รู้…แต่เปลี่ยนไม่ได้
“หรงเฟย จดหมายพวกนี้ก่อนถึงมือท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งย่อมต้องผ่านมือคนอื่น เจ้าจะเขียนออกไปตรงๆไม่ได้!” กระรอกน้อยที่เกาะอยู่บนบ่าของนางเอ่ยบอกอย่างเป็นกังวล
“เจ้ากระรอก ข้าต้องการฝากจดหมายน้อยกับกองกำลังบูรพา ข้าควร…เข้าไปพบใครก่อน“ นางบรรจงเขียนจดหมายด้วยลายมือที่ดีที่สุด เพราะอักษรจีนโบราณนางเชี่ยวชาญเพียงการอ่าน การเขียนยังไม่แตกฉานขนาดนั้น
“เว่ยอิงโหลว เขาคือราชานักรบที่เก่งกาจตอนนี้น่าจะกำลังรวบรวมพล เพื่อช่วยวังหลวง” นางพยักหน้ากับความรอบรู้นี่คงเป็นตัวช่วยของนางในโลกนี้สินะ
“อายุไขเขาสั้นนัก เพียง20หนาวก็ต้องตายเพราะการถูกหักหลัง” กระรอกน้อยเศร้าใจก่อนจึงซบลงบนบ่านาง
“สกุลเมิ่งรอด พวกเขาก็รอด จะโน้มน้าวท่านพ่อได้ก็ต้องโน้วใจเขาก่อนถูกหรือไม่” กระรอกตัวน้อยเด้งตัวขึ้นมา
“เข้าทางแม่ทัพเว่ยจะดีแน่หรือ เขา…ค่อนข้างจะไม่ถูกกับสตรี” หรงเฟยยกยิ้มก่อนม้วนจดหมายเข้าในลำไม้ไผ่
“ก็ทำให้ถูกเสียไม่เห็นจะยาก ข้ามีความลับของเขามากมาย เขาจะไม่กล้าต่อต้านข้าแน่นอน” นางยกยิ้มก่อนเก็บจดหมายไว้ที้แขนเสื้อจากนั้นค้นหาสิ่งที่ร่างเดิมซ่อนเอาไว้
“อู้วหู้ว เยอะมากจริงเชียว นางรู้ชะตาล่วงหน้างั้นหรือ” ร่างเดิมเป็นคนอ่อนแอ ใครว่าอะไรก็ไม่กล้าแย้ง แต่อาจจะเป็นเหมือนนางที่รู้ชะตาตัวเอง แต่รู้ไปก็เท่านั้น เมื่อไม่มีตัวช่วยเรื่องแผนที่ก็ยากจะคาดเดาว่าควรหนีไปที่ใดเพื่อให้มีชีวิตต่อไปได้อีก
ไม่เหมือนกับนาง นางศึกษาภูมิศาสตร์มา ชี้จุดได้ว่าจุดใดควรค่าแก่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ จุดใดจะเป็นที่ที่ไม่มีผู้ใดลุกลาน ร่างเดิมจึงหวังพึ่งนางถึงเก็บเสบียงเอาไว้พอสมควร
“นางรู้แต่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ก่อนหน้านี้นางเป็นเพียงสตรีที่ถูกส่งไปเรียนเพื่อเตรียมออกเรียน จะพูดอันใดได้เล่า” นางแบ่งเสบียงออกมาไม่มากเกินไป ตั้งใจว่าจะให้ทำกินเป็นมื้อๆเท่านั้น
“ไปเถอะกว่าจะถึงค่ายทหารแม่ทัพเว่ย เจ้ากับข้าต้องเดินทางอีกครึ่งราตรี”
