บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 เปิดกิจการลับ

พายุความแคลงใจก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บ ลมกรรโชกผ่านยอดไม้จนใบหลิวไหวลู่เสียดสีกันดังกราว

ร่างสูงใหญ่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดบนกิ่งไม้ชะงักงัน เย่อู๋ซวนสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของสตรีที่นั่งอยู่ภายในห้องอย่างจัง

'นางรู้ตัวได้อย่างไร' แม่ทัพเงาอสูรตั้งคำถามในใจอย่างตื่นตะลึง

วรยุทธ์ของเขาลึกล้ำจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับรัตติกาล ไฉนสตรีที่ไร้พลังเช่นนางจึงสามารถจับสัมผัสและมองทะลุความมืดมิดมายังตำแหน่งที่เขาซ่อนตัวอยู่ได้อย่างแม่นยำ

รอยยิ้มท้าทายที่จุดขึ้นบนมุมปากของหลินเจาเยว่คล้ายกับกำลังเยาะเย้ย เขากัดกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ก่อนจะตัดสินใจใช้วิชาตัวเบาเร้นกายกลืนหายไปกับราตรี ปล่อยให้ความสงสัยเกาะกินจิตใจอย่างหนักหน่วง

ภายในเรือนท้ายจวน หลินเจาเยว่ลดสายตากลับมามองกองตั๋วเงินบนโต๊ะ นางส่ายหน้าเบาๆ พลางรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดใส่ลงในหีบไม้ใบเล็ก

'วิชาตัวเบาล้ำเลิศ ทว่ารังสีจับผิดกลับแผ่ซ่านจนปิดไม่มิด' ทนายความสาวประเมินสถานการณ์อย่างแม่นยำ

การที่เฉินอ๋องแอบมาจับตาดู แสดงว่าเขาเริ่มระแวงในตัวนางแล้ว แต่นั่นหาใช่เรื่องที่ต้องกังวล ในเมื่อไม่ได้ทำสิ่งใดผิดกฎหมายหรือทรยศแคว้น ต่อให้เขาจ้องมองตลอดสิบสองชั่วยามก็ไม่อาจหาข้อกังขาใดมาเอาผิดนางได้

หลังจากจัดการซ่อนหีบเงินเรียบร้อย ความอ่อนล้าจากการใช้สมาธิก็จู่โจม หลินเจาเยว่ล้มตัวลงนอนบนเตียงไม้แข็งกระด้าง เปลือกตาปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ พาจิตวิญญาณดำดิ่งสู่ห้วงนิมิตอีกครา

ภาพพยากรณ์ครั้งนี้ชัดเจนและรุนแรงกว่าเดิม

ผืนดินแห้งแล้งแตกระแหงกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ดวงอาทิตย์แผดเผาจนผู้คนล้มป่วย แคว้นข้างเคียงกำลังเผชิญกับวิกฤตภัยแล้งครั้งใหญ่ พืชผลทางการเกษตรล้มตายเกลื่อนกลาด โดยเฉพาะไร่อ้อยและแหล่งปลูกสมุนไพรสำคัญถูกทำลายจนหมดสิ้น

นางเห็นภาพพ่อค้าในตลาดเมืองหลวงแย่งชิงกันหาซื้อน้ำตาลและสมุนไพรแก้ร้อนใน ราคาของสินค้าเหล่านี้พุ่งทะยานขึ้นสามเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียงห้าวัน

สินค้าขาดตลาดอย่างหนักจนผู้คนต้องนำตั๋วเงินจำนวนมหาศาลมาแลกกับน้ำตาลเพียงกระสอบเดียว

หลินเจาเยว่ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด นัยน์ตาหงส์ทอประกายวาววับราวกับพยัคฆ์ที่เห็นเหยื่ออันโอชะ มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

'โอกาสกอบโกยกำไรมหาศาลมาเสิร์ฟถึงที่ หากปล่อยหลุดมือไปคงเสียชื่อนักกฎหมายหน้าเลือดหมด'

รุ่งสางมาเยือน ชิงชิงพึ่งจะตื่นขึ้นมาเตรียมน้ำล้างหน้าให้เจ้านาย ทว่ากลับพบว่าหลินเจาเยว่นั่งรออยู่ที่โต๊ะไม้พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนข้อความอัดแน่นเต็มหน้ากระดาษ

"คุณหนูตื่นเช้าจังเลยเจ้าค่ะ มีเรื่องอันใดให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ"

นางเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นไปตรงหน้าสาวใช้ ชิงชิงก้มลงอ่านก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

"น้ำตาลทรายแดงสิบเกวียน น้ำตาลกรวดห้าเกวียน สมุนไพรเหลียนเฉียว โหลวเกิน และใบไผ่ขม อีกอย่างละยี่สิบชั่ง คุณหนู... ท่านจะเอาของพวกนี้ไปทำอันใดมากมายเจ้าคะ ซ้ำยังสั่งให้บ่าวเอาตั๋วเงินสินเดิมขอท่านทั้งหมดไปกว้านซื้อมาให้หมดตลาดอีก"

หลินเจาเยว่หยิบพู่กันตวัดเขียนคำอธิบายสั้นๆ อย่างใจเย็น

"ทำกำไร"

ชิงชิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แต่ว่าคุณหนูเจ้าคะ เงินก้อนนี้คือชีวิตของเรานะเจ้าคะ หากนำไปซื้อของพวกนี้มาเก็บไว้แล้วขายไม่ออก เราจะไม่มีเงินซื้อข้าวสารกรอกหม้อเลยนะเจ้าคะ หากจะตุนเสบียง สู้ตุนข้าวสารหรือเนื้อตากแห้งไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ"

"ข้าวสารราชสำนักมีคลังหลวงคอยควบคุมราคา หากเกิดวิกฤต ทางการย่อมปล่อยข้าวสารออกมาบรรเทาทุกข์ ทว่าน้ำตาลและสมุนไพรเฉพาะทางเหล่านี้ พ่อค้าคนกลางจะฉวยโอกาสกักตุน ข้ามีลางสังหรณ์ว่าอีกห้าวันข้างหน้าแคว้นเพื่อนบ้านจะเกิดภัยแล้งรุนแรง สินค้าเหล่านี้จะขาดแคลนหนักและราคาพุ่งสูงขึ้นถึงสามเท่า เราต้องชิงตัดหน้ากว้านซื้อมาก่อนที่พวกพ่อค้าหน้าเลือดจะรู้ตัว"

สาวใช้ไล่อ่านข้อความบนกระดาษอย่างละเอียด แม้จะยังไม่เข้าใจหลักการค้าขายมากนัก แต่ท่าทางมั่นใจและสายตาเฉียบขาดของหลินเจาเยว่ก็ทำให้ความลังเลในใจของนางมลายหายไปสิ้น

"บ่าวเชื่อคุณหนูเจ้าค่ะ ท่านฉลาดหลักแหลมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หากท่านบอกว่าได้กำไร มันก็ต้องได้กำไร แล้วเรื่องสถานที่เก็บของเล่าเจ้าคะ จะให้นำเข้ามาซ่อนในจวนอ๋องคงเป็นไปไม่ได้"

"เจ้าจงแต่งกายให้มิดชิดหน่อย ลอบออกไปทางประตูด้านหลัง นำตั๋วเงินไปเช่าโกดังลับนอกเมือง จ้างคนงานที่ไว้ใจได้ขนย้ายสินค้าไปเก็บไว้ที่นั่น ห้ามให้ผู้ใดรู้เด็ดขาดว่าเป็นของจวนอ๋อง"

"รับทราบเจ้าค่ะ บ่าวจะจัดการให้เรียบร้อยอย่างระมัดระวังที่สุด" ชิงชิงรับกระดาษคำสั่งและหีบตั๋วเงินมาแนบอก ก่อนจะรีบจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวบ้านธรรมดาและลอบออกจากเรือนท้ายจวนไปอย่างเงียบๆ

ทว่าการเคลื่อนไหวของชิงชิง ไม่อาจรอดพ้นสายตาขององครักษ์เงาที่เฉินอ๋องสั่งให้มาจับตาดูเรือนท้ายจวนอย่างใกล้ชิดได้

ณ ค่ายทหารชานเมือง

เย่อู๋ซวนนั่งประจำโต๊ะไม้ตัวใหญ่ กำลังเช็ดทำความสะอาดกระบี่คู่กายอย่างทะนุถนอม มู่เฉินก้าวฉับๆ เข้ามาภายในกระโจมพร้อมกับรายงานด่วน

"เรียนท่านอ๋อง สายลับที่ส่งไปเฝ้าเรือนท้ายจวนรายงานว่า ยามซื่อ ชิงชิงสาวใช้คนสนิทของพระชายาลอบออกไปจากจวนอย่างมีพิรุธพะยะค่ะ"

มือหนาที่กำลังเช็ดคมกระบี่ชะงักค้าง เย่อู๋ซวนเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาดุดันฉายแวววาวโรจน์ "นางไปติดต่อกับผู้ใด ส่งสารลับให้เครือข่ายตระกูลหลินใช่หรือไม่"

"มิใช่พะยะค่ะ" มู่เฉินมีสีหน้าสับสนเล็กน้อยขณะรายงาน "สาวใช้ผู้นั้นนำตั๋วเงินจำนวนมาก คาดว่าเป็นสินเดิมของพระชายาไปกว้านซื้อน้ำตาลทราย น้ำตาลกรวด และสมุนไพรแปลกๆ จำนวนหลายสิบเกวียน จนแทบจะหมดตลาดเมืองหลวง ซ้ำยังไปเช่าโกดังลับชานเมืองเพื่อกักเก็บสินค้าเหล่านั้นเอาไว้อย่างมิดชิดพะยะค่ะ"

เย่อู๋ซวนขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม "น้ำตาลกับสมุนไพรอย่างนั้นหรือ?"

"พะยะค่ะท่านอ๋อง ซื้อมาปริมาณมหาศาลราวกับจะเปิดโรงหมอผสมโรงเตี๊ยม ซ้ำยังสั่งคนงานห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด สายลับของเราสะกดรอยตามไปจนถึงโกดังลับเพื่อยืนยันว่าสินค้าเหล่านั้นถูกเก็บไว้จริงพะยะค่ะ"

เย่อู๋ซวนแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

"สตรีโง่งม นางคิดว่าตนเองฉลาดนักหรือถึงได้เอาสินเดิมทั้งหมดไปกว้านซื้อน้ำตาลกับสมุนไพรไปซ่อนไว้จำนวนมาก ย่อมเป็นเสบียงสำหรับส่งให้กองทัพหรือสายลับที่กบดานอยู่เป็นแน่"

เฉินอ๋องปักกระบี่ลงบนแท่นไม้เสียงดังสนั่น "ตาเฒ่าหลินคงวางแผนก่อกบฏ หรือไม่ก็แอบซ่องสุมกำลังคนนอกเมืองหลวงเอาไว้ จึงให้บุตรสาวทำทีเป็นถูกขังอยู่ในเรือนท้ายจวนเพื่อตบตาข้า แล้วใช้เงินสินเดิมบังหน้าจัดหาเสบียงเพื่อส่งให้พวกมัน"

"ท่านอ๋องจะให้กระหม่อมนำทหารไปบุกทลายโกดังลับและจับกุมพระชายามาสอบสวนเลยหรือไม่พะยะค่ะ" มู่เฉินประสานมือรอรับคำสั่ง

"ยังไม่ต้อง" เฉินอ๋องยกมือขึ้นห้าม แววตาของเขาคล้ายกับพยัคฆ์ที่กำลังรอตะครุบเหยื่อ

"หากบุกไปตอนนี้ นางย่อมแก้ตัวว่าแค่ซื้อมาขายเพื่อเปิดกิจการ เรายังไม่มีหลักฐานเอาผิดเรื่องส่งเสบียงให้กบฏ ปล่อยให้นางชะล่าใจไปก่อน ให้สายลับจับตาดูโกดังนั้นอย่างเข้มงวดตลอดสิบสองชั่วยาม หากมีเกวียนปริศนามาลอบขนเสบียงออกไปเมื่อใด ให้เข้าจับกุมตัวคาหนังคาเขาพร้อมหลักฐานทันที"

"รับทราบพะยะค่ะท่านอ๋อง" มู่เฉินรับคำสั่งเสียงหนักแน่นก่อนจะถอยออกไปจัดการตามแผน

ภายในเรือนท้ายจวน หลินเจาเยว่นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ นางไม่รู้เลยว่าการกระทำของตนถูกตีความไปเป็นแผนการกบฏระดับชาติ ทว่าถึงจะรู้ นางก็คงเพียงแค่นั่งหัวเราะเยาะในความระแวงเกินเหตุของบุรุษผู้นั้น

'รออีกแค่ห้าวันเท่านั้น ตำลึงเงินตำลึงทองจะไหลมาเทมาจนเรือนท้ายจวนของข้าไม่มีที่เก็บแน่นอน'

เวลาห้าวันไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าในสายตาของคนที่รอจับผิด ทว่ามันกลับผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับคนที่รอคอยโอกาสทอง

เช้าวันที่ห้ามาถึงพร้อมกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับดูอึมครึม ม้าเร็วส่งข่าวจากชายแดนวิ่งฝุ่นตลบเข้าสู่ประตูเมืองหลวงพร้อมกับประกาศฉบับสำคัญที่ทำให้คนทั้งเมืองต้องแตกตื่น

ภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดได้ปะทุขึ้นในแคว้นเพื่อนบ้านอย่างเป็นทางการ คาราวานพ่อค้าที่เคยเดินทางไปค้าขายต่างหนีตายกลับมาพร้อมกับแจ้งข่าวร้าย

พืชผลเสียหายยับเยิน ความต้องการน้ำตาลและสมุนไพรแก้ร้อนในพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด พ่อค้าคนกลางในเมืองหลวงต่างหน้าซีดเผือดเมื่อพบว่าสินค้าเหล่านี้ในตลาดถูกเหมาซื้อไปจนเกลี้ยงคลังตั้งแต่ห้าวันก่อน

ณ โกดังลับชานเมืองหลวง

กองทหารองครักษ์เสื้อแพรภายใต้การนำของเย่อู๋ซวน ซุ่มซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ล้อมรอบโกดังร้าง แม่ทัพเงาอสูรจ้องมองประตูไม้บานใหญ่ด้วยสายตาวาวโรจน์ เขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าวันนี้จะต้องจับสายลับตระกูลหลินและแฉความร้ายกาจของพระชายาใบ้ได้อย่างแน่นอน

ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะยกมือขึ้นให้สัญญาณบุกเข้าจับกุมนั้นเอง ประตูโกดังกลับถูกเปิดออกเสียก่อน พร้อมกับเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งที่เดินเรียงรายกันออกมา

เป็นเสียงประกาศเจรจาการค้าที่ทำให้เย่อู๋ซวนต้องขมวดคิ้วแน่นยิ่งกว่าเดิม...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel