บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

หลังกินยาเซียวเยี่ยนก็งอตัวเองลงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะหมดแรงลงไปแล้วและกำลังจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว

แผ่นหลังของเขาเกร็งแน่น เส้นผมที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อปรกหน้าผากอย่างยุ่งเหยิง หยาดเหงื่อเกาะพราวอยู่บนเปลือกตา เขาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ดูราวกับหมาป่าที่ถูกเฆี่ยนตีปางตายแต่ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาสยบได้

หลี่ซูเยว่ใช้ผ้าเช็ดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผากให้เขาเบา ๆ ความอ่อนโยนนี้ยิ่งทำให้คิ้วคมของเขาขมวดเข้าลึก เพราะนางกลับทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงได้อย่างประหลาด

“ยานี่แม้จะไม่ได้ผลในพริบตา แต่อีกสักครู่ท่านจะดีขึ้น นี่คือสมุนไพรที่ดีที่สุดเท่าที่ข้าหามาได้จากที่นี่แล้ว โชคดีที่แถวนี้อุดมสมบูรณ์ สมุนไพรวิเศษล้วนขึ้นอยู่รอบ ๆ เขา ท่านอดทนอีกสักนิดนะ”

สองเดือนที่ถูกทิ้งไว้ที่นี่ หลี่ซูเยว่ก็ล้มป่วยกระเสาะกระเสาะ คงเพราะร่างกายเจ้าของร่างเดิมเป็นถึงองค์หญิง จึงบอบบางนัก เปลี่ยนสภาพแววล้อมเล็กน้อยก็ทนไม่ไหว

แต่ก็นับเป็นโชคที่นางได้คลุกคลีกับท่านหมอที่เก่งกาจ เรียกได้ว่าเป็นหมอเทวดาที่ซ่อนตัวเองในหุบเขา หลังเขารักษานางจนหาย หลี่ซูเยว่ก็ยื้อเวลาเอาไว้เพื่อเรียนรู้ตำรายาให้กระจ่าง

เพราะนางอาศัยความรู้ที่ติดตัวมาจากโลกเดิม และการศึกษาอย่างตั้งใจไม่นานก็กลายเป็นหมอเทวดาคนหนึ่ง

หลี่ซูเยว่ยังทำยาเอาไว้หลายชนิดเตรียมเอาไว้ในหีบ ทั้งหมดก็เพราะหวังว่าหลังจากลงจากเขาจะได้มีหนทางเลี้ยงชีพ

เพียงแต่คิดไม่ถึง ว่านางยังไม่ได้ลงจากเขาดั่งที่ตั้งใจ เซียวเยี่ยนก็โผล่มาที่นี่ด้วยสภาพหมาจนตรอก

“ท่านอ๋อง ข้าจะเตรียมน้ำ ทำความสะอาดคราบเลือดให้ท่าน ท่านรอข้าครู่หนึ่งนะเจ้าคะ”

หญิงสาวคิดว่าต้องรอให้ยาออกฤทธิ์ บรรเทาความเจ็บปวดก่อนจึงจะผ่าตัดเอาหัวธนูออก จากนั้นจึงบอกให้เขารอครู่หนึ่ง นางจะไปเตรียมน้ำร้อน

เซียวเยี่ยนยังคงหลับตาและไม่ตอบคำ ยามนี้เขาอ่อนแอเหมือนสุนัขจรไร้พิษสงที่ใคร ๆ ก็จัดการเขาได้ง่าย

เขาเกลียดความอ่อนแอนี้ ทว่าเขากลับไว้ใจนางและคิดว่า หลี่ซูเยว่คือหนึ่งในคนที่จะไม่ทำร้ายเขาอย่างแน่นอน

หลี่ซูเยว่หายไปครู่ใหญ่ นางกลับมาพร้อมกับอ่างน้ำร้อนในมือและผ้าผ้าพันแผลอีกหลายผืน

หญิงสาวใช้ผ้าชุบน้ำช่วยเช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยคาบเลือดแห้งกรังให้เขา คงเพราะเขาบาดเจ็บซ้ำซากใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาจึงดูเปราะบางราวกับหยกที่ใกล้จะแตกสลาย

เขายังคงหลับตา หลังเช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นผงจนสะอาดหลี่ซูเยว่ก็เผลอมองอย่างตกตะลึง

ผมของเซียวเยี่ยนเป็นสีดำสนิทล้อมกรอบใบหน้าของเขาเอาไว้ สีดำตัดขาวชัดเจนส่งผลให้เขายิ่งดูเย็นชาทั้งงดงามหมดจรด

คำว่างดงามนี้ ยังสามารถใช้กับชายผู้นี้ได้โดยเข้ากันดียิ่งนัก

แผ่นหลังของเขายังพิงที่เตียงของนาง หลังจากเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขาเสร็จเซียวเยี่ยนจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอ หาได้พ่นแรงด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดเช่นเคย

แม้ว่าเขาจะจับได้ว่านางแอบมองเขา ทว่าหญิงสาวกลับหาได้ลนลานหลบสายตา ตรงกันข้ามหลี่ซูเยว่กลับเผยรอยยิ้มสดใสให้เขา

ใบหน้าของเขายังคงซีดเซียวประดุจกระดาษขาว แต่แววตาใสกระจ่างขึ้น

“ท่านดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่”

เขาพยักหน้า ส่งเสียงเบา ๆ “อืม”

หลังจากเช็ดเลือดเกรอะรอบ ๆ รอยแผลธนูเรียบร้อย หลี่ซูเยว่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นบาดแผลชัดเจน

“เป็นสีม่วงคล้ำรอบ ๆ ท่านอ๋อง ธนูนี่อาบยาพิษ”

“ใช่”

หลี่ซูเยว่ยังไม่เชี่ยวชาญเรื่องพิษ ยังแยกแยะไม่ออกว่าเป็นพิษอะไร ในใจจึงยิ่งกังวล นางขมวดคิ้วสวยเข้าหากัน ท่าทางห่วงใยและครุ่นคิดนี้ทำให้เซียวเยี่ยนคิดอยากคลายความกังวลใจให้นางโดยไม่รู้ตัว

“ยาพิษนี่ข้ารู้จัก ข้ากินยาสลายพิษไปแล้วแต่หัวธนูนี่เป็นปัญหา เจ้าจงเร่งไปตามหมอของสำนักนางชีมาช่วยผ่าธนูให้ข้า”

“ท่านหมอลงเขาไปหลายวันแล้ว กว่าจะกลับมาท่านอ๋องคงได้ไปนอนรอในหลุม แต่ไม่ต้องห่วง ข้าสามารถผ่าตัดเอาหัวธนูนี่ออกไป”

เซียวเยี่ยนมองนางด้วยสายตาไหวระริก ก่อนหน้านี้นางเคยหาสมุนไพรมาช่วยรักษาบาดแผลยามพาเขาลงเขามาได้ แต่การให้นางลงมือผ่าเอาลูกธนูออกนั้น เขาไม่มั่นใจเลยแม้แต่น้อย

หลี่ซูเยว่เห็นท่าทางนั้นจึงเชิดหน้าขึ้นเอ่ยด้วยความมั่นใจ

“ท่านอ๋องเชื่อใจข้า ข้าศึกษามาจากพวกหมอหลวงไม่น้อยเคยผ่าตัดคนมานับไม่ถ้วน แค่ผ่าธนูย่อมช่วยท่านได้อย่างแน่นอน”

ทว่าขณะที่หลี่ซูเยว่กำลังจะสำรวจบาดแผลอีกครั้ง เขากลับปัดมือนางออกอย่างแรงและส่งสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

“อย่าเอามือสกปรกมาแตะแผลของข้า ข้าเห็นแล้วว่าเจ้ามีวิชาแพทย์ที่แปลกประหลาดเพียงใด ข้าไม่ไว้ใจคนเช่นเจ้า”

เซียวเยี่ยนประเมินความสามารถของนางจากเรื่องที่ผ่านมา ถึงแม้จะยอมรับอยู่บ้างว่านางมีฝีมือ แต่หลายในครานั้นที่นางลากเขาลงจากเขา เขาก็พบว่านางทำหลายสิ่งหลายอย่างที่ผิดเพี้ยนจากที่เขาพบเจอ

ถึงเขาไม่ใช่หมอ แต่เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางการสู้รบมาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาจึงคลุกคลีกับหมอมากฝีมือมาไม่น้อย วิชาการรักษาของหลี่ซูเยว่หลายคราที่เขาคิดว่าเป็นเรื่องใหม่และไม่เคยเห็น

หลี่ซูเยว่เห็นท่าทางเห็นโลงศพแต่กลับไม่ยอมหลั่งน้ำตาของตัวร้ายคนนี้ในใจก็ด่าสวนทันที

‘จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้สำนึก ไอ้ลูกหมาเอ๊ย!’ แต่ปากกลับเกลี้ยกล่อม “ท่านอ๋องเชื่อข้าเถอะ ท่านไม่มีเวลาแล้ว ไม่ว่าข้าจะรักษาด้วยวิธีใด ผลสุดท้ายคือรักษาชีวิตท่านเอาไว้ได้ไม่ใช่หรือ พวกเรามาแลกเปลี่ยนกันข้ารักษาท่านแล้วท่านมอบยาถอนพิษ เราทั้งคู่ต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งคู่มิใช่หรือ”

“ชู่...”

ในขณะที่กำลังต่อรองกัน เซียวเยี่ยนกลับบอกให้นางเงียบเสียง หญิงสาวหุบปากด้วยความงวยงง จากนั้นเซียวเยี่ยนก็หลับตาลงคล้ายกำลังตั้งใจฟังเสียงบางอย่าง

“มีเสียงฝีเท้าม้ากำลังมุ่งมาที่นี่ คนจำนวนมาก ต้องรีบซ่อนตัว พวกเขาจะมาถึงในเวลาไม่เกินหนึ่งเค่อ ”

หญิงสาวทำสีหน้าประหลาดใจ นางพยายามเงียบฟังเสียงตามที่เขาบอก แต่กลับไม่ได้ยินสิ่งใดเลยสักนิด

“ท่านแน่ใจนะ ไม่ใช่หูแว่วหรือ ข้าไม่เห็นได้ยินอะไรเลย”

“หุบปาก!” เขาตวาดตัดบทพลางพยายามพยุงกายลุกขึ้นเพื่อหาที่ซ่อนตัว

“ท่านยังขยับตัวไม่ได้ ท่านอ๋อง แผลของท่าน”

นางร้องเสียงหลงพลางจะเข้าไปประคอง ทว่าขาของเซียวเยี่ยนกลับไร้เรี่ยวแรงจนล้มตึงลงมาทาบทับร่างของหลี่ซูเยว่เอาไว้ หน้าผากของคนทั้งสองชนกันเข้าอย่างจัง โป๊ก!

“แม่งเอ๊ย! เจ็บนะ!”

คำหยาบคายหลุดออกจากปากองค์หญิงผู้สูงศักดิ์จนตัวร้ายเบื้องหน้าถึงกับจ้องมองอย่างตกตะลึง

นางรีบปิดปาก นึกในใจว่าแย่แล้ว เผลอพูดคำไม่สุภาพออกไป จากนั้นจึงแสร้งร้อง “โอ๊ย” เบา ๆ กลบเกลื่อน

เขามองท่าทางเสแสร้งนั้นเขม็งปนประหลาดใจ “องค์หญิงแคว้นฉางช่างน่าสนใจจริงๆ กระทั่งคำหยาบคายเหมือนชาวบ้านไร้สถานะ ยังเอ่ยออกมาได้”

“ท่านอ๋อง อย่าได้ใส่ใจเลยเจ้าค่ะ สองสามเดือนมานี้ข้าผ่านชีวิตเลวร้ายมามากจริง ๆ คนเราก็เปลี่ยนกันได้”

นางยิ้มแหย ๆ ลูบใบหน้าตนเองแผ่วเบา

ช่างเถอะ เสแสร้งไม่ทันจริงๆ

หลี่ซูเยว่ไม่ใช่คนอ่อนหวานมาแต่เดิม นางคือเด็กกำพร้าในสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าอันเนืองแน่นด้วยคนที่เลวร้าย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel