โปรดรักษาชีวิตเอาไว้
“ไปเถอะกว่าจะถึงค่ายทหารแม่ทัพเว่ย เจ้ากับข้าต้องเดินทางอีกครึ่งราตรี” นางเดินเข้าไปที่โรงครัวก่อนมองทุกคนด้วยแววตาอ่อนแสง แต่ละคนอ่อนแรงเหลือเกิน
“คืนนี้ข้ามีเรื่องต้องไปทำ นำข้าวขาวพวกนี้หุงเป็นข้าวแข็ง ไม่ต้องต้มเป็นโจ๊ก หมูน้ำค้างนี้ผัดกับผักที่เราปลูกไว้เยอะหน่อยไม่ต้องประหยัด มื้อต่อไปข้าจะหาอาหารมาให้อีก แล้วก็…ดูแลท่านย่าให้ดี พรุ่งนี้ข้าอาจกลับช้าหน่อย” นางบอกกับแม่นมหวัง คนในจวนนี้เหลือไว้เพียงพวกที่ทำงานถวายชีวิตเท่านนั้น นางจึงวางใจหากต้องออกจากบ้าน
“คุณหนูรอคุณชายรองกลับมาก่อนไม่ดีหรือเจ้าคะ” แม่นมหวังรีบสั่งคนให้เข้าครัวโดยเร็ว เพราะคุณหนูก็อ่อนแรงจากการอดอาหารเช่นกัน นางต้องมีอะไรตกถึงท้องก่อน จากนั้นจึงจับจูงคุณหนูใหญ่ของนางออกมาพูดคุย หรงเฟยส่ายหัวก่อนยื่นบางอย่างให้
“จดหมายนี้ให้เจ้ารอง บอกเขาว่ารอข้าที่นี่ ทั้งเมียและลูก รวมถึงครอบครัวของเมียเจ้ารองก็ให้รออยู่ที่นี่ หนีไปแบบไม่รู้ทิศทางยากจะรักษาชีวิตให้รอด อย่างน้อยในจวนมีบุรุษมากหน่อยย่อมวางใจกว่า” น้องชายของนางเป็นบัณฑิตที่กำลังจะสอบเป็นผู้พิพากษา แต่ทุกอย่างคลาดเคลื่อนเพราะสงคราม
ความสงสารเมียรัก หลังจากรู้ข่าวว่าศึกสงครามเริ่มรุนแรง จึงพานางไปหาบิดามารดาที่เมืองหู่เยว่ไม่ไกลจากที่นี่นัก ออกเดินทางไปพร้อมร่างเดิมเมื่อ5วันก่อน คาดว่าน่าจะกลับมาราวๆวันนี้
“แต่คุณหนูไปคนเดียวจะมีภัย“ นางยกยิ้มให้แม่นมหวังคลายกังวล
”ข้าพอรู้จักสหายแถวนี้อยู่บ้าง เรื่องเดินทางไม่ใช่ปัญหา ข้าห่วงแต่ว่า…ชาวบ้านจะแตกระแหงกันไม่ยอมสามัคคี“ ตอนนี้สงครามเริ่มรุนแรงจนโจษจั่น ชาวบ้านบางคนเดินทางออกไปแล้ว โดยจะไปทิศไหนก็ยังไม่รู้นางจึงกังวลเช่นนี้
”นั่นสิเจ้าคะ“ หวังเพ่ยฮวาหน้าเศร้าจนหรงเฟยเห็นใจนัก
”ทุกคนต้องรอด มีข้าอยู่ทั้งคนอย่าได้เป็นกังวลนยไป“
