ตอนที่ 5 ข้าไม่หย่าเจ้าค่ะ
ตอนที่ 5 ข้าไม่หย่าเจ้าค่ะ
แต่นางได้กลับมาเพียงสายตาที่เย็นชาและใบหน้าบึ้งตึง
อะไรกันความรู้สึกของเขาและแววตาเปลี่ยนไปไม่เหมือนในความทรงจำสักนิด แล้วอย่างนี้ฉันจะมีชีวิตที่สงบสุขได้มั้ยนะ ...
อาหารมาวางอยู่บนโต๊ะกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วห้องโถง ดวงตาของเจียงซีเป็นประกายแวววาว หากเป็นเมื่อก่อนเธอได้กินเพียงของกินง่าย ๆ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ของที่วางอยู่ตรงหน้ามากมายจนแทบเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไร ชีวิตครั้งนี้ช่างสุขสบายจริง ๆ อย่างนี้เธอยิ่งไม่หวนคิดถึงชีวิตเมื่อครั้งก่อนแม้แต่น้อย ไม่ต้องทำงานไม่ต้องอดออมและประหยัดอีกต่อไป
ระหว่างกินอาหารเธอคีบอาหารให้ลูกชายอย่างใส่ใจอีกทั้งยังคีบให้ทุกคน นางอวี่เฉินมีความสุขกับข้าววันนี้เป็นมื้อที่อร่อยที่สุด ตั้งแต่แต่งสะใภ้เข้าเรือน นางเป็นสตรีหม้ายเลี้ยงดูบุตรมาเพียงลำพังตั้งแต่เทียนเซิงอายุเพียง 12 ปี เมื่อบุตรชายเอ่ยปากว่าจะแต่งงานกับสตรีใดนางก็ยอมรับและรักสตรีที่บุตรชายรักด้วยเช่นกัน ช่วงแรก ๆ นางเองก็คิดกังวลมากเหลือเกินที่ลูกสะใภ้ผู้นี้ไม่ได้มีใจให้บุตรชายตนเองแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจว่าทำเทียนเซิงถึงเลือกนาง สตรีมีมากมายในใต้หล้า นางไม่มีส่วนดีใดเลยนอกจากใบหน้าของนางเท่านั้น
แต่กระนั่นนางก็คิดว่าสักวันอวิ๋นหลิงจะเปลี่ยนไปและแล้ววันนี้ก็มาถึง นางจึงมีความสุขมากกว่าทุกวันต่อจากนี้ครอบครัวตระกูลหวังคงมีแต่ความสุข
หลังมื้ออาหารนางอวี่เฉินนำยาต้มมาให้นางดื่มและสั่งให้นางไปพักผ่อนต่อ ทว่านางกลับนอนไม่หลับเพราะตอนที่เป็นเจียงซีนางก็นอนมาหลายวันแล้ว จึงค่อย ๆ เดินเล่นที่ลานบ้าน ในยุคนี้คงเป็นยุคข้าวยากหมากแพง เรือนใดมีข้าวสารกินนับว่าเป็นคนร่ำรวยไม่น้อย
“ฟู่ ..บรรยากาศที่นี่ดีจังเลย ไม่มีเสียงรถยนต์เคลื่อนผ่าน ไม่มีเสียงวุ่นวายอะไรนอกจากเสียงผู้คนพูดคุยกัน ขอบคุณสวรรค์จริง ๆ ที่ส่งฉันมาที่นี่”
มับ!!
“อวิ๋นหลิงเจ้าคิดจะทำอะไร อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ความคิดของเจ้า มีแผนการอันใดรีบบอกข้ามาเดี๋ยวนี้” มือหนามาคว้าข้อมือของนางเอาไว้ให้หันมาทางตน ดวงตาของนางเบิกโพลงตกใจ จู่ ๆ ก็โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง
“ตกใจหมดเลย ท่านพี่เทียนเซิงมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ แล้วเหตุใดต้องกล่าวหาว่าข้ามีแผนการอันใดด้วยเล่า”
“ฮึ..อวิ๋นหลิงตอนนี้ไม่มีผู้ใดแล้วเจ้าเลิกเสแสร้งเสียที สตรีเหี้ยมโหดเช่นเจ้าจะเปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืนได้อย่างไร เจ้าอย่าใช้ความจริงใจและความรักของท่านแม่ข้าทำเป็นเรื่องล้อเล่น” นางคิ้วขมวดเจ้าหากันอีกครั้ง กระชากแขนออกจากมือของเขา กอดอกแน่นก่อนจะเบ้ปากตอบกลับเขาเสียงดัง
“แล้วทำไมคนเราจะเปลี่ยนไปไม่ได้ล่ะ ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้านะรู้สำนึกแล้ว สิ่งที่เคยทำผิดพลาดไปก็ให้มันผ่านพ้นไปไม่ได้หรือ ? เดิมทีท่านพี่ก็ใจดีและรักข้ามากเหตุใดครั้งนี้ท่านพี่ถึงจับผิดข้าเช่นนี้ไม่ชอบหรือเจ้าคะ ภรรยาของท่านผู้นี้จะกลายเป็นภรรยาที่ดีและรักท่าน” ร่างใหญ่ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่ารักจากปากของนาง ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าสตรีนางนี้ร้ายไม่เปลี่ยน ใช่อยู่ว่าเมื่อก่อนเขารักนาง แต่ดูเหมือนว่าความรักของเขาไม่ได้เปลี่ยนใจนางได้เลย เขาแตกสลายในวันที่นางเลือกที่จะตายมากกว่าใช้ชีวิตอยู่กับเขาวันนั้นแล้ว เขาจึงเลือกที่จะกลับมารักตนเองไม่สนใจนางอีกแต่เขาก็ทิ้งนางไม่ลงตัดสินใจกระโดดลงไปในแม่น้ำช่วยชีวิตนางขึ้นมา อย่างไรตอนนี้นางก็ยังเป็นสะใภ้ตะกูลหวัง หากเขาเดินหนีชาวบ้านคงมองเขาเป็นคนไม่ดีเป็นแน่ เขายื่นมือไปจับคางของนางแน่นบีบเข้าหากันจนปากของนางยู่ยี้เบี้ยวไม่เป็นทรง
“หยุดเอ่ยวาจาไม่น่าฟัง ข้ารังเกียจคำนี้จากปากของเจ้า เมื่อไหร่ที่เจ้าหายดีข้าจะหย่าให้เจ้าและมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เจ้าไปใช้ ต่อจากนี้ชีวิตของเจ้าจะเป็นจะตายข้าไม่สนใจ และห้ามไม่ให้เจ้ามายุ่งวุ่นวายกับอี้เฟิงของข้าอีก อย่ามาแสดงตนเป็นมารดาที่แสนดีทั้ง ๆ ที่เจ้าไม่เคยทำมันสักครั้ง ข้าสะอิดสะเอียน”
อื้อ..เจ็บชะมัดนี่มันอะไรกันอีกละ หนีจากสามีเลวทรามต่ำช้าต้องมาเจอสามีที่จ้องจะทำร้ายร่างกายและดุร้ายแบบนี้เหรอ ?
“ข้าเจ็บนะ ….ข้าทำทุกอย่างไม่ได้เสแสร้งไม่เคยคิดดูถูกความจริงใจความรักของท่านแม่สักนิด อีกอย่างข้าอยากดูแลเพื่อชดใช้เวลาที่ผ่านมา ข้าไม่หย่าเจ้าค่ะ ข้าไม่หย่า”
นางตอบกลับเสียงดัง เขาเคยรักนางมากไม่เชื่อเด็ดขาด ว่าจู่ ๆ เขาจะหมดรักและรังเกียจนาง นางจึงอ้าแขนทั้งสองข้างโอบกอดเอวของเขาแน่น เทียนเซิงตกใจใบหน้าซีดเซียวปล่อยมือออกจากใบหน้าของนาง ใบหูเริ่มแดงระเรื่อคิดไม่ถึงว่านางจะทำเช่นนั้น สาวใช้เดินผ่านไปมาต่างพากันจ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตา
“จะ..เจ้าทำอะไรปล่อยข้านะ”
“ทำอะไรล่ะ ก็เราสองคนเป็นสามีภรรยากัน ภรรยากอดสามีแปลกหรือเจ้าคะ ข้าบอกแล้วไงว่าข้าต้องการชดใช้เวลาที่ผ่านมา อย่างไรข้าก็ไม่หย่าเจ้าค่ะ ” เทียนเซิงทำตัวไม่ถูกรีบดึงแขนของนางออกจากกายและเดินหนีทันที
“เจ้าจะทำอะไรก็เรื่องของเจ้า” นางยิ้มร่ามองตามเขาไป
“ชีวิตต่อจากนี้คือบททดสอบสินะ เอาล่ะอย่างแรกคือการเอาอกเอาใจอี้เฟิง เด็กน้อยน่าเอ็นดูว่าแล้วเข้าไปในครัวสักหน่อย” นางเดินไปที่ห้องครัวของตระกูลหวัง ที่นี่มีเครื่องเทศมากมายและยังมีเครื่องปรุงแป้งสาลี แม้กระทั่งน้ำตาลทรายที่หายากในยุคนี้ ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ
“ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือเจ้าคะ” หญิงสูงวัยผู้หนึ่งเข้ามาถามนางด้วยความสงสัย ตั้งแต่มาอยู่ที่เรือนนี้นางไม่เคยย่างกรายเข้ามาเลย มีเพียงส่งสาวใช้มาต่อว่าตำหนิเรื่องอาหารที่ไม่ถูกปาก วันนี้นางลงมาที่นี่ด้วยตนเองสาวใช้เล็ก ๆ รีบไปตามท่านแม่บ้านโม่ชิงมารับหน้าแทนเพราะนางเป็นคนเก่าแก่อยู่ในตระกูลหวังมานาน แม้แต่ฮูหยินยังต้องหวั่นเกรงและเคารพให้เกียรตินาง
