บท
ตั้งค่า

คลังเสบียงเคลื่อนที่

คำพูดของนางทำพี่ชายใหญ่ตาโต

“เจ้าหมายความว่า…“ เขาคิดมาตลอดว่าจะทำอย่างไรดีให้ไม่ต้องแยกจากน้องๆ แต่วันนี้น้องสาวที่เรียบร้อยไม่ค่อยพูดกับคิดมันออกมาง่ายดาย

”ทำปากซีดๆ ทำหน้าเศร้าสร้อยเข้าไว้ ติดไข้ป่าจากข้า ท่านต้องลุกไม่ขึ้นและนอนเดี้ยงอยู่บนเตียงนั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว“ เขาพยักหน้าเห็นด้วย

”พรุ่งนี้เช้าบ้านใหญ่คงมา เช่นนั้นคืนนี้เจ้านอนพักก่อน“ คนเป็นพี่ยังเห็นน้องสาวหน้าตาซีดเซียวจึงเอ่ยบอก

”ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ตอนนี้ท่านเองต้องป่วยได้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่สมจริง พรุ่งนี้ข้าจะลองโวยวายดู“ นางต้องหาทางพูดคุยกับเจ้าของร่างเดิมอีกที ต้องนอนหลับแล้วฝันถึงอีกได้หรือเปล่า

เพราะนางมัวแต่ขุ่นคิดจึงไม่เห็นสีหน้าสงสัยของพี่ชาย

”เจ้าจะโวยวายเช่นนั้นหรือ“ เดิมทีก่อนน้องสาวจะป่วย นางเป็นคนไม่ค่อยพูด จะเถียงใครหรือเอื้อนเอ่ยสักครึ่งคำก็ยังไม่กล้า เช่นนั้นนางจะโวยวายหรือ ไม่มีทางกระมัง

”เอ่อ….โวยวายสิ เข้าตาจนเช่นนี้ข้าต้องสู้ ว่าแต่ที่นี่มีอาหารไหม“ จะว่านางหิวก็หิวพอควร แต่เด็กสองขวบที่ยกนิ้วขึ้นมาดูดนี่คงหิวมากกว่า

”เห้อออ บ้านใหญ่เอาไปหมดแล้ว มีเพียงข้าวฟ่างต้มของน้องเล็กที่แบ่งกันกินคนละ2คำ น้องรองข้าควรหัดออกไปหาล่าสัตว์ดีหรือไม่“ เพราะเขาเข้าไปศึกษาที่หอศึกษามาหลายปี งานบ้าน งานเรือน งานหุงหาอาหารล้วนเป็นน้องสาวที่ทำทั้งสิ้น แค่คิดก็รู้สึกผิดไม่น้อย

”แน่นอนสิ ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตยังไงข้าไม่รู้หรอก!! แต่ต่อจากนี้หากบ้านใหญ่อพยพ จะเหลือแค่ข้า ท่าน อาซือ เช่นนั้นแล้วก็ต้องช่วยเหลือกัน“ ในโลกเดิมแม้เป็นเด็กกำพร้า แต่ทุกคนที่รู้จักล้วนพึ่งพาตัวเอง จะให้นางทำเช่นร่างเดิมที่ไม่มีปากเสียงคงทำไม่ได้

”ข้าจะไปดูอะไรในครัว ท่านจัดการทำตัวเองให้ป่วยเสีย เรื่องตัวร้อน ขอข้าคิดสักครู่“ นางค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาด้วย

”อย่างน้อยๆคนบ้านใหญ่ก็ให้เจ้ากินทุกมื้อเพราะเห็นเป็นบุรุษแหละนะ“ เพราะนางเคยทำงานที่มูลนิธิการกุศลมีหรือจะเลี้ยงเด็กไม่เป็น แต่สภาพบ้านเช่นนี้ ของกินแทบไม่มี เดินดูนิดหน่อยพบเพียงถั่วเขียว1กำมือเท่านั้น ในครัวไม่มีสิ่งใดให้จุดเตาได้เลย

”ไหนเจ้าบอกว่าจะมีของให้ประทังชีวิต ข้ามองหาทั้งบ้านแล้วมีที่ไหนกัน“ นางถอนหายใจด้วยความเหนื่อย ไม่ใช่แค่เด็กน้อยที่ผอม เจ้าของร่างเดิมนี่ก็ไม่ต่างกันนัก

”พี่หญิง“ นางก้มลงไปดูเด็กชายที่พูดไม่ชัดดึงชายกระโปรงนางก่อนยื่นอะไรบางอย่างมาให้

”แหวน!! แหวนข้าหนิ่“ นางจับมันมาพิจารณาใกล้ๆ พบว่าเป็นแหวนที่ชายคนรักมอบให้ในโลกเดิม ก่อนสติดึงวูบไปในอีกมิติ

”นี่มัน…ของกินทั้งนั้นนี่นา“ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เป็นสนามสีเขียวขจี ตรงกลางเป็นลานกว้างที่มีกระท่อมน้อยอยู่ตรงนั้น นางเดินเดินขึ้นบันไดไปดูพบว่ามีของกินไม่น้อย ทั้งข้าวกล่อง ขนมหวาน ข้าวสาร เนื้อหมู เนื้อไก่ ซาลาเปา ผักสดๆที่เรียงรายมากมาย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะมาสำรวจ เพราะด้านข้างมีน้ำตกไหลลงมาจากบนฟ้า คล้ายกับว่าตกมาจากสวรรค์ ไม่มีจุดเริ่มต้นอย่างไรอย่างนั้น ด้านล่างเป็นบ่อหินมีดอกบัวและปลาแหวกว่ายจนนางรีบเดินเข้าไปใกล้ และใช้มือกวักน้ำขึ้นมาลูบหน้า ตรงด้านข้างมีบ่อน้ำผุดเล็กๆปากบ่อกว้างเท่าฝ่ามือขึ้นมามีป้ายเขียนว่า ”น้ำพุวิญญาน“ ความสงสัยก่อเกิดนางใช้มือกวักน้ำขึ้นมาดื่มพบว่ามันให้ความสดชื่นและมีกำลังอย่างประหลาด

”น้ำนี่วิเศษนัก!!“ นางกวาดสายตามองไปรอบๆ อากาศที่นี่เย็นไม่ร้อน เหมือนนางเดินอยู่บนสวรรค์ บนฟ้ามีเมฆสวยงาม ดอกไม้หลากสีให้ความสดชื่น

”ผลไม้พวกนี้ กินได้หรือไม่“ นางดึงลูกแอปเปิ้ลสีแดงสดลงมาจากต้น ก่อนกัดกินไป1คำ พบว่ามันหวานล้ำกว่าแอปเปิ้ลที่นางเคยกินมาทั้งชีวิต!!

“วิเศษไปหมดทุกอย่างจริงๆ” ตรงนี้มีทั้งต้นแอปเปิ้ล ต้นสาลี่สีทอง ต้นองุ่น กล้วย ทุกอย่างล้วนมีประโยชน์

“นี่กระดาษอะไร” ใต้ต้นแอปเปิ้ลมีกระดาษแผ่นนึงติดเอาไว้นางจึงหยิบขึ้นมาอ่าน

“ตอบแทนที่เจ้าช่วยเหลือผู้คนในโลกก่อน ไม่ว่าร้องขอสิ่งใด ทุกอย่างจะปรากฏตรงหน้าทันที” นางกอดกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่นด้วยความดีใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel