บท
ตั้งค่า

ตอนที่3 การแสดง

แล้วงานเลี้ยงต้อนรับท่านแม่ทัพก็มาถึง สถานที่จัดงานคือวังหลวง อดีตฮ่องเต้เฉินตงหยางหลังสละบัลลังก์ ก็ยกหน้าที่ให้ฮ่องเต้องค์ใหม่นั้นก็คือองค์ชายใหญ่เฉินหมิงเจ๋อ ซึ่งงานในวันนี้ก็จัดออกมาได้อย่างงดงามสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ สร้างความพอใจให้กับแขกเหรื่อที่มาในงาน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าขุนนางและบรรดาฮูหยิน อีกทั้งคุณหนูที่ผ่านพ้นวัยปักปิ่นก็ถูกเชิญมาร่วมงานด้วยเช่นกัน แม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่ทุกคนเข้าใจดีว่าการให้คุณหนูที่ผ่านพ้นวัยปักปิ่นเข้ารวมคืออะไร องค์ชายทั้งสามยังไร้คู่ครองการออกงานในแต่ละครั้ง จึงเป็นการดูตัวไปในที

ในวันนี้คุณหนูแต่ละจวนจึงต้องแต่งตัวประชันโฉมกันอย่างเต็มที่ ในวังหลวงยามนี้จึงดูคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาร่วมงาน พอใกล้เวลาเริ่มงานทุกคนก็เริ่มทยอยไปนั่งประจำที่ ตามยศและตำแหน่งที่ทางจัดงานได้เตรียมไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงขันทีประกาศขึ้น

“ฮ่องเต้เสด็จ ฮ่องเฮาเสด็จ “

พอฮ่องเต้และฮองเฮาเดินเข้างาน ก็ตามมาด้วยไทเฮาอดีตฮ่องเต้เฉินตงหยาง องค์ชายทั้งสามและตามมาด้วยองค์หญิง ลี่อิงมองไปยังองค์หญิงที่สวมอาภรณ์สีเฉกเช่นเดียวกันกับนาง การออกแบบชุดไม่แตกต่างจากที่นางสวมใส่เลยสักนิด ก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยพอใจ วันนี้นางจะจัดการแสดงครั้งยิ่งใหญ่

พอฮ่องเต้และฮองเฮาประทับลงบนแท่นประทับเรียบร้อย ทุกคนก็ลุกขึ้นกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”

“ตามสบายนั่งลงเถิด งานวันนี้เราจัดขึ้นเพื่อต้อนรับ

แม่ทัพชุนไห่ ที่ไปประจำการอยู่เขตชายแดนเป็นเวลาหลายปี ขอให้ทุกคนสนุกสนานและเพลิดเพลินกับอาหาร เครื่องดื่มและดนตรี”

พอฮ่องเต้กล่าวจบเสียงเพลงก็เริ่มบรรเลงขึ้นพร้อมนางระบำ ออกมาร่ายรำอย่างอ่อนช้อยสวยงาม จบการแสดงชุดแรก ฮ่องเต้ก็ได้ประกาศมอบรางวัลให้กับแม่ทัพ เป็นทองคำจำนวนสามหีบ ผ้าไหมอีกหนี่งร้อยพับ เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างให้เกียรติกับท่านแม่ทัพ ก่อนไทเฮาจะเอ่ยขึ้น

“ท่านแม่ทัพขอบคุณที่ทำเพื่อแว่นแคว้น เอาละวันนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขในการดื่มกิน ไม่ทราบว่ามีคุณหนูท่านใดอยากแสดงความสามารถหรือไม่?” ไทเฮาเอ่ยขึ้น

ก่อนขันทีจะประกาศว่าเป็นคุณหนูท่านใดที่จะเริ่มการแสดง ลี่อิงไม่ได้ลงชื่อในการทำการแสดงเพราะนางคิดว่า ในเมื่อนางไม่คิดที่จะแต่งเข้าราชวงศ์ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำการแสดงให้ใครดู

พอจบการแสดงของเหล่าคุณหนู ลี่อิงที่คอยจับตาดูองค์หญิง ก็เห็นว่าองค์หญิงกำลังปลีกตัวออกไปเดินในอุทยาน ตามด้วยเหล่าบรรดาคุณหนูท่านอื่นๆ ลี่อิงจึงรีบเอ่ยขอตัวกับบิดาเพื่อออกไปเดินเล่นเช่นกัน องค์ชายสี่เฉินห่าวรันที่แอบมองนางอยู่ เมื่อเห็นนางลุกออกไปเขาก็คิดจะลุกออกไปเช่นกัน เขาคิดว่าวันนี้ต้องหาทางพูดคุยกับนางให้เข้าใจ แต่กลับกลายเป็นว่าอีกสององค์ชาย กลับลุกตามออกมาเช่นกัน

ณ อุทยานองค์หญิงเฉินลู่เสียนพร้อมนางกำนัล เดินมาพร้อมเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ที่ดูท่าทางของแต่ละคน จะพยายามกล่าวเยินยอเอาใจองค์หญิงจนออกหน้าออกตา ลี่อิงพอเห็นเช่นนั้นก็เสแสร้งเดินเข้าไปทำความเคารพ

“ถวายบังคมองค์หญิง หม่อมฉันชุนลี่อิงบุตรสาวท่านแม่ทัพชุนไห่เพคะ” เฉินลู่เสียนมองสตรีที่มีใบหน้างดงามตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะไล่สมรวจไปทั่วร่างและอาภรณ์ที่นางสวมใส่อยู่ ก่อนจะตกตะลึงตาค้าง นี่เจ้า!..ช่างบังอาจนัก!! นางกล้าชุดเหมือนกันกับข้า

“องค์หญิงชุดที่นางใส่เหมือนกับที่พระองค์สวมอยู่เลยเพคะ แบบนี้มิใช่ว่านางดูหมิ่นเกียรติท่านหรอกหรือเพคะ” เสิ่นหนิงเซียนบุตรสาวเสนาบดีเสิ่น รีบเอ่ยฟ้องขึ้นมาทันที

“ใช่เพคะนางกล้าลบหลู่เกียรติท่านเช่นนี้สมควรถูกโบยหนี่งร้อยไม้” เมื่อมีคนร้องก็ต้องมีคนรับ ฟ่างซูมี่บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการกล่าวเสริมขึ้นทันที ก่อนจะมองลี่อิงอย่างเย้ยหยัน เฉินลู่เสียนพอถูกแรงยุยงก็เริ่มมีโทสะมากขึ้น นางมองลี่อิงอย่างโกรธเคือง ก่อนจะออกคำสั่งกับนางกำนัล

“จับตัวนางไว้วันนี้ข้าจะสั่งสอนนาง ให้รู้จักที่ต่ำที่สูง ว่าการดูหมิ่นราชวงศ์ผลลับจะเป็นอย่างไร” กล่าวจบนางก็เดินไปหาลี่อิงที่ถูกนางกำนัลจับแขนไว้คนละข้าง ก่อนจะยกฝ่ามือฟาดลงไปบนใบหน้างาม

“เพี๊ยะ!เพี๊ยะ!” เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้างามดังสนั่น ลี่อิงรับรู้ได้ทันทีถึงรสชาติเค็มของเลือดในปาก องค์หญิงมองผลงานด้วยความสะใจ

“องค์หญิงหม่อมฉันขออภัย หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ” ลี่อิงละล่ำละลักเอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัวความผิด แต่นั้นก็ยิ่งทำให้องค์หญิงได้ใจและผยองมากขึ้น

“เจ้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพชุนไห่ เกิดและเติบโตที่ชายแดน คงยังไม่รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี ที่สตรีในเมืองหลวงเราปฎิบัติกัน ได้ข่าวว่าเจ้ากำพร้ามารดา มิน่าละเจ้าถึงขาดการอบรมเช่นนี้ ทหาร!เตรียมโบยนางยี่สิบไม้ เดี๋ยว!!ข้าเปลี่ยนใจแล้ว

ในเมื่อนางเป็นบุตรสาวของทหารชาตินักรบ เอาแบบนี้แล้วกันให้นางไปเป็นเป้าให้ข้ายิงธนู แบบนี้ข้าจะได้ทั้งความสะใจและความสนุก” องค์หญิงเอ่ยขึ้นอย่างกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป ลี่อิงไม่อยากเชื่อว่านางจะโรคจิตได้ขนานนี้ แต่ก็..เข้าทางนางพอดีจึงส่งสายตาไปให้บ่าวคนสนิท เสี่ยวไจ๋เห็นเช่นนั้นก็เจ็บปวดใจจนแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งของนายสาววิ่งไปแจ้งท่านแม่ทัพ

องค์หญิงเฉินลู่เสียนเมื่อเห็นทหารเตรียมลานยิงธนูเสร็จเรียบร้อย ก็ให้นางกำนัลเอาลูกผิงกั่วไปวางบนศรีษะของนาง แต่ทันใดนั้นองค์ชายสี่ก็ก้าวเข้ามาดึงธนูจากมือองค์หญิง ก่อนจะเอ่ยกับองค์หญิงผู้เป็นน้อง

“ให้ข้าเป็นคนยิงเองจะดีกว่า เป็นเจ้ายิงคงไม่โดน” เฉินห่าวรันคิดว่าหากให้นางเป็นคนยิงคงไม่ถูกลูกผิงกั่ว แต่จะถูกร่างของสตรีนางนั้นมากกว่า เขาที่ขึ้นชื่อว่ายิงธนูแม่นมากคนหนึ่งจึงคิดอาสาจะทำด้วยตนเอง แต่ต่างจากความคิดของลี่อิง ที่เมื่อเห็นเขาดึงธนูไปจากมือขององค์หญิง ใจนางก็ยิ่งโกรธแค้นบุรุษผู้นี้มากขึ้นไปอีก นี่เขาไม่ชอบนางถึงขั้นอยากลงมือด้วยตัวเองขนานนี้เลยหรือ? คราแรกที่องค์หญิงจะเป็นคนยิง นางก็คิดแผนเอาไว้แล้วว่าจะให้นางยิงเฉียดมาโดนที่แขน เพราะนางดูเวลาที่เสี่ยวไจ๋ไปตามบิดานางคงมาถึงในไม่ช้า นางพอเป็นวรยุทธอยู่บ้างเรื่องหลบหลีกนางทำได้อยู่แล้ว ลี่อิงจ้องหน้าเขาโดยไม่หลบสายตา วันนี้ข้าจะจดจำเอาไว้องค์ชายสี่ เป็นท่านก็ดีข้าจะได้จัดการแสดงให้ท่านประทับใจ

เฉินห่าวรันสบตานางที่มองมาอย่างเย็นชาและเจ็บแค้น ก็รู้สึกแผ่นหลังเย็นเยียบ นี่นางคงไม่คิดว่าเขาจะฆ่านางจริงๆ หรอกนะ องค์ชายรองเฉินจื้อหยวนและองค์ชายสามเฉินห่าวอี้ ยืนมองเหตุการณ์ด้วยใบหน้าสงบนิ่ง พวกเขารู้ว่าองค์ชายสี่คิดอย่างไร ที่เลือกจะเป็นคนยิงธนูเสียเอง แม้พวกเขาจะดูโหดเหี้ยมมากเพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่คิดจะรังแกสตรีที่อ่อนแอ

เฉินห่าวรันยกสายธนูขึ้นตั้งบ่าอย่างองอาจ ก่อนจะเล็งไปที่ผลของผิงกั่วที่อยู่บนหัวของนาง ก่อนจะปล่อยลูกธนูออกไปอย่างมั่นใจ แต่ทันใดสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ลี่อิงที่จ้องมองลูกธนูอย่างไม่กระพริบตา ก่อนนางจะกระโดดรับลูกธนูที่พุงเข้ามาอย่างแรง จนลูกธนูปักเข้าที่ร่างของนางอย่างเต็มเหนี่ยว เหนือหน้าอกด้านซ้ายของนาง ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนลี่อิงต้องกระอักเลือดออกมาคำโต

“ลี่อิง!!” เสียงตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงของชุนไห่ ที่ยามนี้หัวใจแทบแหลกสลายที่เห็นร่างของบุตรสาวค่อยๆ ทรุดลงกับพื้น ก่อนจะวิ่งอย่างสุดแรงมารับร่างของบุตรสาว

เฉินห่าวรันมองภาพนั้นอย่างตกตะลึง เหตุใดนางถึงกระโดดรับลูกธนู? ลี่อิงยามนี้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา จนกระอักเลือดออกมาอีกครั้งเปรอะเปื้อนชุดที่นางสวมจนร่างนางอาบไปด้วยเลือด ชุนไห่รีบเข้าไปประคองบุตรสาว น้ำตาของผู้เป็นพ่อไหลอาบใบหน้า

“ลี่อิงเจ้าอย่าเป็นอะไรนะ พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว”

“ท่านพ่อข้าไม่เป็นอะไร พาข้ากลับบ้านทีนะเจ้าค่ะ” ลี่อิงกุมมือชุนไห่และบีบเบาๆ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!ใครก็ได้เล่าให้ข้าฟังที!” ซูหนี่ว์ไทเฮาตวาดออกไปอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะมีนางกำนัลเข้ามารายงาน หลังจากฟังจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าเรื่องราว นางก็กำมือแน่นด้วยความโกรธ นางพยายามปลูกฝังและสอนผู้อื่นให้เป็นคนดี แต่ดูแล้วครอบครัวของนางเสียเองที่ควรจะสั่งสอนให้ดี ก่อนจะเห็นท่านแม่ทัพลุกขึ้นเดินมาหานางและอดีตฮ่องเต้เฉินตงหยาง ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้า แล้วล้วงไปหยิบตราพยัคย์ที่ควบคุมกองทัพ ยื่นให้อดีตฮ่องเต้เฉินตงหยาง

“กระหม่อมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่กระหม่อมจะสละตำแหน่งเสียที กระหม่อมอยากจะใช้บั้นปลายชีวิตกับบุตรสาวที่กระหม่อมรัก ขอบคุณฝ่าบาทที่ดีกับกระหม่อมเสมอมา” ชุนไห่ยัดป้ายตราพยัคย์ใส่มือของเฉินตงอยาง ก่อนจะลุกเดินไปอุ้มร่างของลี่อิงแล้วเดินจากไปทันที ทุกคนยืนมองภาพนั้นด้วยความสงสารและสะเทือนใจ

“องค์ชาย องค์หญิง ตามข้าไปที่ตำหนัก!” น้ำเสียงเย็นเยียบของไทเฮาทำเอาทุกคนขนลุก นานมากแค่ไหนแล้วที่ไม่เห็นไทเฮาเกรี้ยวกราดเช่นนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel