บท
ตั้งค่า

บทที่ 5

“แค่น แค่ก ๆ”

หลี่ซูเยว่ได้สติแล้ว นางพลันไอออกมาทันใด เสียงไอของนางแหบแห้ง ยังมีเขม่าควันสีดำสนิทปนออกมากับเสมหะเหนียวข้น ลมหายใจแต่ละครั้งมีเสียงวี้ดแหลมเล็กๆ ลอดออกมาจากลำคอที่บวมเป่งจากการสูดดมอากาศร้อนจัด

ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนขาดน้ำแต่ก็ยังมองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจนพอที่จะรู้ว่าตนเองไม่ได้อยู่ที่วัดนางชีอีกต่อไป

เพียงแต่ว่าฉันอยู่ที่ไหน...ยมโลกหรือ?

หลี่ซูเยว่กวาดสายตามองสภาพรอบกาย นางกำลังอยู่ในกระท่อมแห่งหนึ่ง เห็นชัดว่าเป็นกระท่อมร้างอย่างแน่นอน

และสภาพของนางในยามนี้ เสื้อผ้าเนื้อตัวมอมแมมเหมือนลูกหมาตกถังถ่าน แต่เมื่อสำรวจดูกลับพบว่านอกจากรอยขีดข่วนเล็กน้อยแล้ว นางไม่มีร่องรอยของการถูกไฟไหม้ตามเนื้อตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

“ข้า...ข้ายังไม่ตาย...ใช่หรือไม่”

“ถ้าข้าปล่อยให้เจ้าตาย เจ้าคงกลายเป็นขี้เถ้าเฝ้าหลุมนั่นไปแล้ว”

น้ำเสียงเย็นชาดังมาจากเบื้องหน้า เซียวเยี่ยนนั่งพิงผนังกระท่อมร้างอยู่บนกองฟาง ซึ่งเขาครองพื้นที่ที่อุ่นที่สุดไว้เพียงผู้เดียว ทิ้งให้นางนอนอยู่บนพื้นดินที่เย็นเยียบตรงหน้าเขา

“เซียวเยี่ยน ท่านก็ยังไม่ตาย”

“แน่นอน คนเช่นข้าหากว่าข้าไม่อยากตายผู้ใดก็สังหารข้าไม่ได้”

ชิ ยังโอ้อวดโอหัง สมกับเป็นตัวร้ายไร้สติ

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่หญิงสาวกลับรู้สึกดีใจที่ได้พบเขา เวลานี้ใบหน้าเขาซีดเซียวแต่ยังคงความดุดัน และเขาก็ไอออกมาบ่อยครั้งไม่แพ้นาง

นางมองเขามองตัวเอง จากนั้นเอ่ยถาม

“ท่านอ๋องช่วยข้าหรือเจ้าคะ ได้อย่างไร”

เขาเหยียดยิ้มเย็นชา

“ข้าย่อมมีความสามารถพอที่จะลากเจ้าออกมาจากกองเพลิงนั่น ดังนั้นเรื่องที่เจ้าเคยช่วยข้าออกมาจากแคว้นฉาง ถือว่าสิ้นสุดกันไปเพียงเท่านี้ เราไม่มีบุญคุณใดต่อกันอีก”

นางคิดในใจว่า อ้อ... พอฉันฟื้นขึ้นมานายก็หาทางยุติบุญคุณทันที ได้แบบนี้น่ะดีที่สุดแล้ว ใครเขาจะอยากเกี่ยวข้องกับนายกัน

“ได้ ถ้างั้นพวกเราหายกัน ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก”

แน่นอนว่านางยินดียิ่ง และท่าทางนี้ของนางก็แสดงออกชัดเจน จึงทำให้เซียวเยี่ยนเห็นความยินดีปรากฏชัดในดวงตาคู่งาม

เขากำลังสับสนว่าสตรีนางนี้แท้ที่จริงคิดเช่นไรกับเขากันแน่

ก่อนหน้านี้เหมือนจะมอบตัวและใจให้เขาอย่างไร้สติ ทว่ายามนี้กลับยินดีที่นางกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันอีก หลี่ซูเยว่คนนี้ช่างแตกต่าง นางสดใส ร่าเริง แม้จะเผชิญอยู่ท่ามกลางอันตรายเหมือนเป็นคนละคน และทำให้เขายิ่งสงสัย

ที่เปลี่ยนไปมากเพียงนี้ หรือเป็นเพราะว่า นางตัดเขาได้แล้วจริง ๆ หรือ?

หญิงสาวดีใจจนยิ้มเต็มใบหน้า หากว่าไม่มีบุญคุณความแค้นแล้ว เรื่องราวในนิยายระหว่างเขาและนางก็คงจบกันอย่างแน่นอน

“เช่นนั้น ในเมื่อข้าช่วยท่านอ๋องแล้ว พิษในกายของข้าท่านช่วยมอบยาให้ข้าได้หรือไม่ พวกเราจะได้แยกย้ายกันและไม่ติดค้างกันอย่างสมบูรณ์”

มุมปากของเซียวเยี่ยนยกขึ้นเล็กน้อย เขายังมองนางสายตาเจ้าเล่ห์

“อยากได้ยาถอนพิษหรือ”

“เจ้าค่ะ”

“ไม่มีทาง”

หญิงสาวขมวดคิ้ว กวนประสาทอะไรอีก!

ใจคิดแบบนั้นแต่ปากย่อมแตกต่าง “ทำไมเจ้าคะ ในเมื่อไม่มีสิ่งใดติดค้าง ท่านขอให้ข้าช่วยข้าก็ช่วยท่านแล้ว ไยต้องบีบบังคับข้าด้วยยาพิษด้วย”

“ข้าพอใจ”

คำตอบห้วน ๆ ของตัวร้ายเช่นเขา ทำให้นางอยากกรี๊ดออกมานัก

“ไยท่านจึงไร้เหตุผลเช่นนี้ ท่านอ๋อง ข้าช่วยท่านแล้วก็มอบยาถอนพิษให้ข้าเถิด รักษาคำพูดหน่อยได้หรือไม่ แค่ก แค่ก แค่ก”

คงเพราะโมโหจนลมตีขึ้นหน้า หลี่ซูเยว่จึงเกิดอาการไอและเจ็บแสบลำคอขึ้นมาทันใด

เซียวเยี่ยนมองนางที่กำลังลำบากอย่างขบขัน ท่าทางเหมือนกำลังนั่งดูงิ้วในท้องพระโรงอย่างสนุกสนาน กว่าอาการของหญิงสาวจะสงบลง เสียงของนางก็แหบแห้งไปแล้ว

นางกวาดสายตามองเขากระทั่งเห็นหีบยาของตนเองที่วางอยู่แทบเท้าของเซียวเยี่ยน

ตัวร้ายคนนี้ยังรู้จักนำหีบคุณหมอของนางติดกายมาด้วย นับว่าเป็นเรื่องดีเรื่องเดียวที่เขาทำ

แต่เมื่อของที่ต้องการอยู่ในมือเขา แม้จะโกรธจนแทบจะสับเขาเป็นชิ้นๆ หลี่ซูเยว่ก็พยายามระงับอารมณ์ทำน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ท่านอ๋อง ท่านจะทำเช่นไรก็แล้วแต่ท่านเถิด แต่ว่าข้าขอหีบยาของข้าคืนได้ไหมเจ้าคะ”

เซียวเยี่ยนใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนฝาหีบยาอย่างจงใจ

“เจ้าอยากได้หีบนี่หรือ”

หญิงสาวมองเท้าของเขาที่วางบนหีบทั้งกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ โชคดีที่นางอดทนเก่งมาตั้งแต่เด็กจึงยังพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนได้ดังเดิม

“เจ้าค่ะ ซูเยว่ต้องการมัน แต่คนที่ต้องการมากกว่าคือท่านอ๋อง เช่นนั้นเรามาทำข้อตกลงกันใหม่ดีหรือไม่เจ้าคะ”

“คนไร้ค่าเช่นเจ้าไม่มีสิทธิ์มาทำข้อตกลงกับข้า”

นางเชิดหน้าขึ้น โกรธจนควันออกหูไปแล้ว ไม่ว่าจะพูดดียังไง คนกวนส้นเท้าคนนั้นก็ยังทำให้นางประสาทแดกจนได้

หลี่ซูเยว่เริ่มเสียงแข็ง

“ได้ เช่นนั้นก็ตายพร้อมกัน ข้ายอมตายเพราะยาพิษของท่าน ส่วนท่านอาการหนักขนาดนี้ไม่เกินพรุ่งนี้แผลของท่านจะติดเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและตายในที่สุด เอาสิ อยากให้ข้าตายนักข้าก็จะตาย”

พริบตาเดียว ร่างสูงก็ขยับเข้ามาราวกับสายฟ้าบีบคอของนางเอาไว้แน่น

“เจ้าอย่าพูดจาล้อเล่นกับข้า ติดเชื้ออันใดกัน”

หลี่ซูเยว่จ้องเขาไม่ลดละ

“ถ้าคิดว่าข้าล้อเล่น ก็ฆ่าข้าเลย จากนั้นท่านก็รอความตายได้เลย ต่อให้กินยาระงับพิษแล้วแต่พิษบาดทะยักร้ายแรงกว่าที่ท่านคิดนัก รู้จักบาดทะยักหรือเปล่าเซียวเยี่ยน โรคนี้หากว่าไม่ใช่ข้า หมอทั้งแผ่นดินนี้ก็ไม่มีใครรักษาได้”

“อวดดี”

“ใช่ข้าอวดดี เพราะมีดีให้อวดโรคที่ข้าว่าท่านไม่เคยรู้จักล่ะสิ หึ เอาสิอยากลองตายก็เชิญ ฆ่าข้าเลย”

เขาไม่เข้าใจว่าบาดทะยักคืออะไร แต่ท่าทางหลี่ซูเยว่จะไม่ได้ล้อเล่น นางกำลังพูดจริง

ก่อนหน้านี้ยานางให้เขากินพริบตาก็ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเขาได้ ยังช่วยระงับเลือดไม่ให้ไหล เพียงเท่านี้ก็พอจะพูดได้ว่านางก็มีฝีมือเหมือนกัน

ในที่สุดมือของเซียวเยี่ยนก็คลายออก แต่น้ำเสียงยังคงเยียบเย็น

“หลี่ซูเยว่ เจ้าก็รู้ว่าหากเจ้าโกหก ข้าไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่”

“หึ หากข้าไม่มีความสามารถ จะลากท่านที่ตัวหนักเหมือนหมีลงเขาและรักษาชีวิตท่านได้หรือ เซียวเยี่ยน เพราะท่านรู้ว่าข้ามีความสามารถ ถึงได้กลับไปหาข้าที่วัดนางชีให้ข้าช่วยท่านใช่หรือไม่”

นางเข้าใจเขาทั้งหมด ชายหนุ่มปล่อยมือแล้วพยักหน้า

“ใช่ องค์หญิง เพราะเจ้ามีประโยชน์ข้าจึงไปหาเจ้า เจ้าเดาไม่ผิด เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีฝีมือถึงขั้นนี้”

หลี่ซูเยว่ลูบคอของตัวเอง อาการแสบร้อนยิ่งทวีขึ้นเมื่อถูกเขาบีบคอ กระนั้นนางก็ยังตอบว่า

“ข้าเรียนมาหลายปี บอกท่านไปแล้วไม่ได้ล้อเล่น”

หลี่ซูเยว่แม้จะเป็นหมอศัลยกรรม แต่นางก็สนใจด้านสมุนไพรจีนมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นระหว่างเรียนจึงศึกษาควบคู่กันหลายปี เพียงแต่สุดท้ายตัดสินใจเลือกเป็นหมอแผนปัจจุบันก็เท่านั้นเอง

“เช่นนั้นเจ้าจงพิสูจน์ให้ข้าดู ว่าลมหายใจของเจ้ามีค่าพอที่ข้าจะรักษาไว้ ไม่ได้เป็นหมอเถื่อนที่เอาแต่แอบอ้างว่าตัวเองเก่งนักเก่งหนา”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel