ตอนที่ 3 แผนซ้อนแผน ดัดหลังอนุฉู่
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของคนกลุ่มใหญ่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งหน้าเรือนท้ายจวน ประตูไม้ที่พึ่งจะซ่อมแซมลวกๆ ถูกผลักออกอย่างแรง ร่างของอนุฉู่ก้าวเข้ามาภายในพร้อมกับขบวนบ่าวรับใช้หลายคน
นางสวมชุดผ้าไหมสีชมพูเข้มปักลายโบตั๋น บนศีรษะประดับปิ่นทองระย้าส่งเสียงกระทบกันดังกังวาน บ่งบอกถึงฐานะคนโปรดของเฉินอ๋องอย่างชัดเจน
อนุฉู่กวาดสายตามองสภาพเรือนซอมซ่ออย่างเหยียดหยาม มุมปากแต้มชาดสีสดเหยียดยิ้ม
นางคาดหวังจะได้เห็นพระชายาเอกนั่งกอดเข่าร้องไห้ฟูมฟาย หรือไม่ก็มีสภาพอิดโรยซูบผอม ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คิ้วเรียวต้องขมวดมุ่น
หลินเจาเยว่นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าคร่ำคร่า นางสวมชุดสีขาวเรียบง่ายไร้ลวดลาย ทว่าท่วงท่ากลับสง่างามและเยือกเย็นราวกับเทพธิดาบนยอดเขาหิมะ
บนโต๊ะเบื้องหน้ามีชุดกาน้ำชาบิ่นๆ วางอยู่ พระชายาใบ้กำลังรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยอย่างเชื่องช้า ไม่ได้มีทีท่าตกใจหรือหวาดกลัวผู้มาเยือนเลยสักนิด
"ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเสียจริง พระชายาเอกผู้สูงศักดิ์ต้องมานั่งจิบชาในเรือนเก็บฟืนเช่นนี้" อนุฉู่เอ่ยปากค่อนขอด น้ำเสียงแหลมสูงจงใจดัดให้ฟังสบายหูแต่แฝงเจตนาร้าย "ข้าได้ยินว่าเมื่อเช้าบ่าวไพร่ทำเรื่องเสียมารยาท นำอาหารไม่ถูกปากมาให้ จึงตั้งใจมาเยี่ยมเยียนดูเสียหน่อยว่าท่านยังมีชีวิตดีอยู่หรือไม่"
ชิงชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายกำมือแน่น นางจำบ่าวสองคนที่เดินตามหลังอนุฉู่ได้แม่นยำ พวกนางคือคนที่นำอาหารบูดเน่ามาโยนทิ้งไว้เมื่อเช้านี้
"อนุฉู่ช่างมีน้ำใจนัก ทว่าพระชายาต้องการความสงบ หากท่านเยี่ยมเยียนเสร็จแล้วก็เชิญกลับไปเถิดเจ้าค่ะ" ชิงชิงพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น นางต้องปกป้องหลินเจาเยว่ให้ถึงที่สุด
เพียะ!
ฝ่ามือของบ่าวข้างกายอนุฉู่ตวัดตบลงบนแก้มของชิงชิงอย่างแรงจนใบหน้าจิ้มลิ้มหันไปตามแรงกระแทก
"นังไพร่ชั้นต่ำ! บังอาจสอดปากเวลาเจ้านายคุยกันอย่างนั้นหรือ อนุฉู่เป็นถึงคนโปรดของท่านอ๋อง เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาไล่!" บ่าวรับใช้ตวาดลั่น
ชิงชิงยกมือขึ้นกุมแก้มที่แดงเถือก น้ำตาคลอเบ้า แต่นางก็กัดฟันไม่ยอมถอย
หลินเจาเยว่วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ นัยน์ตาหงส์ตวัดมองบ่าวรับใช้ผู้นั้นอย่างเย็นเยียบ รังสีอำมหิตบางอย่างแผ่กระจายออกมาจนบ่าวคนนั้นถึงกับสะดุ้งและเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว
หลินเจาเยว่ยกมือขึ้นเคาะโต๊ะไม้เบาๆ สองครั้ง เป็นสัญญาณให้ชิงชิงถอยมาอยู่ด้านหลัง
พระชายาใบ้ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าออกมาวางบนโต๊ะ แล้วใช้นิ้วเคาะลงบนตัวอักษรเหล่านั้นช้าๆ
ชิงชิงสูดลมหายใจลึก นางกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษก่อนจะเงยหน้าขึ้นประกาศเสียงดังฟังชัด
"กฎมณเฑียรบาลแห่งราชสำนักระบุไว้ชัดเจน อนุภรรยาล่วงเกินหรือหมิ่นเกียรติภรรยาเอก มีโทษโบยยี่สิบไม้ หากบ่าวไพร่ในเรือนอนุภรรยากระด้างกระเดื่องต่อภรรยาเอก มีโทษโบยห้าสิบไม้และเนรเทศไปเป็นทาสใช้แรงงานชายแดน"
สิ้นเสียงของชิงชิง บรรยากาศภายในเรือนท้ายจวนก็ตกอยู่ในความเงียบทันที บ่าวรับใช้สองคนที่เคยหยิ่งผยองหน้าซีดเผือดลงทันตา พวกนางรู้ดีว่ากฎข้อนี้มีอยู่จริง เพียงแต่คิดว่าพระชายาใบ้ผู้ถูกทอดทิ้งคงไม่มีปัญญามาเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ
อนุฉู่กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ นางไม่คิดว่าสตรีใบ้ผู้นี้จะรู้หนังสือกฎหมาย ซ้ำยังกล้านำมาข่มขู่ตนอีก
"กฎหมายย่อมเป็นกฎหมาย ทว่าในจวนเฉินอ๋องแห่งนี้ คำสั่งของท่านอ๋องถือเป็นสิทธิ์ขาดสูงสุด" อนุฉู่เชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาความได้เปรียบ "ท่านอ๋องชิงชังตระกูลหลินเข้ากระดูกดำ ขังท่านไว้ในเรือนท้ายจวนก็เพื่อให้ทรมานจนตาย ท่านคิดหรือว่าหากข้าสั่งสอนท่านในวันนี้ ท่านอ๋องจะยอมออกหน้าปกป้องสตรีไร้ค่าเช่นท่าน"
หลินเจาเยว่มองสบตาอนุฉู่ นัยน์ตาสงบนิ่งราวกับบ่อน้ำลึกที่ไม่อาจหยั่งถึง นางไม่ได้แสดงความโกรธหรือหวาดกลัว เพียงแค่รินชาเพิ่มลงในถ้วยของตนอย่างใจเย็น ท่าทีเมินเฉยนั้นยิ่งทำให้อนุฉู่รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า
'นังคนใบ้อวดดี ข้าจะดูว่าเจ้าจะทนปั้นหน้าไปได้อีกนานแค่ไหน' อนุฉู่คิดแค้นในใจ นางหันไปส่งสายตาให้บ่าวรับใช้คนสนิท
"เอาเถอะ ในเมื่อพระชายายังแข็งแรงดี ข้าก็เบาใจ" อนุฉู่เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนหวานจอมปลอม นางเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอให้เจ้าบ้านเชิญ "เราเป็นสตรีเรือนหลังเหมือนกัน ดื่มชาด้วยกันสักถ้วยเพื่อเชื่อมไมตรีคงไม่ผิดกระมัง"
บ่าวรับใช้ของอนุฉู่รีบเดินเข้ามารินชาจากป้านบนโต๊ะลงในถ้วยสองใบ ทว่าในจังหวะที่อนุฉู่กำลังพูดตอบโต้กับชิงชิงอยู่นั้น หลินเจาเยว่ที่นั่งนิ่งอยู่กลับรู้สึกอ่อนเพลียกะทันหัน เปลือกตาของนางปิดลงชั่วเสี้ยววินาที นิมิตภาพแทรกซึมเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว
ภาพตรงหน้าฉายซ้ำเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น บ่าวรับใช้คนนั้นอาศัยจังหวะที่ขยับแขนเสื้อ แอบปล่อยผงยาถ่ายชนิดรุนแรงไร้สีไร้กลิ่นลงไปในถ้วยชาฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นถ้วยที่จะเลื่อนมาตรงหน้าหลินเจาเยว่ หากนางดื่มมันเข้าไป ลำไส้จะบิดเกร็งและท้องเสียอย่างหนักจนหมดสภาพความเป็นมนุษย์
หลินเจาเยว่ลืมตาขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วอึดใจ บ่าวรับใช้ผู้นั้นเลื่อนถ้วยชาฝั่งซ้ายมาตรงหน้านางพอดี ส่วนถ้วยฝั่งขวาถูกเลื่อนไปตรงหน้าอนุฉู่
"เชิญพระชายา" อนุฉู่ยกถ้วยชาของตนเองขึ้น รอยยิ้มอาบยาพิษประดับบนริมฝีปาก
หลินเจาเยว่มองถ้วยชาตรงหน้าสลับกับใบหน้าของอนุฉู่ ทนายความสาวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย นางไม่ปฏิเสธ มือเรียวเอื้อมออกไปจับหูถ้วยชา ทว่าจังหวะนั้นเอง นางจงใจปัดมือไปโดนขอบป้านชาบนโต๊ะอย่างแรง
เคร้ง!
ป้านชากระเบื้องล้มกลิ้ง น้ำชาสีอำพันหกเลอะเทอะเต็มโต๊ะไม้
"ว๊าย!" อนุฉู่และบ่าวรับใช้ร้องอุทานอย่างตกใจ พวกนางละสายตาจากถ้วยชาและรีบขยับตัวหลบน้ำร้อนที่ไหลซึมมาตามขอบโต๊ะ
ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนกำลังวุ่นวาย หลินเจาเยว่ใช้ความเร็วและความเบามือขั้นสุด สลับถ้วยชาของนางกับถ้วยชาของอนุฉู่ที่วางอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียวอย่างแนบเนียน ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิมก่อนที่สายตาของพวกนางจะหันกลับมามอง
ชิงชิงรีบหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะอย่างรวดเร็ว "ขออภัยเจ้าค่ะ บ่าวจะรีบเช็ดเดี่ยวนี้"
อนุฉู่ปัดเสื้อผ้าของตนเองอย่างหงุดหงิด แต่มองไม่เห็นความผิดปกติใดๆ บนโต๊ะ นางกระแอมไอเรียกความเย่อหยิ่งกลับมา ก่อนจะยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นอีกครั้ง
"ไม่เป็นไร แค่น้ำชาหก เชิญพระชายาดื่มต่อเถิด"
หลินเจาเยว่ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก นางจิบน้ำชาในถ้วยลงคออย่างเชื่องช้า นัยน์ตาหงส์จ้องมองอนุฉู่ไม่กะพริบ
อนุฉู่เห็นดังนั้นก็ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ นางยกถ้วยชาของตนเองขึ้นดื่มจนหมด หวังจะได้เห็นสภาพอเนจอนาถของพระชายาใบ้ในไม่ช้า
"รสชาติชาในเรือนท้ายจวนก็ไม่ได้แย่นัก ทว่าคงไม่สู้ชาหลงจิ่งที่ท่านอ๋องประทานให้ข้าเมื่อวาน" อนุฉู่วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับส่งยิ้มเย้ยหยัน "ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ปล่อยให้พระชายาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หากมีเรื่องอันใดขาดเหลือ ก็ทนเอาหน่อยแล้วกันนะ"
อนุฉู่สะบัดผ้าเช็ดหน้า หมุนตัวเตรียมจะเดินนำขบวนบ่าวรับใช้ออกจากเรือน
หลินเจาเยว่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับมุมปากอย่างสง่างาม เริ่มนับถอยหลังในใจอย่างตื่นเต้น
'สาม... สอง... หนึ่ง...'
กึก!
ฝีเท้าของอนุฉู่ชะงักค้างอยู่ตรงหน้าประตูเรือน ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยสีเลือดฝาดพลันซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว มือบางยกขึ้นกุมหน้าท้องของตนเองแน่น ดวงตาเบิกกว้าง
โครกคราก...
เสียงประหลาดดังสนั่นออกมาจากช่องท้องของอนุภรรยาคนโปรด มันดังก้องจนบ่าวรับใช้ทุกคนได้ยินชัดเจน อนุฉู่หน้าเบี้ยวเหยเก ความเจ็บปวดบิดเกร็งแล่นปราดไปทั่วลำไส้ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชาก
"อนุฉู่! ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ" บ่าวรับใช้รีบเข้ามาประคอง
"ข้า... ท้องของข้า..." อนุฉู่กัดฟันพูด เสียงของนางสั่นสะท้าน ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มกรอบหน้า
หลินเจาเยว่ยังคงนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม นัยน์ตาสงบนิ่งทอดมองแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาของศัตรูอย่างเย็นชา
'บทเรียนแรกสำหรับคนที่กล้าลอบกัดข้า หวังว่าเจ้าจะชื่นชอบมันนะ' นางคิดในใจอย่างเป็นต่อ
"โอ๊ย! รีบ... รีบพาข้ากลับเรือนเดี่ยวนี้!" อนุฉู่กรีดร้องเสียงหลง ท่าทางสูงส่งที่พยายามรักษาไว้พังทลายลงจนหมดสิ้น นางแทบจะคลานเกาะบ่าวรับใช้ออกไปจากเรือนท้ายจวนอย่างทุลักทุเล ทิ้งให้ความวุ่นวายก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ชิงชิงยืนอ้าปากค้าง มองตามหลังกลุ่มคนพวกนั้นไปอย่างงุนงง ก่อนจะหันกลับมามองผู้เป็นนายที่ยังคงนั่งสง่างามอยู่กลางห้อง
ลางสังหรณ์บางอย่างบอกสาวใช้ตัวน้อยว่า คุณหนูของนางกำลังจะสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ให้เกิดขึ้นในจวนอ๋องแห่งนี้ในอีกไม่ช้า...
