บท
ตั้งค่า

ชีวิตที่น่าสงสารของหวังเฟิงซี

เช้าที่แสนวุ่นวาย ร่างกาย พ่ายผอมของของนางที่แม้จะไม่มีไข้แต่ก็ไม่มีแรงเพราะได้กินโจ๊กธัญพืชเพียง2-3คำเท่านั้น เห็นตากลมๆของคนที่นางต้องยอมรับว่าเป็นลูกถึงกับถอนหายใจ น้ำได้อาบบ้างหรือไม่ก็มิอาจรู้ได้

“พ่อเจ้าไปไหน” มู่ฉีที่นั้งห่างออกไปกรอกตาไปมา ปกติท่านแม่ไม่เคยเอ่ยถามถึงใคร ตื่นมากินข้าวที่ท่านพ่อทำก็มักจะออกไปตามหมู่บ้าน ไปรอม้าเร็วของตระกูลฉือมารับกลับบ้าน เป็นแบบนี้ทุกวัน

“เหตุใดวันนี้จึงถามหาท่านพ่อกันเล่า” เด็กน้อยที่สงสัยไม่เก็บความใคร่รู้สักนิดเอ่ยถามออกไปตรงๆ

“ข้า เอ่อ แม่มีเรื่องจะพูดกับพ่อเจ้า เจ้ากินอะไรหรือยัง” ก่อนจะไปทำการอื่นใดนางต้องพูดคุยสนิทสนมกับเจ้าลูกชายในโลกนี้เสียก่อนสินะ

“ข้ารอท่านพ่อ เมื่อวานบ้านเราไม่มีแม้กระทั่งธัญพืช ท่านอย่าพูดถึงข้าวเลย” คำตอบแบบนี้คนเป็นพ่อคงออกไปหาอาหาร

“เฟิงซี อยู่หรือไม่ ข้ามาหาลือเรื่องศพของเมียเจ้า” เสียงตะโกนเรียกทำนางรีบลุกขึ้น

“ไม่ได้ๆ ท่านแม่ออกไปไม่ได้นะขอรับ ท่านพ่อจะกลับมาจัดการเอง” เด็กน้อยอย่างมู่ฉือรีบเอามือแตะปากห้ามนางส่งเสียงดัง

“มู่ฉือ เขาเรียก” นางพยายามอธิบายว่าอย่างไรต้องออกไปรับหน้า

“อย่าออกไปขอรับ เขาจะรังแกเอา” นางรีบหันขวับมามองเจ้าตัวเปี๊ยกที่ยืนเอามือกุมด้านหน้าไว้อย่างน่าเอ็นดู

“รังแกเจ้ารึ” คิ้วเรียวขมวดแน่น ความทรงจำไหลบ่าเข้ามาไม่ขาดสาย หรือการที่นางทะลุมิติมาที่นี่ จะเป็นการขอร้องในห้วงจิตสุดท้ายของร่างเดิมให้ช่วยปกป้องลูกและสามีของนางกัน ลี่อิงหายใจเข้าปอดลึกสุดใจ นางต้องสะกัดกั้นอารมณ์เดือดดาลให้สงบลงเพียงชั่วขณะจิตร

“เอาหล่ะ ระหว่างรอพ่อเจ้ามาเจรจา แม่จะทำอาหารให้เจ้าเสียหน่อย นั้งรอพ่อเจ้านิ่งๆเข้าใจหรือไม่” เด็กชายผอมโซแม้จะหิวจนลำใส้บิดป่วน แต่เมื่อได้ยินว่าท่านแม่จะทำอาหารให้ก็นึกแปลกใจ

“ท่านทำอาหารไม่เป็น” แววตากังขาทำนางยกมือขึ้นมาลูบหัวอย่างเอ็นดู

“แม่เจ้าทำเป็นเพียงแต่สนใจอย่างอื่นเลยไม่ได้ดูแลเจ้าเท่าที่ควร มู่ฉี ต่อจากนี้แม่จะดูแลเจ้าให้ดี” …ให้สมกับห้วงจิตสุดท้ายที่แม่เจ้าขอ… ประโยคหลังนางทำได้แค่พูดในใจ ก่อนจะเดินไปทางหลังบ้าน จัดการวัตถุดิบที่แอบหยิบออกมาจากมิติพิเศษอย่างคล่องแคล่ว ชาติก่อนนางก็ทำอาหารให้คนทั้งบ้าน เรื่องแค่นี้ไม่เป็นปัญหาต่อนางสักนิด

นางลงมือต้มข้าวขาวที่ใส่เพียงหยิบมือ แต่ใส่ธัญพืชลงไป1กำมือ ให้ไม่เป็นที่สงสัยของสามีอย่างเฟิงซี และอาจจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกในวันนี้ จัดการผัดผักเต้าหู้อีก2อย่างเป็นอันเสร็จ

เด็กน้อยที่ตามแอบตามมาดูถึงกับเบิกตากว้าง

“ท่านแม่เก่งขนาดนี้เชียวหรือ ข้าต้องเล่าให้ท่านพ่อฟังเสียแล้ว” ไม่ทันที่คนเป็นลูกจะวิ่งออกไปเสียงเอะอะบริเวณหน้าบ้านก็ดังขึ้น

“เฟิงซี เจ้าคนเนรคุณ แม้ข้าจะไม่ได้คลอดเจ้ามาแต่เมื่อตอนนี้เมียเจ้าตายตกไปแล้ว เหตุใดจึงไม่ย้ายเข้าไปอยู่ท้ายไร่ที่ของแม่เจ้า” แม่เฒ่าเหมยฮัวร้องไห้น้ำตาไหลเป็นเผาเต่าโดยมีชาวบ้านเริ่มออกมามุงดู คนที่แบกฟืนมาเต็มตะกร้ารีบวางตะกร้าลงก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

“แม่ใหญ่ ท่านมาก็ดีแล้วข้าคิดว่าไปเก็บฟืนกลับมาจะไปแจ้งท่านอยู่พอดี” เขาหันมาเผชิญหน้าแม่เฒ่าเหมยฮัว พร้อมกับที่ผู้นำตระกูลและผู้ใหญ่บ้านที่เขาเดินไปเชิญมาจนครบทุกคน

“นี่พวกท่านถือจอบเสียมมาทำไม จะเอาร่างลี่อิงไปฝังงั้นรึ ข้าไม่อนุญาติให้ฝังร่วมกับตระกูลของข้า!” แม่เฒ่าเหมยฮัวไม่ฟังความใครทั้งนั้น ปากอวบอิ่มตีโพยตีพายด่าทอว่าเฟิงซีเป็นคนเนรคุณ และมีคำอื่นๆตามมาอย่างหยาบคาย

“ใจเย็นลงหน่อยเหมยฮัว เจ้าร้องไห้แบบนี้เกรงว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง” ผู้เฒ่าหวังลี่ไฉ่ ซึ่งเป็นผู้นำตระกูลหวังเอ่ยห้าม

“นั้งลงกันก่อนเถอะ ให้เฟิงซีได้พูดบ้าง” ผู้ใหญ่บ้านตระกูลไป่ อย่างเย่วหมิงเดินนำทุกคนไปที่ขอนไม้หน้าบ้าน ดูเอาเถอะ บ้านก็ผุๆพังๆ แม้ที่นั้งดีๆก็ยังไม่มี ผู้ใหญ่บ้านอย่างเย่วหมิงคิดในใจพลางมองไปรอบๆบริเวณบ้านอย่างสงสาร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel