บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ความวุ่นวายในจวน

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วทางเดิน อนุฉู่ไม่อาจประคองร่างกายให้เดินอย่างสง่างามได้อีกต่อไป นางทรุดลงไปกองกับพื้นหน้าเรือนท้ายจวน สองมือกุมหน้าท้องแน่น ใบหน้าที่เคยงดงามแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้

"โอ๊ย... ท้องข้า... ใครก็ได้พยุงข้าที ข้าเดินไม่ไหวแล้ว" อนุฉู่ร้องครวญคราง เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า

บ่าวรับใช้ต่างลุกลนพยายามหิ้วปีกเจ้านาย ทว่ากลิ่นเหม็นคละคลุ้งกลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อนุภรรยาคนโปรดไม่อาจกลั้นความปั่นป่วนในลำไส้ได้อีกต่อไป

ของเสียพุ่งพรวดออกมาเปรอะเปื้อนกระโปรงผ้าไหมราคาแพงจนหมดสภาพความเป็นผู้ดี บ่าวบางคนถึงกับผงะถอยหลัง ยกมือปิดจมูกอย่างลืมตัว

ชิงชิงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่หลังบานประตูเบิกตากว้าง นางรีบยกมือขึ้นปิดจมูกพลางหันกลับมามองคุณหนูของตน

"คุณหนูเจ้าคะ... อนุฉู่... นาง... นางเป็นอันใดไปเจ้าคะ เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลย" สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก

หลินเจาเยว่นั่งจิบชาอย่างสงบ นัยน์ตาหงส์ทอดมองความวุ่นวายภายนอกอย่างเย็นชา 'ใครทำกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลกรรมนั้นตอบสนอง' นางคิดในใจอย่างขบขัน

"ปิดประตูเสียชิงชิง กลิ่นเหม็นรบกวนการดื่มชาของข้า" หลินเจาเยว่จรดพู่กันเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษแผ่นเล็กแล้วดันไปตรงหน้าสาวใช้

ชิงชิงพยักหน้ารัว รีบวิ่งไปปิดประตูไม้ทันที ทิ้งให้เสียงร้องโอดโอยของอนุฉู่และเสียงเอะอะโวยวายของบ่าวไพร่ดังไกลออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบหายไป

ณ ค่ายทหารชานเมืองหลวง

สายลมพัดโชยนำพากลิ่นอายดินปืนและเหงื่อไคล ภายในกระโจมแม่ทัพใหญ่ เย่อู๋ซวนกำลังก้มหน้าอ่านรายงานทางทหาร คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดุดันกวาดมองตัวอักษรบนม้วนไม้ไผ่ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมกดดัน

มู่เฉิน องครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามาภายในกระโจม เขาประสานมือคารวะก่อนจะรายงานเรื่องราวที่พึ่งได้รับแจ้งจากสายลับในจวนอ๋อง

"เรียนท่านอ๋อง มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในเรือนหลังพะยะค่ะ" มู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ

"อนุฉู่ไปหาเรื่องนังคนใบ้นั่นอีกแล้วหรือ?" เขาถามโดยไม่เงยหน้าจากรายงาน น้ำเสียงแฝงแววรำคาญใจ

"อนุฉู่เดินทางไปเยือนเรือนท้ายจวนจริงพะยะค่ะ ทว่า... ผู้ที่ถูกหามกลับออกมาในสภาพอเนจอนาถ กลับเป็นอนุฉู่เสียเอง"

คราวนี้พู่กันในมือของแม่ทัพอสูรชะงักค้าง เย่อู๋ซวนเงยหน้าขึ้นมององครักษ์คนสนิท นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจ "เกิดอันใดขึ้น?"

"สายลับรายงานว่า อนุฉู่ตั้งใจวางยาถ่ายในถ้วยชาของพระชายา ทว่าไม่ทราบด้วยเหตุใด ถ้วยชาสองใบนั้นกลับถูกสลับเปลี่ยน อนุฉู่ดื่มชาพิษของตนเองเข้าไป ไม่นาน… ลำไส้ก็ปั่นป่วนรุนแรงจนล้มพับไปกลางทางเดิน สภาพ... ไม่น่าดูยิ่งนักพะยะค่ะ"

เฉินอ๋องวางพู่กันลงบนแท่นฝนหมึก เขาหรี่ตาลงใช้ความคิด "สลับถ้วยชากระนั้นหรือ... สตรีใบ้ที่ดูอ่อนแอไร้ค่าผู้นั้นมีไหวพริบดัดหลังอนุฉู่ได้ง่ายๆ ปานนั้นเชียวหรือ"

"พระชายานั่งจิบชาอย่างสงบ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อยพะยะค่ะ ซ้ำก่อนหน้านี้ นางยังใช้กฎมณเฑียรบาลข่มขู่บ่าวรับใช้ของอนุฉู่จนหน้าถอดสี ไม่ยอมให้ผู้ใดข่มเหงรังแกได้ง่ายๆ"

เย่อู๋ซวนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะอ่อนแผ่กลิ่นอายอันตราย เขาเดินไพล่มือไปด้านหลัง

"สายตาที่นางมองข้าในคืนเข้าหอ... ไม่ใช่สายตาของสตรีโง่งมหวาดกลัว ตาเฒ่าหลินอาจไม่ได้ส่งตัวหมากไร้ค่ามาให้ข้า แต่อาจส่งอสรพิษที่ซ่อนเขี้ยวเล็บมาต่างหาก"

"ท่านอ๋องจะให้กระหม่อมจัดการเรื่องนี้อย่างไรพะยะค่ะ จะส่งคนไปจับตาดูอย่างใกล้ชิดขึ้นหรือไม่" มู่เฉินสอบถาม

"ไม่ต้อง" เขากระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายล้ำลึก "คืนนี้ข้าจะกลับจวน ข้าอยากจะเห็นด้วยตาตนเอง ว่านังคนใบ้ผู้นี้ซุกซ่อนมารยาอันใดไว้อีก"

ยามซวี...

เรือนท้ายจวนเงียบสงัดไร้สุ้มเสียง มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษออกมา

ร่างสูงใหญ่ในชุดพลางตัวสีดำกลืนกินไปกับความมืด เย่อู๋ซวนใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งต้นหลิวใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมหลังคาเรือน สายตาคมกริบจ้องมองผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างเข้าไปภายใน

เขากะเตรียมใจมาเห็นภาพสตรีใบ้นั่งร้องไห้คร่ำครวญ หรือไม่ก็แอบเขียนจดหมายลับส่งข่าวให้ตระกูลหลิน ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของแม่ทัพหนุ่มสะดุด

บนโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่า มีตั๋วเงินและก้อนตำลึงเงินจำนวนหนึ่งวางเรียงรายอยู่ หลินเจาเยว่นั่งหลังตรงท่ามกลางแสงไฟสลัว ใบหน้างดงามนั้นประดับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

นัยน์ตาหงส์ทอประกายวาววับยามจับจ้องก้อนเงินเหล่านั้น นิ้วเรียวเรียงร้อยนับตำลึงเงินอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางกระฉับกระเฉงเฉียบขาด แตกต่างจากสตรีบอบบางทั่วไปยิ่งนัก

"คุณหนู ทรัพย์สินเหล่านี้คือสินเดิมที่เราแอบนำติดตัวมาได้ หากเราใช้จ่ายประหยัด คงพอประทังชีวิตในจวนอ๋องได้หลายเดือนเจ้าค่ะ" ชิงชิงเอ่ยเสียงเบา

หลินเจาเยว่ส่ายหน้า นางหยิบพู่กันขึ้นมาตวัดเขียนข้อความลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว

"เงินมีไว้ต่อเงิน ไม่ได้มีไว้ให้นอนกอดจนแห้งเหี่ยว ข้าไม่ได้ตั้งใจจะกินข้าวต้มคลุกน้ำตาในเรือนร้างนี้ไปตลอดชีวิต"

ชิงชิงอ่านข้อความแล้วเบิกตากว้าง "คุณหนูหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ"

"ข้าจะเปิดร้านค้าลับๆ ของเราเอง" หลินเจาเยว่เขียนต่อ รอยยิ้มมั่นใจผุดขึ้นบนริมฝีปาก "รออีกไม่กี่วัน ตลาดเมืองหลวงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ข้าจะใช้เงินก้อนนี้ไปต่อทุนเอากำไร"

เย่อู๋ซวนที่แอบดูอยู่บนต้นไม้ขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม เขาอ่านการขยับริมฝีปากของชิงชิงและมองเห็นท่าทางเด็ดเดี่ยวของพระชายาใบ้ได้อย่างชัดเจน

สตรีผู้นี้ไม่ได้กำลังหวาดกลัว นางไม่ได้กำลังตรอมใจ ซ้ำยังกำลังวางแผนการค้าอย่างเงียบๆ กลิ่นอายรอบกายของนางเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและสติปัญญาที่ลึกล้ำ

'นางกำลังคิดจะทำสิ่งใด เปิดร้านค้าลับอย่างนั้นหรือ นางพึ่งจะถูกขังอยู่ในเรือนนี้ จะเอาหนทางใดไปติดต่อคนภายนอก หรือว่านางมีสายลับซ่อนตัวอยู่นอกจวน' เย่อู๋ซวนวิเคราะห์หาเหตุผล ความระแวงก่อตัวขึ้นเป็นพายุในใจ

ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด จู่ๆ ร่างบางที่นั่งนับเงินอยู่ภายในห้องก็ชะงักมือ หลินเจาเยว่เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาคมปลาบทอดมองตรงมายังบานหน้าต่าง ตำแหน่งเดียวกับที่แม่ทัพเงาอสูรกำลังซ่อนตัวอยู่พอดิบพอดี

มุมปากของสตรีใบ้ยกยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่รู้ทันและท้าทาย

เย่อู๋ซวนเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวาบ 'นางรู้ตัวแล้ว'

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel