บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 เปลี่ยนนิสัย

ตอนที่ 4 เปลี่ยนนิสัย

เธอลุกขึ้นจากเตียงเปิดหน้าต่างรับลมเข้ามา อากาศด้านนอกลมโกรกเย็นสบายแสงแดดอ่อน ๆ กระทบใบหน้าของเธอเมื่อเธอยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง

เสียงผู้คนครึกคักเดินกันไปมา เรือนหลังนี้เป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ มีรั้วบ้านเป็นของตนเอง แถมยังมีบ่าวรับใช้ก็คงมีเงินไม่ขาดมือในยุคสมัยนี้ หากตอนนี้เธอยังอยู่ในร่างของเจียงซีก็คงต้องรีบร้อนออกไปทำงาน ผู้คนแออัดแย่งชิงที่นั่งของรถประจำทางแม้ว่าจะมีรถยนต์และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่การนั่งรถประจำทางคือการประหยัดเงินอย่างหนึ่งของเจียงซี เมื่อนึกย้อนไปเธอก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองให้เป็นอย่างดี วัน ๆ เอาแต่คิดถึงสามีและหนี้สินที่ต้องช่วยเขาชำระหนี้

“ฮึ ฮึ ฉันนี่โง่จริง ๆ โง่ที่ถูกหลอกอย่างโง่หัวไม่ขึ้นโดยแท้จริง ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ร่างนี้สามีรักและเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี แถมยังมีลูกชายแสนน่ารักแม่สามีก็ดีกับตนยิ่งกว่าลูกสาวแท้ ๆ ต่อจากนี้ฉันจะละทิ้งชีวิตของเจียงซี และมาใช้ชีวิตในร่างของจางอวิ๋นหลิงให้เป็นอย่างดี สิ่งแรกคือการเปลี่ยนนิสัยเข้าหาทำดีกับทุกคนในครอบครัว อี้เฟิงแสนน่ารักนั่นชอบอะไรบ้างนะ ก่อนอื่นต้องเข้าหาลูกชายเสียก่อน” เธอพูดเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไปข้างนอก เธอย่างเท้าออกมาสำรวจในเรือนช่างมีห้องหลายห้องและแปลกตา แต่โชคดีที่ความทรงจำของเจ้าของร่างทำให้เธอได้รู้ทุกที่และจดจำได้ทุกอย่างแม้แต่ความรู้สึกที่นางต้องรับรู้ด้วย เหมือนว่าตอนนี้เธอต้องฝืนต่อสู้กับนิสัยอารมณ์ของเจ้าของร่างเดิม เมื่อเดินมาเธอก็ครุ่นคิดแล้วทำไมเจ้าของร่างถึงได้ตกน้ำสลบไปหลายวันอย่างนี้ ในเมื่อเธอเป็นคนใจร้ายที่สุดในบ้าน คงไม่มีใครกล้าทำอะไรแน่นอน แต่เมื่อเดินมาเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงห้องโถงขนาดใหญ่ ได้ยินเสียงสนทนาที่กำลังเอ่ยถึงเธออยู่ในตอนนี้

“ท่านย่าข้าแจ้งท่านพ่อแล้วว่าท่านแม่เปลี่ยนไป แต่ท่านพ่อกลับไม่แจ้งท่านหมอให้ตรวจร่างกาย หรือว่าสติของท่านแม่จะฟั่นเฟืองไปขอรับ” เด็กชายพูดเจี้ยวจ้าว บิดาของเขานั่งหน้านิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง นางหวังอวี่เฉินก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“หรือว่านางจะคิดได้แล้วเปลี่ยนความคิดที่จะไม่ทิ้งพวกเราไป” 

จางอวิ๋นหลิงหนีออกจากบ้านหรือ? เพราะอะไรกันหรือว่าเรื่องที่นางไม่ชอบสามี แต่ก็คงไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน หากเป็นแบบนั้นทำไมไม่หนีไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีอี้เฟิงการหนีไม่ง่ายกว่าหรือ ?

เจียงซีในร่างของอวิ๋นหลิงคิดตามคำพูดของทั้งสาม

“ข้าไม่อยากให้ท่านแม่ทิ้งข้าไปเลยขอรับ ข้ารักท่านแม่ต่อให้ท่านแม่ไม่รักข้าก็ตาม” อี้เฟิงดวงตาหลุบต่ำลงอย่างเศร้าสร้อย น้ำเสียงสั่นเครือเจือความเจ็บปวด

“ทำไมคิดว่าแม่ผู้นี้ไม่รักเจ้าเล่า อี้เฟิงเจ้าคือทุกอย่างและเป็นลมหายใจของแม่ ท่านแม่ ท่านพี่เทียนเซิง เมื่อก่อนข้าอาจจะทำตัวไม่ดี และทำผิดพลาดไปบ้างแต่ว่าช่วงที่ข้าจมลงบึงน้ำครานั้นความคิดมากมายได้พรั่งพรูว่ายเวียน ข้ารู้แล้วว่าสิ่งที่ข้าทำไปร้ายแรงเพียงใด ข้าถ่องแท้แล้วว่าพวกท่านดีกับข้าเพียงใด ต่อจากนี้ข้าจะเป็นมารดาที่ดี เป็นภรรยาที่ดีของพี่เทียนเซิง ท่านแม่ได้โปรดให้อภัยข้าที่ข้าล่วงเกินท่านหลายครั้งหลายครา” นางประสานมือไว้กลางอกโน้มศีรษะลงต่อหน้าทุกคน  

นางอวี่เฉินยกมือขึ้นทาบอก ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปคว้าแขนของลูกสะใภ้ให้ยืดตัวตรง

“ทำไมข้าจะให้อภัยเจ้าไม่ได้เล่า ข้าไม่เคยนึกโกรธถือโทษเจ้าแม้แต่น้อย นับว่าวันนี้เป็นเรื่องที่ดี ครั้นเมื่อเจ้าตกน้ำสตรีใจร้ายและนิสัยไม่ดีคนเดิมคงตายจากโลกใบนี้ไปแล้ว ต่อจากนี้ข้าได้ลูกสะใภ้ใหม่” ใบหน้าของนางคลี่ยิ้มอย่างเห็นได้ชัดว่านางดีใจเพียงใด ทว่าเทียนเซิงกลับคิ้วขมวดเฝ้ามองดูนางอย่างไม่กระพริบตา นางไม่เพียงนิสัยเปลี่ยนไปแววตา น้ำเสียงที่นิ่งเรียบนั่นอีก ช่างแตกต่างจากอวิ๋นหลิงที่เขารู้จัก หรือว่านางกำลังมีแผนการอันใดอยู่ในใจ

การที่นางจมน้ำในครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นนางเอง ที่ตั้งใจทำเช่นนั้น นางไม่ได้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ต่อว่าเขาเป็นคนพรากชีวิต พรากความสุข และการที่นางกระโดดน้ำในครั้งนี้ นั้นนางเดินทางไปที่ตำบลจื่อหวิง ได้ยินข่าวว่าบุรุษที่นางเคยมีใจให้แต่งบุตรสตรีของท่านใต้เท้าที่มีลำดับเท่าเทียมกันนางจ้องมองงานมงคลด้วยความขุ่นเคืองใจและเจ็บปวด 

ทั้ง ๆ ที่นางกับเขารักกันมาก วันนั้นนางดื่มสุราเมามายเดินทางกลับเรือน ในยามท้องฟ้ามืดสลัว เทียนเซิงไม่เห็นภรรยาของตนเองกลับเรือนเสียที เริ่มเป็นห่วงจึงรีบออกตามหา มาพบนางที่สะพานแม่น้ำไฉจื่อ ใบหน้าของนางแดงระเรื่อในมือถือไหสุรา ทันทีที่เห็นหน้าเขา นางด่าทอออกมาอย่างเสีย ๆ หาย ๆ นางพลันร่ำไห้และหัวเราะในคราเดียวกันก่อนที่จะกระโดดลงแม่น้ำต่อหน้าต่อตา

เป็นไปไม่ได้ที่นางจะเปลี่ยนไปเป็นรักครอบครัวของเขา และแสดงท่าทีอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนเขามั่นใจเต็มอกว่าสตรีนางนี้ต้องมีแผนการ

“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดี พวกเจ้าไปยกสำรับมาได้แล้ว”เทียนเซิงออกคำสั่งสาวใช้ให้ไปยกสำรับเมื่อเห็นว่านางออกมาจากห้องก็ดูเหมือนว่านางไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่ท่านหมอกล่าว กินอาหารครบทุกมื้อ ดื่มยาบำรุงคงดีขึ้นเขาจะคอยจะตาดูนางเอาไว้ ไม่แน่เมื่อร่างกายของนางดีขึ้นนางอาจจะหาทางหนีไปอีกก็ได้

“นั่งลงตรงนี้ก่อน ข้าบอกให้เจ้าคอยอยู่ที่ห้องเจ้ายังไม่แข็งแรงจะรีบออกมาทำไมกัน”

“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ เมื่อข้าได้กินอาหารลงท้องร่างกายของข้าก็กลับมาแข็งแรงอย่างเคย อย่าได้เป็นกังวลมากนักเลย” เจียงซีในร่างของอวิ๋นหลิงกล่าวบอกอีกฝ่ายเมื่อเห็นนางเห็นห่วงตนมากเกินไป ทว่าเมื่อนั้นนางรู้สึกถึงแรงกดดันสายตาคู่หนึ่งจ้องมองนางราวกับจับผิด นางจึงเงยหน้ามองเขาพร้อมฉีกยิ้มกว้างเพื่อแสดงความเป็นมิตร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel