บท
ตั้งค่า

ทรัพสินหายทั้งจวน!!

”เรียนท่านนายกอง เราเข้าไปไม่เจอทรัพย์สินใดเหลืออยู่เลยขอรับ“ เสียงคนรายงานทำเยี่ยนฟางยกยิ้ม

”เป็นไปได้อย่างไร เวลาหลายขวบปีมานี้หยางอ๋องได้เงินขวัญถุง เงินศักดินา ทองคำพระราชทานจากฝ่าบาท แต่ในจวนนี้กลับไม่มีงั้นหรือ ไปค้นใหม่!!“ คนที่แสดงอำนาจสั่งอย่างไม่ยอมแพ้

ขวับ แส้ขนาใหญ่ฟาดลงกลางอากาศ แต่มือบางดึงหยางอี้เฉินหลบทัน!! มืออีกข้างนางดึงแส้ไว้แน่น ก่อนกระตุกสุดแรงจนชายผู้นั้นล่วงหล่นลงจากหลังม้า

“โอ้ยยยย” ผู้คนแตกตื่นไม่คิดว่าสตรีบอบบางจะลงมือได้เด็ดขาด

”คนสาระเลว เจ้ามีตาก็เดินไปแหกดูจะได้รู้ว่ามีหรือไม่ รอบจวนนี้จงตรวจสอบให้ทั่ว!! สามีข้าตัวเปล่าจะเอาสมบัติไปซ่อนที่ไหน“ นางตวาดอย่างเหลืออด หยางอี้เฉิงแม้จะแปลกใจแต่ยังยกมือขึ้นกันนางเอาไว้ เมื่อทหารจ่อดาบมาทางนี้

”ถอยออกไป ภรรยาข้าแค่ปกป้องตนเองตามกฏ คำสั่งของฝ่าบาทคือให้คนสกุลหยางออกไปปลูกข้าวที่หูเป่ย พระองค์สั่งพวกเจ้าให้ทำร้ายคนของข้าตั้งแต่เมื่อไหร่!!“ เสียงตวาดกึกก้องทำทหารถอยหนี เว้นแต่คนเจ็บที่ลุกขึ้นมาชี้หน้านางอย่างไม่ยอมแพ้

”เจ้าเล่นกลอันใด เอาสมบัติพวกนั้นไปซ่อนที่ไหน!!“ เยี่ยนฟางกดยิ้มลึกแววตาเด็ดขาด

“ใช้สมองโง่ๆของเจ้าดูสิ ว่ามี…หรือไม่!!” นางยกแขนขึ้นสองข้าง เผยให้เห็นว่าบนตัวนางไม่มีอะไรนอกจากถุงผ้า1ใบ แววตาท้าทายทำทหารผู้นั้นเดือดดาล เยี่ยนฟางกวาดตามองทุกคน

“หลายปีมานี้สามีข้าออกรบไม่มีวันพัก เสบียงจากทางการที่มีคนหยิบฉวยโอกาสไป ส่งมาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะเป็นใครหล่ะที่ขายสมบัติไปจุนเจือ หากไม่ใช่สามีข้า…” นางมองคนที่มองมาอย่างไม่เชื่อด้วยแววตาท้าทาย

“ฟ้องเจ้านายของเจ้าให้ครบทุกคำ จะได้รู้ว่าคนออกรบลำบากแทบกลืนเลือดถึงได้ยศฐา ไม่ใช่เอาแต่โอบไหสุราเคล้านารีก็ได้ความดีความชอบ!! ไป!! ไอ้พวกหมารับใช้!!” คำพูดของนางทำทหารผู้นั้นเจ็บลึก เพราะเขาไม่ใช่คนสนิทของรัชทายาท แต่ที่อาสาทำงานนี้เพราะอยากได้ความดีความชอบเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งก็เท่านั้น จะเอ่ยเถียงก็เหมือนน้ำท่วมปาก

”ถึงเวลาเดินหน้าก็ต้องวิ่งให้สุดกำลัง ถึงเวลาถอยท่านก็ต้องถอย แต่เป็นการถอยที่หวังจะกระโดดให้สูงขึ้นกว่าเดิม!!“ พูดจบนางเดินไปพยุงแม่สามีเตรียมออกเดินทางทันที

เป้งๆๆ

“ออกเดินทางเถอะ ช้ากว่านี้เกรงว่าจะโดนอาญา” ทหารผู้หนึ่งพูดขึ้นคล้ายห้ามศึกก่อนทุกคนจะแยกย้าย

เมื่อเริ่มออกเดินทาง ทุกคนแบกถุงผ้าได้คนละใบ นางเดินตามแม่สามี ส่วนสามีนั้นอยู่หลังสุดคล้ายคอยมองทุกคนอย่างระแวดระวัง

“นายน้อย” หลี่หมิงเป็นคนสนิทที่เติบโตมากับอี้เฉิน บิดาเขารับเลี้ยงหลี่หมิงมาตั้งแต่เขาจำความได้ สหายผู้ซื่อสัตย์คนนี้ไม่ยอมออกจากกองทัพ แม้เขาจะผลักไสให้เข้าพวกกับสหายอีกคนอย่างชินหลงก็ตาม

“ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร กล่องนั่นมีความหมายมากแต่ข้าไม่คิดว่าจะอยู่ในมือคนพวกนั้น ไม่เช่นนั้นคงสังหารพวกเราไปแล้ว แต่ที่วิ่งวุ่นอยู่นี่คือหาไม่เจอ เอาไว้ข้าจะถามท่านแม่ดู“ เขาให้คนสนิทไปหาของสำคัญในตอนที่ในจวนวุ่นวาย แต่กลับไม่เจอ คราแรกคิดว่าถูกนำไปแล้วแต่จริงๆคือคนพวกนั้นก็หาเช่นกัน เขาจึงคิดว่าไม่น่าจะถูกคนชั่วเอาไปแล้ว

”ส่วนเรื่องคำพูดนั้นข้าก็คิดเช่นเดียวกับแม่นางมู่ทหารพวกนี้คนของใครข้ารู้ดี บางทีข้าอาจจะเกรงใจพระพันปีมากเกินไป จนทำให้เขามองข้ามหัวข้า!!” ร่างหนากัดฟันกรอด ไม่อาทรต่อสายตาชาวบ้านที่พากันออกมามุงดู2ข้างทาง ทั้งยังวิจารย์กันไปต่างๆนาๆ

“เป็นเช่นนี้แล้ว แม่ทัพชินหลงจะจัดการอย่างไรต่อหรือขอรับ” เพราะเขาถูกส่งไปถึงหูเป่ย ห่างไกลหลักฐานพอสมควร จึงไหว้วานให้สหายคนสนิทช่วยสืบต่อ

“สืบจากขุนนางฝ่ายใน ข้าคิดว่า…คนของพระพันปีน่าจะพอช่วยได้บ้าง“ แม้ไม่มีหวังว่าจะลบมลทินให้ตัวเขาและตระกูลหยางได้หรือไม่ แต่เขาจะไม่ปล่อยให้คนมีอำนาจรังแกได้นาน บางทีก็ต้องรอโอกาส เหมือนดั่งที่เยี่ยนฟางพูด ชีวิตของเขาแค่รอเวลาเท่านั้น…

“ทั้งๆที่หยางอ๋องได้ตำแหน่งจากความดีความชอบ เหตุใดจึงยึดผลแค่ศึกเดียวจนกลายเป็นกบฏ”

“นั่นสิ!! ข่าวว่าตงฉินเกินไปจึงไร้ที่ยืน”

“ตรงมากไปก็ไม่ดี บางทีอาจมีภัยถึงตัวเพียงเพราะซื่อสัตย์กับตนเอง นี่แหละน๊าอย่าทำดีเกินหน้าใคร”

เสียงพูดคุยของชาวบ้านทำเยี่ยนฟางขมวดคิ้วพร้อมนึกตาม การวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้นั่นหมายความว่าองค์รัชทายาทไม่เป็นที่ยอมรับ บางทีฝ่าบาทอาจเอ็นดูอี้เฉินมากกว่า นอกจากจะเป็นหลายชายของน้องชายพระพันปี คนเป็นบิดายังช่วยสู้รบเพื่อรวมแผ่นดินทองให้ แต่แปลก…กระทำตัวเหลวไหลเช่นนี้ยังมีขุนนางสนับสนุน!!

“ระบบ!!” นางลองใช้สมาธิเรียกระบบภายในใจ แต่มีภาพโปร่งใสขึ้นมาเพียงตัวหนังสือ

“ฮองเฮา เป็นสตรีเช่นไรกัน” ในใจคิดไปแล้วว่าเรื่องนี้คนอยู่เบื้องหลังต้องใหญ่ไม่น้อยหน้าฝ่าบาท

“เราเจาะลึกข้อมูลไม่ได้ หากไม่เห็นหน้าค่าตา พลังชีวิตคุณน้อยเกินไป” นางกัดฟันแน่น ต้องอดทนต่อไปอีก

ขบวนคนในจวนหยางอ๋องเดินผ่านชาวเมืองอย่างท้อแท้ใจ แดดที่ร้อนในยามสายของวันทำหลายคนอยากขอร้องให้ปล่อยพวกเขาไปจากการเนรเทศนี้เสียที!! หยางอี้เฉินรู้สึกผิดไม่น้อย เขามองทุกคนด้วยสายตาลุแก่โทษ

“กรี๊ดดดด ท่านพ่อ ท่านต้องหาตัวคนทำให้ได้ ลูกไม่ยอมๆ” เสียงมู่เพ่ยฮวากรีดร้องดังออกมาถึงข้างนอกเมื่อขบวนเนรเทศเดินผ่านหน้าจวนสกุลมู่ จนทุกคนหันไปมองอย่างตกใจ

ภาพที่เห็นคือบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นในจวนจนคล้ายกับหนูหลายตัวติดอยู่ในกรงขัง

“เพ่ยเพ่ยสงบใจลงสักนิดเถิด เจ้าเห็นว่าพ่อนิ่งเฉยหรืออย่าไร!! เห็นหรือไม่ข้าปวดแสบปวดร้อนไปหมด ทั้งจวนมีแต่น้ำมันหมูกับพริกป่น เจ้าเจ็บปวดอยู่คนเดียวงั้นหรือ!!” ทันทีที่ประตูจวนเปิดกว้าง เพราะความหวังดีของนายอำเภอที่ถูกแจ้งว่ามีการลักทรัพย์ทำชาวบ้านฮือฮา ทรงผมชี้โด่ชี้เด่จนเป็นพุ่มคล้ายต้นไม้พึ่งเติบโตของบุตรสาวคนรองสกุลมู่ทำหลายคนหลุดขำ เยี่ยนฟางก็เช่นกัน

“แล้วนี่แม่เจ้าไปไหน ซีเว่ยไปตามฮูหยินรองมา!!” ทั้งนายและบ่าว มีใบหน้าที่แดงก่ำ ไหนจะเนื้อหนังที่พ้นขอบผ้าออกมาก็แดงเป็นปื้นคล้ายกับถูกถูแรงๆอย่างไรอย่างนั้น

“พระชายา…อะเอ่อ ฮูหยินน้อย อยากเข้าไปดูบ้านเดิมหรือไม่เจ้าคะ” คนสนิทของแม่สามีเป็นคนเอ่ยถาม นางหันไปมองท่านที่มองนางอย่างเห็นใจก็หลุดยิ้ม

“ไม่เจ้าค่ะ ข้าไม่ใช่คนสกุลมู่อีกแล้ว ท่านแม่ก็เห็นวันยกเกี้ยวมาข้าถูกตัดสัมพันธ์ไปแล้ว” คำพูดของนางทำคนเป็นแม่สามีพยักหน้ารับ นึกถึงวันวานที่แสนโดดเดี่ยวของลูกสะใภ้ ผิดกับหยางอี้เฉินที่ขมวดคิ้วกับคำที่นางกล่าวเล่า ยังไม่ทันจะถามให้แน่ชัดเหมือนกับว่าน้องสาวของภรรยาเขาจะหันมาเจอเยี่ยนฟางเสียก่อน

“อีบ้า!! แกมองอะไร!! เห็นความวุ่นวายตรงนี้ยังไม่เข้ามาช่วยอีก!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel