื่นตีห้าฝ่ารถติดไปทำงาน กลับถึงห้องสี่ทุ่ม กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารหลัก วันหยุดก็ยังต้องตอบไลน์เจ้านาย ความฝันสูงสุดของนางไม่ใช่การแต่งงาน แต่คือการนอนและรวยโดยไม่ต้องทำงาน
และตอนนี้ สวรรค์ได้ประทานพรนั้นมาให้แล้ว
“คุณหนู... คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
เสียงร้องด้วยความตกใจดังขึ้นจากหน้าประตู สาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มรีบวางอ่างล้างหน้าลงแล้ววิ่งเข้ามาดูอาการ นางคือ เสี่ยวชิงสาวใช้คนสนิทที่จงรักภักดีแต่ขี้ตื่นตูม
“คุณหนู บ่าวตกใจแทบแย่ ท่านหลับไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ บ่าวกลัวว่าท่านจะคิดสั้นเพราะเรื่องท่านอ๋อง” เสี่ยวชิงทำท่าจะร้องไห้
เสิ่นโยวโยวถอนหายใจยาว นางพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูสง่างามสมกับเป็นกุลสตรี แม้ในใจอยากจะตะโกนว่าหิวข้าวก็ตาม
“เลิกแหกปากเสียทีเสี่ยวชิง ข้าปวดหัว”
เสี่ยวชิงชะงัก รีบหุบปากฉับ ตัวสั่นงันงก “บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ คุณหนูอย่าเพิ่งกริ้ว บ่าวจะรีบไปเตรียมยามาให้”
“ไม่ต้อง” เสิ่นโยวโยวโบกมือห้าม “ข้าไม่ได้ป่วย ข้าแค่หิว”
“คะ?” เสี่ยวชิงทำหน้าเหมือนเห็นผี ปกติเวลาคุณหนูตื่นมา ต้องอาละวาดปาข้าวของด่าทอท่านอ๋อง หรือไม่ก็ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย แต่นี่กลับหิว?
“ข้าบอกว่าหิวไปยกสำรับมา เอาแบบจัดเต็มนะ ขาหมู เป็ดย่าง ไก่ตุ๋นโสม อะไรที่อร่อยขนมาให้หมด”
“ตะ.. แต่คุณหนูเจ้าคะ ท่านเพิ่งฟื้นไข้ ควรทานข้าวต้ม”
สายตาดุๆ ของเสิ่นโยวโยวตวัดมอง “เจ้าจะขัดคำสั่งข้าหรือ?” จริงๆ คือขี้เกียจอธิบายว่ากระเพาะนางต้องการโปรตีนและไขมันด่วน
“มิกล้าเจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เสี่ยวชิงวิ่งแน่บ ออกไปราวกับติดปีก
เสิ่นโยวโยวเดินกลับมาทิ้งตัวลงบนตั่งเตียงนุ่มนิ่มอีกครั้ง นางมองไปรอบห้องที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนราคาแพง แจกันลายครามสมัยราชวงศ์ก่อน ผ้าไหมปักดิ้นทอง ทุกอย่างตะโกนคำว่า ‘รวย’ ใส่หน้า
นางเริ่มคำนวณในใจ
พ่อเป็นกั่วกง รวยและมีอำนาจ ไม่มีใครกล้ารังแก ยกเว้นท่านอ๋อง แม่เสียไปแล้ว แต่แม่เลี้ยงเกรงใจเพราะพ่อรักเรามาก ไม่มีดราม่าแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง พี่ชายสองคนเป็นแม่ทัพและบัณฑิต รักน้องสาวมาก มีแบ็คอัพหนาแน่น
สรุป ชีวิตนี้คือ Easy Mode ชัดๆ
“ทำไมฉันต้องไปเดินตามพล็อตนิยายให้เหนื่อยด้วยนะ?” นางถามตัวเองพลางลูบพุงที่เริ่มส่งเสียงร้อง “นางร้ายมีจุดจบคือตระกูลล่มสลาย ถูกเนรเทศ แต่ถ้าฉันหยุดร้ายล่ะ? ถ้าฉันเลิกยุ่งกับพระเอกแล้วใช้ชีวิตเป็นคุณหนูไฮโซ นอนกินบ้านกินเมืองไปวันๆ พล็อตมันจะทำอะไรฉันได้?”
ความคิดนี้ทำให้นางยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่งดงามจนดอกไม้ยังต้องอาย
ไม่นานนัก กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมา เสี่ยวชิงนำบ่าวไพร่ยกสำรับอาหารเข้ามาวางเต็มโต๊ะ ทั้งหมูหันหนังกรอบ ไก่แช่เหล้าเนื้อนุ่ม ซุปหูฉลามน้ำแดง และขนมหวานนานาชนิด
เสิ่นโยวโยวไม่รอช้า นางนั่งลงและเริ่มลงมือจัดการ อาหารตรงหน้าด้วยท่วงท่าที่ดูเหมือนจะสำรวมแต่รวดเร็วปานสายฟ้า
“อร่อย” นางครางในลำคอ รสชาติของอาหารยุคโบราณที่ปรุงด้วยวัตถุดิบธรรมชาติแท้ๆ มันช่างล้ำเลิศ “น้ำตาจะไหล นี่สินะรสชาติของคนรวย”
เสี่ยวชิงยืนมองเจ้านายด้วยความงุนงง “คุณหนู ท่านไม่โกรธท่านอ๋องแล้วหรือเจ้าคะ? เรื่องที่ท่านอ๋องสั่งให้คนหามท่านกลับจวน”
เสิ่นโยวโยวเคี้ยวขาเป็ดตุ๋นพลางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ช่างหัวเขาปะไร เขาอยากทำอะไรก็เรื่องของเขา ต่อไปนี้ห้ามใครพูดชื่อเซียวจิ่งเหยียนให้ข้าได้ยินอีก ใครพูดข้าจะตัดเงินเดือน”
“หา?” เสี่ยวชิงอ้าปากค้าง
“อ้อ แล้วก็เอาพวกของไร้สาระพวกนั้นไปทิ้งให้หมด” เสิ่นโยวโยวชี้ไปที่หีบใบเล็กที่มุมห้อง ซึ่งภายในบรรจุอุปกรณ์จับผู้ชายของเจ้าของร่างเดิม ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดหน้าปักลายเป็ดแมนดาริน ที่เบี้ยวๆ บี้ยวๆ จดหมายรักที่ยังไม่ได้ส่ง หรือขวดยาแปลกๆ
“ทิ้ง.. ทิ้งหมดเลยหรือเจ้าคะ? นั่นมันของแทนใจที่ท่านอุตส่าห์”
“บอกให้ทิ้งก็ทิ้ง เก็บไว้ก็รกห้อง ข้าต้องการพื้นที่ว่างๆ ไว้วางเก้าอี้โยก”
เมื่อจัดการมื้ออาหารจนอิ่มแปล้ เสิ่นโยวโยวก็รู้สึกหนังท้องตึงหนังตาหย่อน ความง่วงงุนเข้าครอบงำอีกครั้ง
นางลุกขึ้นเดินกลับไปที่เตียงนอน สั่งให้สาวใช้จัดหมอนให้อยู่ในองศาที่สบายที่สุด
“คุณหนู ท่านเพิ่งตื่นได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามนะเจ้าคะ จะนอนอีกแล้วหรือ?” เสี่ยวชิงถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเจ้านายจะเป็นโรคไหลตาย
เสิ่นโยวโยวแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มนวมผืนหนา หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ใบหน้างามฉายแววสงบสุขที่สุดในรอบหลายปี
“เสี่ยวชิงเอ๋ย” นางเอ่ยเสียงงัวเงีย “เจ้าจงจำไว้ การนอนคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด การขยับตัวคือการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ บิดาข้ารวยขนาดนี้ ข้ามีสิทธิ์ที่จะขี้เกียจได้เข้าใจหรือไม่?”
“เอ่อ เจ้าค่ะ”
“ดี ถ้าใครมาขอพบบอกว่าข้าป่วยใกล้ตายหรืออะไรก็ได้ ห้ามปลุกข้าเด็ดขาดเว้นแต่ไฟไหม้เรือน ไม่สิ ถ้าไฟไหม้ก็ให้คนมาอุ้มข้าออกไป ข้าขี้เกียจเดิน”
สิ้นคำสั่ง คุณหนูรองตระกูลเสิ่นผู้เคยร้ายกาจและบ้าผู้ชาย ก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปในทันที ทิ้งให้สาวใช้ยืนงงในดงความเงียบ
แสงแดดอุ่นๆ ลูบไล้ใบหน้ายามหลับใหลของนาง ช่างดูไร้พิษสงและน่าเอ็นดู ราวกับแมวตัวอ้วนกลมที่เพิ่งกินอิ่มและกำลังฝันหวาน
นี่แหละ ปฐมบทแห่งวิถีปลาเค็มได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
