หนาวนี้ให้ข้าช่วยหาเสบียง2
คำพูดของพี่ชายทำนางพยักหน้าอย่างยินดี…หาทางน้ำไม่ได้ก็ยังมีทางดิน!!…
“มานั่งกันตรงนี้อย่าออกไปด้านนอกดูเหมือนว่าอากาศจะเย็นลง” มือค่ำวันนี้คนบ้างหวงทำโจ๊กธัญพืชกินและยังมีกระหล่ำปลีผัดน้ำ แม้ไม่ใช่อาหารเลิศรสแต่เมื่อได้มานั่งด้วยกันในบ้านหลังเล็กพร้อมหน้า หวงอี้หนิงรู้สึกเหมือนวันวานย้อนกลับคืน พยายามอย่างยิ่งยวดไม่ให้น้ำตาไหล
“ดีที่วันนี้สีหน้าเจ้าดีขึ้นมากแม่ค่อยว่างใจ” อี้เฟยที่ตักโจ๊กร้อนๆแจกจ่ายทุกคน แต่ตักให้บุตรสาวเยอะกว่าคนอื่นเอ่ยอย่างสุขใจ
“ข้าหายดีแล้ว ท่านแม่อย่าได้เป็นกังวล ข้าเพียงแต่ปรับร่างกายไม่ทัน ท่านดูสิ ใบหน้าข้ามีสีเลือดปะปนอยู่ด้วยหรือไม่” แก้มอมชมพูเพราะความหนาวกัดกินยื่นด้านซ้ายด้านขวาให้บิดามารดาดูอย่างอารมณ์ดี นางมองทุกคนที่กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยด้วยใจพองโต
“ท่านพ่อท่านยังรู้สึกหนาวอยู่หรือไม่” อี้หนิงหันไปถามเกาเฉินผู้เป็นบิดาหลังจากเขาดื่มน้ำที่นางยื่นให้ไปอึกใหญ่
“แปลก!!วันนี้ร่างกายข้าไม่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือหนาวเหน็บอาจจะเป็นเพราะดีใจที่เจ้ารองตื่น” นางยิ้มรับก่อนจะคะยั้ยคะยอให้ทุกคนกินน้ำ และแยกย้ายกันเข้านอน
เช้าที่เหมือนอุณหภูมิจะลดลงอีก ลมที่พัดผ่านทำชาวบ้านที่เดินสวนกันไปมากอดอกตัวงอ เสื้อผ้าที่สวมหนาแน่นหลายชิ้นในบางบ้าน ส่วนนึงก็ยังมีคนที่สวมเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นอยู่อาจจะฐานะไม่ต่างจากคนบ้านหวงนัก
“เหตุใดจึงอยากขึ้นเขานัก” อี้เฟยที่นำผ้ามาพันคอให้บุตรสาวถามอย่างเป็นกังวล
“เพราะว่าร่างกายของข้าต้องออกแรงเพื่อทำให้อุ่นขึ้นเจ้าค่ะ หากนอนอยู่เฉยๆร่างกายไม่ได้ขยับเท่ากับนอนรอความตาย” นางอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก่อนจะหยิบตะกร้าสานสะพายขึ้นหลัง เตรียมขึ้นเขากับพี่ชาย
“ขนมน้ำตาลนี้เอาไว้อมเล่น ห้ามกลืนเด็ดขาด รอพี่ใหญ่กับข้าอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ ช่วยท่านแม่เรียงฟืนเข้าใจหรือไม่” นางคุกเข่าลงต่อหน้าน้องชายคนเล็กอย่างหวงฮ่าวเฉินพร้อมยื่นอมยิ้มที่นำออกมาจากมิติให้
“เจ้าเอามาจากที่ใดกัน” มารดาที่เห็นหน้าตาขนมแปลกๆเอ่ยถามบุตรสาว
“เมื่อวานมีคนมอบให้ข้าพร้อมอวยพรให้ข้าแข็งแรงตอนที่ท่านแม่ไปเก็บฟืนเจ้าค่ะ” ทุกคนพยักหน้าเข้าใจว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนี้ ก่อนที่พี่ชายและบิดาจะพานางออกเดินทาง
“หนิงเอ๋อร์หากรู้สึกไม่ดีเจ้าต้องรีบบอกพ่อหรือพี่ใหญ่เข้าใจหรือไม่” เกาเฉินยังคงห่วงใยบุตรสาว จริงๆวันนี้เขาตั้งใจไปตัดฟืนเพิ่ม แต่เพราะบุตรชายเข้ามาบอกว่าจะขึ้นเขา เขาเองอดเป็นห่วงลูกๆไม่ได้จึงมาด้วยเสีย
“เจ้าค่ะ ทุกคนเองก็หากรู้สึกเหนื่อยก็จิบน้ำเสียหน่อยนะเจ้าคะ ข้าเตรียมมาแล้ว” นางยื่นกระบอกน้ำที่ผสมน้ำวิเศษยื่นให้บิดาและพี่ชาย มองดูทุกคนที่เหมือนมีเรี่ยวแรงขึ้น ก่อนจะยกในส่วนของตนเองขึ้นดื่มบ้าง และออกเดินทางต่อ
“รู้สึกเหมือนกับว่าพืชพันธ์ต้นไม้จะโดนลมหนาวกัดกินจนเริ่มไม่สดใส” นางมองตามที่บิดาพูดพบเห็นว่าจริง ค่อนข้างหนักใจ
“หากด้านบนเจออากาศเย็น เช่นนั้นผักที่อยู่ใต้ดินจะอุ่นเจ้าค่ะ” นางหยุดที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีหน่อเล็กๆอยู่ที่โคนต้น
“เหมือนว่านี่จะเป็นบุกเจ้าค่ะ” นางสำรวจลำต้นที่แตกขึ้นมาจากดินก่อนจะค่อยๆใช้เสียมเล็กแซะมันออกมา พบว่าหัวขยายใหญ่ลึกลงไปในดินมากกว่าจะโผล่พ้นออกมาข้างนอก นั่นเท่ากับว่ามันเองก็รู้จักเอาตัวรอดเช่นกัน
“จริงด้วย!!”
