บท
ตั้งค่า

กันดานขนาดนี้จะรวยยังไง!!

มือที่ถือเอกสารการยื่นเรื่องหย่าสั่นเทา ใบรับรองทางการแพทย์แจ้งว่าเด็กในครรภ์เสียชีวิตเพราะยาขับเลือด พร้อมทั้งบาดแผลจากวัตถุหนักที่บริเวณหัวคิ้ว ทำร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงกับพื้น

“พี่สะใภ้ใหญ่ เอาเงินในตู้ไปโดยการนับออกเป็นครึ่งๆ ถิงถิงเป็นพยานให้ได้ค่ะเธอนับให้เห็นเลย ส่วนเงินที่พี่สามีให้เธอที่โรงพยาบาล เธอเอาไปจ้างทนายความแล้วค่ะ” คำบอกเล่าของน้องสะใภ้เหมือนเข็มนับร้อยทิ่มผ่านร่าง ไม่เจ็บปวดเจียนตาย แต่เจ็บลึกจนพยุงตัวเองไม่ไหว

“ลู่หลินบอกไหม ว่าเธอจะไปที่ไหน” นานกว่าเขาจะเค้นเสียงตัวเองออกมา เสียงวิ่งหนักๆดังมาจากด้านล่าง เซี่ยเฉินหยุดยืนหอบหน้าประตู มองมือพี่ชายที่ถือกระดาษใบนั้นด้วยใจเจ็บปวดแทน

“ผิดที่ผมเอง ผมห้ามแม่ไม่อยู่พี่สะใภ้ถึงเจ็บตัว” อู๋หลัวส่ายหน้าก่อนหลับตาลง มือถือสมุดจดทะเบียนเล่มสีแดงเอาไว้แนบอก

“พี่สะใภ้น่าจะกลับบ้านที่จิงเจียง ก่อนไปเธอบอกว่าเรื่องนี้พี่สามีไม่ผิด แต่เป็นเธอเองที่รอให้พี่ปกป้องเธอไม่ไหว” จบสิ้นคำพูดถิงถิง น้ำตาของคนที่เข้มแข็งที่สุดรินล่วงลงมาจนร่างหนาสั่นเทา

“อีกแค่นิดเดียวแท้ๆ อีกแค่นิดเดียวพี่จะทำเรื่องขอบ้านได้แล้วแท้ๆ ลู่หลิน ฉันขอโทษ!!”

ทางด้านคนที่ได้ตั๋วรถไฟในเวลา2ทุ่มตรง กำลังนั่งกินเกี๊ยวอยู่ที่ชานชาลา เพื่อรอเวลาขึ้นรถไฟ เธอวางทุกอย่างทิ้งเอาไว้ด้านหลัง ต่อจากนี้ชีวิตเธอไม่มีในเนื้อเรื่องแล้ว ในนั้นไม่เอ่ยถึงเธอ หรือถึงตัวละครนี้อีกเลย เธอจึงต้องจัดการตัวเองให้ได้

“ถ้าไปแล้วทางนั้นไม่ต้อนรับ ก็แค่หารับจ้าง ไม่ยากเท่าไหร่” คำนี้เธอท่องจนขึ้นใจ เงินที่ได้จากในกล่องของสามีมีแค่50000หยวนเท่านั้น มันไม่พอให้เธอสุขสบายโดยที่ไม่หยิบจับอะไร เพราะฉะนั้นสำหรับเธอต้องตั้งสติ!!

ใช้เวลาเดินทางกว่าค่อนคืน ลู่หลินหลับไปหลายตื่นรถไฟพึ่งถึงเขตชาญเมืองฝั่งเหนือ ที่ที่คิดว่าคือบ้าเกิดของเธอ

“เอ่อ หนูต้องการไปหมู่บ้านลั่ว ต้องเดินทางไปยังไงคะ“ เธอเลือกจะจัดการตัวเองให้อิ่มท้อง จึงตัดสินใจเข้าร้านบะหมี่พร้อมเอ่ยถามทางจะไปบ้านพี่ชาย

”เอ่ ทำไมหนูถึงหน้าคุ้นๆกันหล่ะ“ แววตาของลู่หลินวาววับเมื่อคิดว่าอาจจะมีใครสักคนจำเธอได้

”หนูชื่อลู่หลินค่ะ ลูกสาวคนเล็กบ้านเว่ย“ เพียงเท่านั้นคนขายบะหมี่ตบเข่าฉาด

”โอ้ยย บุญพาวาสนาส่งจริงๆ จำป้าได้ไหม ป้าซิวท้อไง ตอนนี้บ้านพี่ชายเราลำบากมาก แบบมากเลยหล่ะตอนนี้พี่สะใภ้เราป่วยมาหลายเดือน ไม่ได้เอาจดหมายมาฝากส่งนานแล้ว แล้วนี่ไปยังไงมายังไงห๊ะ จดหมายไม่ยอมตอบกลับพวกเขาเลย“ คำเล่าขานของแม่ค้าร้านบะหมี่ทำเธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“พอดีแยกกันอยู่กับสามีหน่ะค่ะ เลยจะกลับมาบ้านไม่คิดว่าที่บ้านพี่ชายจะเกิดเรื่อง” เธอมองไปรอบๆเห็นชาวบ้านบางคนมานั่งขายผัก จึงคิดว่าตอนนี้รัฐบาลคงเริ่มให้ประชาชนขายในส่วนที่เหลือจากการส่งพืชผลให้รัฐบาลแล้วได้ แต่บางคนก็ยังใช้คูปองแลกอาหารอยู่

“เหมือนว่าตอนนี้เสี่ยวตั้วจะทำงานอยู่ที่โรงงานไม้ ส่วนอาเจียงก็ทำๆหยุดๆ เด็กๆก็ไม่ได้ไปเรียนหรอก” นี่สินะชีวิตจริงๆที่ไม่มีในนิยาย ลู่หลินถอนหายใจก่อนจะมองไปยังตลาดที่มีคนมาขายของปะปลาย

“หนูจะเข้าหมู่บ้านต้องเดินไปทางไหนคะ” เธอมองรถลากก็นึกสงสัยว่าเขารับจ้างไปที่หมู่บ้านของเธอหรือไม่

“จ้างอาติงได้ ว่าแต่เธอจะกลับมาอยู่ถาวรเลยหรือเปล่าหล่ะ” เพราะตอนนี้ยังเช้าเกินไปคนในร้านจึงยังไม่ค่อยมา เจ้าของร้านถึงมานั่งถามเธออยู่แบบนี้

“ก็อยู่เลยค่ะ แต่ว่าต้องดูก่อนว่าพี่ชายสะดวกใจให้ฉันอยู่ไหม” แม่ค้าตบเข่าฉาด

“อยู่เถอะ พี่ชายเธอปรับปรุงบ้านพ่อแม่เธอไว้รอเธอแล้ว ส่วนของเขาก็ปลูกอยู่ข้างๆกัน อีกอย่างนะ ตอนนี้รัฐบาลก็เริ่มแบ่งที่ทำกินแล้ว แต่ไม่เจอบ้านพี่ชายเธอนานฉันไม่รู้ว่าทางนั้นได้รับการแบ่งที่ดินหรือยัง ยังไงก็ ค่อยๆปรับตัวไป” เธอยิ้มให้ อย่างน้อยๆก็ไม่มีคำพูดจาถากถาง

“เสี่ยวหลิน ฉันบอกเธอแล้ว เราจะแต่งงานกับคนที่ฐานะต่างกันไปทำไม เห็นไหมบ้านเราถึงไม่เจริญแต่พี่ชายเธอรักเธอกว่าใคร ลำบากขนาดนี้ยังไม่กล้าไปขอความช่วยเหลือจากเธอเลย” ข้อนี้เธอเห็นด้วย แม้จะไม่รู้ว่าความสัมพันธุ์ของบ้านพี่ชายจะไปทางไหน แต่คิดว่าเธอกลับมาได้ถูกเวลา

ลู่หลินกินบะหมี่เสร็จก็สั่งแบบแห้งกลับอีก5ห่อ เจ้าของร้านยังแถมเกี้ยวให้อีกสิบตัว ต้อนรับเธอกลับบ้าน หญิงสาวมองร้านค้าที่ไม่ได้มากมายเท่าในเมือง แต่ก็พอมีของดีขายบ้าง ซื้อเนื้อหมูและผลไม้อีก2-3อย่างก็จ้างรถลากไปส่ง

เส้นทางที่ค่อนข้างกันดาร และไกล ถนนที่เป็นลูกรังนี้เธอมั่นใจว่าหากฝนตกคงลำบากกว่าเดิม หญิงสาวที่สวมกางเกงเอวสูง รู้สึกคิดถูกที่ไม่หยิบกระโปรงออกมาใส่

“อาติง” ติงอวี๋ คือชื่อของคนลากรถ ร่างกายกำยังและบึกบึนดูเหมือนคนไม่ค่อยพูด หันมามองหน้าเธอคล้ายถามว่าว่าอย่างไร

“หากฉันต้องการซื้อจัก มันเอาขึ้นรถลากนี้ได้ไหม” เขาพยักหน้า พร้อมบอก

”บ้านท่านผู้ใหญ่บ้านก็เคยซื้อจักรให้สะใภ้ ฉันเคยเอามาส่งอยู่ แต่มันหนัก ถ้ามีคูปองขอ2ใบ ถ้าจะจ่ายเป็นเงินก็3หยวน“ เธอพยักหน้าก่อนบอกเขาอีกครั้ง

”เอาไว้ถ้าจะซื้อจะไปตามนายที่หน้าร้านป้าซิ่วท้อนะ“ เขาพยักหน้ารับและลากรถต่อ

ร่างเล็กที่ไม่ได้หนักหนา ไม่ทำให้คนลากรู้สึกเหนื่อย เธอมองทุ่งนาที่ปักธงเอาไว้คล้ายแบ่งเขตก็ทบทวนกับตัวเองเบาๆ

“ตอนนี้1985ถือว่ารัฐบาลไม่เข้มงวด มีอาชีพได้ แต่ก็ไม่พ้นชาวไร่ชาวนา ที่ต้องแบ่งผลผลิตให้รัฐ60เก็บขายได้40 อีกไม่นานยุครุ่งเรืองคงจะมา แต่ชนบทแบบนี้ก็นานหน่อย เห้ออออ กันดารขนาดนี้จะรวยได้ยังไงกัน” การลากรถผ่านไปช้าๆ ลู่หลินมองเห็นโรงเรียน โรงงานไม้ โรงงานทอผ้า โรงงานกระดาษ โรงงานหนังสือพิมพ์ และกองบัญชาการชิงหัว ก็นึกย้อนไปต้นเรื่อง

“อู๋หลัวเคยมาประจำการที่นี่ พอถูกเรียกตัวกลับ ก็เอาสาวบ้านนอกอย่างลู่หลินกลับไปด้วย สัญญากับพี่ชายเธอว่าจะมาจัดงานแต่ง สุดท้ายแม่สามีขอเลื่อน ทั้งคู่ทำได้แค่จดทะเบียนสมรสเงียบๆ เห้ออออ พลอตนิยายน้ำเน่ามากๆ ตรงไหนไม่ใช่ที่ของเราก็อย่าฝืนเลย!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel