บทที่ 6
พริบตาเดียวเซียวเยี่ยนก็ย้ายตัวเองกลับไปนั่งที่มุมอบอุ่นบนกองฟางดังเดิม พร้อมกับใช้เท้าถีบหีบยาให้มาหยุดลงตรงหน้าของนาง
หลี่ซูเยว่โกรธจัดที่เซียวเยี่ยนลบหลู่ฝีมือหาว่านางเป็นหมอเถื่อนไม่พอ เขายังลบหลู่หีบที่บรรจุเครื่องมืออันศักดิ์สิทธิ์ของนางด้วยการใช้เท้าถีบเช่นนี้
แต่นางจะเอาอะไรกับตัวร้ายประสาทแดกคนนี้กันเล่า จึงได้แต่นิ่งเงียบไม่ด่าทอเขาอีกเพื่อไม่ให้หาเรื่องใส่ตัว
หลี่ซูเยว่นั่งลงจากนั้นจึงดึงหีบยามาเปิดออก ค้นหาของที่ต้องการอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนำยาสองชนิดมาผสมกัน สมุนไพรสองอย่างเมื่อรวมตัวกันก็กลายเป็นยาบรรเทาอาการแสบร้อนที่ลำคอประดุจยาวิเศษ
หญิงสาวดื่มยาลงไป รสชาติขมเฝื่อนช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนทำให้ลำคอของนางชุ่มฉ่ำจนหายใจได้สะดวกขึ้น
จากนั้นนางจึงใช้ผ้าฝ้ายสะอาดชุบน้ำเกลือต้มสุกที่บรรจุเอาไว้ในขวด เช็ดคราบเขม่าดำออกจากรอบดวงตาและใบหน้าของตนเองจนสะอาด ภายใต้การจ้องมองของเซียวเยี่ยนที่จับจ้องนางโดยไม่ละสายตาเลยสักนิด
เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อย หลี่ซูเยว่ที่เห็นว่าเซียวเยี่ยนยังมีอาการไอต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อบาดแผลของเขาทำให้นางขยับตัวไปใกล้แล้วพูดว่า
“ท่านอ๋อง ยาวิเศษของข้าจะช่วยให้ท่านชุ่มคอ อาการไอน้อยลงเจ้าค่ะ”
เขาหยิบมาดื่มอย่างไม่ลังเล ในขณะที่นางเอ่ยต่อ
“ข้าต้องทำแผลให้ท่าน ครานี้ห้ามปัดมือข้าอีก ข้าบอกท่านก่อนว่าหากไม่จำเป็น หมอเช่นข้าไม่เคยคิดแตะต้องร่างกายของท่านให้เสียมือสวย ๆ ของข้าเด็ดขาด”
หลังดื่มยาของนาง อาการแสบร้อนคอก็ดีขึ้นทันตาเห็น เซียวเยี่ยนเริ่มเชื่อใจนางมากยิ่งขึ้นจึงเอ่ยสั้น ๆ
“เชิญองค์หญิง”
ท่าทางนี้ของเขาทำให้หลี่ซูเยว่คิดในใจว่า
เขายอมจำนนแล้วสินะ คนเราไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ
ทว่าคนผู้นี้อย่างไรก็ยังไม่ไว้ใจความสามารถของคนอื่น เขาจึงข่มขู่นางอีกครั้ง
“หลี่ซูเยว่ หากเจ้าทำพลาด สองมือนี้ของเจ้าข้าจะตัดมันทิ้ง!”
หญิงสาวกรอกตามองบนพลางเอ่ยว่า
“ด้วยศักดิ์ศรีขององค์หญิง ข้าเอามาเป็นเดิมพันว่าข้าเก่งพอจะเอาลูกธนูเล็ก ๆ นี่ออกมาได้อย่างแน่นอน”
“คนเช่นเจ้ามีศักดิ์ศรีด้วยหรือ ยอมหักหลังบ้านเมืองเพื่อบุรุษผู้หนึ่งนับว่าน่าอับอายนัก”
หญิงสาวมองเขา กัดฟันตาเขียวปั้ด
ยัง...ยังไม่หยุดเหน็บแนมกันอีก วัน ๆ คิดแต่หาเรื่องผู้หญิง ไปเอากระโปรงมานุ่งไป๊!
“ทำไมจ้องข้า ไม่พอใจที่ข้าพูดความจริงหรือไร”
หลี่ซูเยว่ฉีกยิ้มเสแสร้ง นับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วเอ่ยว่า
“ท่านอ๋อง ทั้งหมดที่ซูเยว่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีก็เพราะรักใคร่ท่านมิใช่หรือเจ้าคะ ท่านอ๋องจะทำร้ายจิตใจซูเยว่ไปถึงเมื่อไหร่กัน”
“จนกว่าข้าจะพอใจ”
“เช่นนั้นก็เชิญเหยียดหยามจนกว่าจะพอใจเจ้าค่ะ ซูเยว่ผู้นี้จะทำหน้าที่หมอที่ดี ทำแผลให้ท่านสุดความสามารถให้ท่านพอใจเช่นกัน”
คงเพราะไม่ว่าเขาจะยั่วยุแค่ไหน หลี่ซูเยว่ก็ยังคงตอบโต้ด้วยท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจ และไม่เจ็บช้ำน้ำใจกับวาจาของเขาเลยแม้แต่น้อย
หลี่ซูเยว่คนเดิมหากเขากล่าววาจาใดกระทบจิตใจนางเพียงเล็กน้อย นางก็จะนิ่งเงียบสงบเสงี่ยมเจียมตัวรอคอยความรักจากเขาน้ำตาคลอหน่วย และสำนึกผิดจนน่ารำคาญ
แต่นางผู้นี้กลับตอบโต้โดยไม่ลดละ ยิ่งเขาหาทางเอาชนะ นางก็มีวิธีการที่จะทำให้เขาสงบ
หรือว่าศีรษะของหลี่ซูเยว่ที่กระแทกพื้นจะทำให้เปลี่ยนเป็นคนละคนได้เพียงนี้
จากที่เขาสังเกตเห็น หลี่ซูเยว่เปลี่ยนไปตั้งแต่ที่เขากับนางตกม้าด้วยกันในครานั้นแล้ว
เป็นไปได้ว่าในตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับนางจริง ๆ
ในที่สุดเซียวเยี่ยนก็เงียบเสียง กว่าจะทำให้ตัวร้ายอย่างเขาสงบปากลงได้ หลี่ซูเยว่รู้สึกว่าตนเองใช้พลังไปไม่น้อยจนรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกปรับลมหายใจและสภาพร่างกายให้สงบก่อนจะลงมือผ่าตัด
แม้จะเป็นผ่าตัดเล็ก แต่นางก็ยังต้องรอบคอบที่สุด
หลี่ซูเยว่หยิบขวดสุราส่งให้เขา
“ท่านอ๋อง นี่คือสุราแรง ข้าจำเป็นต้องผ่าเอาลูกธนูออกเจ้าค่ะ ท่านดื่มหน่อยจะได้คลายความเจ็บปวด”
เขามองขวดสุราในมือของนางแล้วส่ายหน้า
“ไม่จำเป็น ข้าทนไหว”
นางลอบแสยะยิ้ม คิดในใจว่า
ดี ไม่เปลืองของ เจ็บให้ตายไปเลย
แต่ปากกลับเอ่ยอ่อนหวานแสดงความห่วงใย “แต่ท่านอาจจะเจ็บปวดมากนะเจ้าคะ”
“หุบปากแล้วรีบลงมือเสีย”
หญิงสาวลอบเบ้ปาก เก่งนัก ก็ได้ ฉันเตือนนายแล้วนะไม่สนใจคำเตือนของหมอเอง
หลี่ซูเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายให้คืนกลับมา นางขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ จัดท่าให้เขาเอนกายพิงผนังอย่างเบามือ
สองมือน้อยๆ สัมผัสลงบนไหล่แกร่งเพื่อประคองตำแหน่งให้มั่นคง เซียวเยี่ยนชะงักไปเล็กน้อยกับสัมผัสที่ดูใกล้ชิดทว่าเขาก็ไม่ได้ปัดป้องอีกต่อไป
หลี่ซูเยว่หยิบแท่งจุดไฟออกมาจากหีบยาเพื่อเตรียมการ มือเรียวหยิบมีดผ่าตัดเล่มเล็กที่ทำจากเหล็กเนื้อดีออกมาลนไฟจนแดงวาบ
“เจ้าทำอะไร?”
“ฆ่าเชื้อเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องพูดมากแล้ว ปล่อยให้หมออย่างข้าจัดการเถอะ”
เซียวเยี่ยนเห็นว่าวิธีของนางแตกต่างจากที่เขาเคยพบมา ทุกขั้นตอนล้วนพิถีพิถัน และหีบยาใบนั้นของนางก็น่าเหลือเชื่อนัก
หีบขนาดไม่ใหญ่นักแต่กลับมีของดีมากมายเพียงนี้ เขามองการกระทำของนาง และเห็นว่ามีดที่นางเผาไฟกำลังเกิดควันจางๆ พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกลิ่นเหล็กไหม้
เมื่อเตรียมมีดเรียบร้อย นางก็เปิดจุกขวดสุราแรง กลิ่นฉุนของเหล้ากลั่นเข้มข้นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
“ทนหน่อยนะเจ้าคะ ข้าจะราดสุราลงบนแผลท่าน จะแสบแผลมาก”
เซียวเยี่ยนไม่ตอบ เขาเพียงฉีกชายอาภรณ์ที่ขาดอยู่แล้วขึ้นมาม้วนเป็นก้อนแล้วกัดเอาไว้ในปากแน่น
หญิงสาวราดเหล้าลงบนบาดแผล ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาเป็นริ้วรุนแรง สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นรอยนูน มือหนากำแน่นอยู่ข้างกาย
หลี่ซูเยว่ขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ผสมปนเปกับกลิ่นเขม่าควันไฟโชยเข้าจมูกชายหนุ่ม
นางเริ่มจรดปลายมีดลงไปที่ปากแผลเพื่อผ่าเปิดทางเอาลูกธนูออก พริบตาที่คมมีดกรีดลงบนผิวเนื้อ ความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจของเซียวเยี่ยนเป็นเท่าทวี
ร่างสูงกระตุกเกร็งจนแทบจะถีบกายขึ้นจากกองฟาง มือกำจนขึ้นข้อขาว ฟันกัดผ้าจนแน่น ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้หลับลงเพื่อหนีความทรมาน เขากลับจับจ้องไปที่ใบหน้างดงามที่อยู่ห่างไปเพียงชุ่น ไม่เอ่ยร้องออกมาแม้แต่คำเดียว
ความอดทนนี้ยิ่งทำให้หลี่ซูเยว่ต้องเร่งลงมือเพื่อไม่ให้เขาเจ็บนานจนเกินไป
ในระยะประชิดเช่นนี้ เขาเห็นดวงตาคู่กลมโตที่ตั้งใจจดจ่ออยู่กับการแผลของเขาโดยไม่กะพริบ แพขนตางอนยาวสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ
นางดูนิ่งสงบและเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง เลือดสด ๆ ที่ไหลซึมออกมาเปื้อนปลายนิ้วหาได้ทำให้นางหวาดกลัวหรือชะงักมือเลยแม้แต่น้อย
นอกจากความเจ็บปวดแล้ว บัดนี้ยังมีความรู้สึกหนึ่งพลันวาบผ่านเข้ามาในใจของอ๋องตัวร้ายผู้เลือดเย็น
สตรีที่เคยเคยมองข้ามผู้นี้ วันนี้กลับทำให้เขาต้องจ้องมองนางเต็มสองตาอีกหน และดูเหมือนว่าครานี้เขาไม่อาจจะละสายตาได้อีกต่อไป
