ไม่ขัดต่อราชโองการ
“ทีคนอื่นไม่บอกอะไรข้าสักอย่าง แต่พอเป็นอี้เฉินกลับขึ้นเสียละเอียดยิบ!!” นางค่อนขอดในใจ
“เพราะว่า…คนๆนี้คือคู่ชีวิตที่ไม่นานต้องได้สร้างความผูกพันธ์!!“ เสียงตอบกลับมาทำนางเผลอส่ายหัว จนเขาที่มองอยู่แปลกใจ
”เอ่อ ข้าแค่คิดอะไรเรื่อยเปลื่อย เอาเป็นว่าข้าเป็นคนนึงในสกุลหยาง ถือว่า…ต่อไปเราร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน ก็แล้วกันนะ“ นางบอกเขาเรียบๆ ซึ่งชายหนุ่มที่คล้ายกับสงสัยในตัวนางก็ยอมพยักหน้าก่อน
”อี้เฉิน“
”พี่ใหญ่“ เสียงเรียกสองเสียงที่ดังมาทำเขารีบหันไปมอง เมื่อเห็นมารดาที่แต่งตัวด้วยผ้าหยาบก็ปวดใจ เครื่องประดับไม่มีสักชิ้น ทั้งยังมีสีหน้าเศร้าหมอง ส่วนน้องชายวัย10หนาวที่มองเขาตาแป๋วนั้น คนเป็นพี่ใหญ่ที่สุดออกจะกังวลไม่น้อย จากคุณชายผู้สูงศักดิ์ตอนนี้ทุกคนคล้ายกับยาจกก็มิปาน
“ท่านแม่ เฉียนเฉียน” ยังไม่ทันได้เอ่ยถามความทุกข์ ก็มีใครบางคนพูดแทรกเสียก่อน
”เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็มารวมตัวกันตรงนี้!! อย่าให้ข้าเห็นเชียวว่าคิดจะหนี แส้ของข้านี้ไม่ปรานีผู้ใด!!“ มือเล็กกำแน่น ในใจทดการกระทำของชายผู้นี้เอาไว้อย่างโกรธเคือง
”ไอ้คนเลว นายว่าขี้ข้าพลอย!!“ คำด่านั้นไม่เบานัก อี้เฉินกำลังจะปรามนางแต่นางหันกลับมาเสียก่อน
”ทำไม?มีคำไหนที่ข้าเอ่ยวาจาผิดเพี้ยนไปบ้าง ถึงแม้ท่านจะถูกเนรเทศแต่เป็นการออกไปสำนึกตนเอง ไม่ใช่นักโทษ ไม่ใช่คนไร้ค่าพวกนั้น ลองกดขี่ข้าดูสิ จะได้รู้ว่าข้าทำอะไรได้บ้าง!!“ ที่นางกล่าวมานั้นจริงทุกคำ การกระทำของฝ่าบาทในวันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า การส่งหยางอี้เฉินออกไปนั้น เป็นไปเพราะมีบางอย่างอยู่เบื้องหลัง แต่จะไปอะไรนั้นคงต้องหาคำตอบทีหลัง เวลานี้ไม่ว่าใครก็ไว้ใจไม่ได้!!
แต่ความเมตตายังมีอยู่มาก ไม่มีการจับกุม หรือแห่รอบเมือง เหมือนคนที่มีความผิดร้ายแรง นั่นเท่ากับว่า…สามีนางยังมีโอกาสรอดแน่นอน
”ทะเลาะไปได้ประโยชน์อะไร ไม่สู้เจ้าได้เดินทางอย่างสันติหรือ“ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แต่นางกลับกอดอกมองเขานิ่ง
”ทหารพวกนั้นเป็นคนของใครท่านก็รู้ ไม่แน่ว่าในใจคงหมายมาดให้ท่านตายกลางทางด้วยซ้ำ อย่านิ่งเกินไปจนดูเป็นเป้าให้เขาเหยียบย่ำ ไม่ขัดราชโองการสะอย่างใครจะทำอะไรท่านได้!!“
