ตอนที่2 วางแผน
ชุนไห่และลี่อิงตัดสินใจไม่กินอาหารที่โรงเตี๊ยม จึงไปซื้ออาหารมาทำกินเองที่จวน จวนหลังนี้ถูกพระราชทานมาให้แม่ทัพชุนไห่เมื่อยี่สิบปีก่อน ใหญ่โตกว้างขวางพอสมควร ชุนไห่ได้จ้างคอบครัวจางให้อยู่เฝ้าจวนและคอยทำความสะอาด ซึ่งครอบครัวจางก็มีด้วยกันสี่คน จางถงเป็นพ่อบ้าน จางลี่เป็นภรรยาของเขามีหน้าที่ทำอาหารในครัว ส่วนอีกสองคนจางฟ่านและจางหมี่ มีหน้าที่ทำความสะอาดในเรือน
ชุนไห่กลับมาเยี่ยมเยือนเมืองหลวงในครั้งนี้เพราะต้องการให้ ลี่อิงได้มาเที่ยวชมเมืองหลวงและมองหากิจการที่นางอยากทำ ตัวเขาเองก็เริ่มอายุมากขึ้นการเป็นทหารก็เริ่มจะไม่เหมาะกับเขานัก เขาจึงคิดว่ามาคราวนี้อาจต้องพูดคุยเรื่องการคืนตำแหน่ง แล้วให้ฮ่องเต้แต่งตั้งรองแม่ทัพขึ้นเป็นแม่ทัพแทนเขา
ลี่อิงก้าวลงจากรถม้าที่มีเสี่ยวไจ๋และเสี่ยวหาน ที่ติดตามมาด้วยจากชายแดนยืนรอรับอยู่ด้านล่าง เสี่ยวไจ๋และเสี่ยวหานเป็นพี่น้องกันกำพร้าทั้งคู่ ชุนไห่จึงรับดูแลเพราะความสงสาร
“เสี่ยวหานไปเรียกคนในจวนให้มาช่วยยกของ เสี่ยวไจ๋มาช่วยข้ายกผักและของที่ซื้อมาไปข้างใน” ลี่อิงเอ่ยบอกสาวใช้คนสนิทที่ติดตามมาจากชายแดน
“เจ้าค่ะ”
“ท่านพ่อไปรอข้าด้านในเถิดเจ้าค่ะเดี๋ยวของพวกนี้ข้ากับบ่าวจะจัดการเองเจ้าค่ะ”
“ได้อย่างไรกันพ่อเป็นชายชาติทหารนะ มาพ่อช่วยเจ้าเอง”
ชุนไห่รีบดึงของในมือลี่อิงมาถือแล้วเดินเข้าไปในจวนทันที ลิ่อิงมองบิดาแล้วยกยิ้มเขาไม่ยอมให้นางทำอะไรเลย ก่อนจะหันไปช่วยเสี่ยวไจ๋ยกตะกร้าผัก ไม่นานสกุลจางก็ออกมาช่วยกันยกของ ซึ่งบางส่วนลี่อิงและชุนไห่นำกลับมาจากชายแดน
หลังจากขนของกันเสร็จลี่อิงก็ขอไปเดินสำรวจดูรอบๆ จวน ความทรงจำของร่างนี้บอกว่าเคยมาเมื่อสมัยเมื่อตอนเป็นเด็กนานมาแล้ว นางมองดูพื้นที่ด้านหลังที่ว่างเปล่าก็ยกยิ้มต้องหาอะไรมาปลูก ยุคปัจจุบันนางใช้ชีวิตด้วยการทำงานและก็ทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาทำสวนหรือเข้าครัวทำอาหาร มาอยู่ในยุคนี้นางจะใช้ชีวิตที่นางอยากทำเสียที แต่ก่อนอื่นต้องคิดหาวิธีให้ไทเฮา ยกเลิกความคิดที่จะให้นางหมั้นกับบุรุษผู้นั้นเสียก่อน อีกสองวันจะเป็นงานเลี้ยงต้อนรับท่านแม่ทัพ นางจะต้องคิดหาวิธีเพราะในงานวันนั้นจะมีไทเฮามาร่วมงานด้วย
“คุณหนูจะให้เตรียมอาหารเลยหรือไม่เจ้าค่ะ” เสี่ยวไจ๋ที่เดินตามหาลี่อิงอยู่นานเอ่ยถามขึ้น
“เตรียมเลยข้าหิวมากเลย กินม้าได้ทั้งตัวเลยตอนนี้”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวไจ๋พยักหน้ารับรู้ นางเริ่มจะคุ้นชินคำพูดแปลกๆ ของนางบ้างแล้วจึงไม่ใส่ใจ
ระหว่างกินอาหารลี่อิงก็ตัดสินใจเอ่ยกับบิดา เรื่องที่นางมีแผนการที่จะทำให้ไทเฮาเปลี่ยนใจ
“ท่านพ่อ ซูหนี่ว์ไทเฮาพระนางมีพระธิดาหนึ่งพระองค์ใช่หรือไม่? ข้าได้ยินมาว่าองค์หญิงมีนิสัยเอาแต่ใจเพราะมีพี่ชายทั้งสี่ที่รักและตามใจจริงหรือไม่เจ้าค่ะ?”
“ใช่องค์หญิงอายุน่าจะมากว่าเจ้าสี่ปี พ่อก็เคยได้ยินเรื่องนิสัยเอาแต่ใจขององค์หญิงอยู่เหมือนกัน เจ้าถามทำไมหรือ?”
“หากข้าอยากให้ไทเฮาเปลี่ยนความคิดจับคู่ ข้าก็ต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ยอมเจ็บตัวเพื่อให้ไทเฮารู้สึกผิดแทนองค์หญิง เมื่อนั้นพระนางก็จะประทานสิ่งชดเชยให้กับข้า ท่านพ่อ!!ท่านต้องแสดงในแนบเนียนเล่นไปตามน้ำด้วยกันกับข้า”
“จะดีหรือพ่อไม่อยากให้เจ้าเจ็บตัว” ชุนไห่ใบหน้าเป็นกังวล ตั้งแต่เลี้ยงดูนางมาเขาก็เฝ้าทะนุถนอม บาดแผลเล็กน้อยก็แทบไม่มี
“ดีเจ้าค่ะยอมเจ็บตัวเพื่อเป็นอิสระตลอดชีวิตข้าว่ามันคุ้ม มาก งานเลี้ยงต้อนรับท่านพ่อ หากเสี่ยวไจ๋ไปตามท่านพ่อ ท่านต้องรีบมาทันทีนะเจ้าค่ะ ทางที่ดีต้องพาไทเฮามาด้วยให้ได้ ท่านพ่อ..ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่อยากแต่งเข้าราชวงศ์วันนั้นท่านก็ได้ยินแล้วว่าเขามีอคติกับข้าเพียงใด”
“ได้แต่เจ้าก็อย่าเล่นใหญ่จนเลือดตกยางออกเข้าใจหรือไม่?”
“เจ้าค่ะ” ลี่อิงรับปากไปอย่างนั้นแต่ในใจนางรู้ดีว่า เรื่องนี้คงไม่ง่ายหากไม่ลงทุนเจ็บตัว
ตำหนักองค์ชายสี่
หลังกลับมาจากโรงเตี๊ยมองค์ชายสี่ก็กลับมานั่งอ่านตำราในห้องทำงานอย่างเงียบครึม อู๋หยวนองค์รักษ์ข้างกายและขันทีไฉ่ยืนนิ่งไม่ขยับเช่นเดียวกัน ยามนี้พวกเขาเดาอารมณ์ของผู้เป็นนายไม่ถูกว่าอยู่ในห้วงอารมณ์ใด ในบรรดาสี่องค์ชาย ทุกคนมีนิสัยที่แทบจะเหมือนกันคือเงียบครึม ยามโกรธแม้จะไม่แสดงอาการ แต่ใครจะรู้ว่าอาจมีดาบมาจ่อที่ลำคอเสียแล้ว ทุกคนได้ความเด็ดขาดและโหดเหี้ยมมาจากไทเฮาผู้เป็นมารดาแทบทั้งสิ้น แคว้นต่างๆ จึงไม่มีใครกล้ารุกรานมาตลอดหลายสิบปี
“องค์ชายงานเลี้ยงตอนรับท่านแม่ทัพท่านจะเข้าร่วมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” ขันทีไฉ่ถามขึ้น
“ข้าปฏิเสธได้หรือ?” องค์ชายสี่เอ่ยตอบแต่สายตายังคงอ่านตำราในมือต่อไป
“เห็นว่ารอบนี้บุตรสาวของท่านแม่ทัพก็มาร่วมงานด้วย ได้ข่าวว่านางงดงามมาก” ขันทีไฉ่ยังคงเอ่ยตามที่ได้ยินมา
“งดงามแล้วอย่างไรข้าไม่คิดจะหมั้นหมายกับนาง ทุกอย่างเป็นความคิดเห็นของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ วันนี้ข้าได้เจอนางแล้ว และนางก็ได้เอ่ยปฎิเสธที่หมั้นกับข้าเช่นกัน” เขาก็อยากรู้เช่นกันว่านางจะทำอย่างไร ที่จะเปลี่ยนความคิดของเสด็จแม่ของเขา ท่าท่างเย่อหยิ่งไม่ยอมใครของขัดหูขัดตาเขานัก
“ได้เจอแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ!!” ทั้งอู๋หยวนและขันทีไฉ่เอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยความแปลกใจ
“ใช่”
“หากทั้งสองไม่ยินดีจะหมั้นหมาย องค์ชายจะทูลเรื่องนี้กับไทเฮาหรือไม่?”
“ข้าคิดว่าจะรอดูท่าทีของท่านแม่ทัพว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ หากเขาไม่กล้าพูดกับไทเฮาข้าจะเป็นฝ่ายพูดเอง” เฉินห่าวรันคิดว่าอย่างไรก็ให้ฝ่ายหญิงเป็นคนเริ่มก่อน
จวนแม่ทัพชุน
“คุณหนูท่านแน่ใจนะเจ้าค่ะว่าจะใช้แผนนี้ แล้วถ้าหากผลลับได้ไม่คุ้มเสียจะว่าอย่างไร” เสี่ยวไจ๋น้ำเสียงเป็นกังวล มองดูลี่อิงจัดเตรียมชุดให้เหมือนกันกับองค์หญิง ที่จะใส่ในวันงานเลี้ยงต้อนรับท่านแม่ทัพ ลี่อิงให้เสี่ยวหานที่มีความสามารถในการใช้วิชาตัวเบาเข้าไปในวัง และนางยังได้ขอให้ลุงชุนเต๋อที่เป็นพี่ชายของบิดาช่วยอีกแรง
“เจ้าอย่าได้กังวลไปหน่อยเลย เจ้าดูชุดนี้สิงดงามมากจริงๆ สมแล้วที่ออกแบบมาให้องค์หญิงใส่ เอาละเสี่ยวหานทุกอย่างเรียบร้อยเเล้วเจ้ารีบเอาชุดไปคืน”
“ขอรับ”
“วันงานเจ้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม หากองค์หญิงสั่งโบยข้าเมื่อใดเจ้าก็รีบไปตามท่านพ่อของข้า หากเรื่องสำเร็จข้าจะทำเนื้อย่างที่เจ้าชอบ”
“แต่ถ้าหากไม่เป็นไปตามแผนละเจ้าคะ” เสี่ยวไจ๋ยังคงกังวล
“หากไม่เป็นไปตามแผนเจ้าก็เล่นไปตามน้ำข้าจะหาวิธีให้องค์หญิงลงโทษข้าให้ได้”
ลี่อิงเชื่อว่าคนเจ้าอารมณ์อย่างองค์หญิงทนแรงยั่วยุไม่ไหวแน่ องค์หญิงที่ทรนงตนว่างดงามเป็นอันดับหนึ่งในแว่นแคว้น หากมีสตรีที่งดงามมากว่ามาปรากฏตัวตรงหน้า และยังใส่ชุดเหมือนกันกับนาง ความเปรียบเทียบย่อมเกิดขึ้น โทสะของนางจะต้องพุ่งมาที่ลี่อิงอย่างไม่ต้องสงสัย ลี่อิงไม่ได้ใส่เหมือนนางแทบทั้งหมด แต่มองผิวเผินดูคล้ายกันมาก
