ความหวังสุดท้าย
“คุณหนู ทะท่านกลับมาแล้ว” สตรีสูงวัยคนนึงรีบวิ่งเข้ามากอดนางที่หน้าแระตูจวน
“ท่านคงเป็นแม่นมหวัง” นางรู้จักทุกคนที่นี่ดี เพราะความฝันที่ปะติดปะต่อมานาน จึงไม่ต้องปรับตัวมากนัก
“เจอท่านแม่ทัพหรือไม่เจ้าคะ” สตรีอีกคนรีบวิ่งเข้ามาถาม ก่อนที่นางจะเห็นสตรีสูงอายุค้ำไม้เท้าเดินออกมา
“เฟยเฟย เป็นอย่างไรบ้างได้ความหรือไม่” นางเข้าไปประคองคนที่แรงเดินแทบไม่มี แต่รีบเดินมาหานางด้วยความร้อนใจ
“ไม่เจอเจ้าค่ะ แต่พอจะมีวิธีที่จะตามหาท่านพ่อกับท่านแม่ได้” นางถอนหายใจก่อนกวาดตามองไปรอบๆ ในฝันที่ดูยากแค้นแล้ว เมื่อมาเจอความจริงนั้นยิ่งกว่า
“วิธีอะไร แล้ว…แล้วสงครามที่หัวเมืองรุนแรงแค่ไหนแล้ว” รุนแรงมาก!! นางอยากจะบอกออกไปแบบนี้ แต่ยั้งปากตัวเองทัน ก่อนจะลูบมือฮูหยินผู้เฒ่าหรือคนที่มีศักดิ์เป็นย่าของนางในตอนนี้
“น่าจะ…รอกำลังพลมาช่วยต้านทานเจ้าค่ะ เรื่่องนั้น เราจะพอมีเวลาเตรียมตัว อี้หลานเตรียมกระดาษกับหมึก ข้าจะส่งจดหมายหาท่านพ่อ” นางสั่งการเสร็จก็หันมาหาคนแก่ที่น้ำตานองหน้า
“ตอนข้าหลับตาจับฤกษ์ยาม ข้าเห็นเลือดนองแผ่นดิน” นางบีบมือแน่น
“เห็น อะไรอีกเจ้าคะ” นางกลั้นใจรอฟัง
“เห็นว่า…คนสกุลฉู่จากที่ไกล ส่งเจ้ามาช่วย” คำหลังแผ่วเบาราวกระซิบแต่นางได้ยินมันเต็มสองหู ก่อนจะยกยิ้มที่สตรีสูงวัยผู้นี้ไม่เห็น เพราะนางตาบอด!!
“ข้าจะช่วยให้ได้ ไม่ต้องรักข้าให้เหมือนคนในสายเลือดแต่ช่วย…เมตตาข้าก็พอ ข้ามาที่นี่เพื่อลดความสูญเสียเจ้าค่ะ” นางอดนึกถึงผู้เป็นยายไม่ได้ ยายในโลกเดิมของนางคือซินแซ คือหมอดู ท่านย่าที่อยู่โลกนี้ก็เช่นกัน ท่านเคยเป็นนักพรตมาก่อน แต่เพราะถูกส่งตัวไปที่แผ่นดินทอง จึงไม่สามารถช่วยคนในบ้านไม่ให้ถูกฆ่าตายได้
“ข้าฝากด้วยนะ เฟยเฟยเจ้าต้องเป็นคนทำให้ตระกูลเมิาฝยังอยู่สืบต่อไป” นางพยักหน้าก่อนที่แม่นมหวังจะเข้ามาประคองฮูหยินเฒ่าเข้าไปพัก
“ข้าจะเข้าไปในห้องนอน อย่าส่งใครมารบกวน ตั้งไฟก่อฟืนอย่าให้ทั้งจวนมืดมิด และที่สำคัญ…จัดเปลี่ยนเวรยามเฝ้าฟังข่าวจากทางการ ข้าจะจัดการเรื่องอาหารเอง”
“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่”
