ตอนที่ 3 ครอบครัวตระกูลหวัง
ตอนที่ 3 ครอบครัวตระกูลหวัง
“ข้าเกลียดเจ้า ขยะแขยงอย่าได้เข้ามาใกล้ข้า ”
“อวิ๋นหลิงเจ้าอย่าตั้งแง่ชิงชังข้าเลย ทุกวันนี้ครอบครัวของข้าล้วนดูแลเจ้าดุจบุตรสาวตระกูลหวัง เจ้าสุขสบายชีวิตต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีก”
“ความสุขของข้าคือการไม่ต้องทนเห็นหน้าเจ้า ไหนจะเด็กอี้เฟิงนั่นอีก เพราะเจ้าแท้ ๆ ที่ทำให้ข้าคลอดเด็กน่ารังเกียจนั่นออกมา”
“ทะ..ท่านแม่ ท่านแม่ไม่รักอี้เฟิงหรือขอรับ อี้เฟิงทำอันใดผิด ท่านแม่โปรดแจ้ง อี้เฟิงจะไม่ทำในสิ่งที่ท่านแม่ไม่ชอบอีกต่อไป ”
ความทรงจำแววตาความเจ็บปวดของเด็กชาย 5 ขวบนี้ช่างสะท้านหัวใจของเจียงซีที่เสียลูกชายไปเหลือเกิน เจ้าของร่างนี่ต่างหากที่ทำตัวน่ารังเกียจ นางเป็นบุตรสาวชาวนาธรรมดาเท่านั้น แต่ความงดงามของนางเป็นที่เลืองลือไปทั่วทุกหนแห่ง จนกระทั่งหวังเทียนเซิงได้พบนางเข้าจึงให้ครอบครัวไปสู่ขอนางทันที อีกทั้งพ่อของนางยังเป็นหนี้บุญคุณตระกูลหวังเขายิ่งต้องเกรงใจและประเคนบุตรสาวให้แต่งงานกับหวังเทียนเซิง แต่ชายที่นางหมายปองคือบุตรชายท่านผู้ว่าการต่างหากเล่า เหตุนี้จึงทำให้นางทั้งเกลียดและโกรธ แทนที่จะได้แต่งเข้าเรือนตระกูลร่ำรวยมั่นคง มีหน้ามีตาแถมยังสอบบัณฑิตระดับสูงได้อีก ต่างหากหวังเทียนเซิงลิบลับ
“ลูกสะใภ้เจ้าปวดหัวมากหรือ? รอสักประเดี๋ยวท่านหมอคงเข้ามา ” หญิงวัยกลางคนเริ่มเป็นกังวลเมื่อเห็นท่าทีไม่ดีของลูกสะใภ้
“ท่านย่าข้าแจ้งท่านพ่อแล้วขอรับ ”
“ดีมาก อี้เฟิงเจ้าอยู่กับมารดาของเจ้าสักครู่ข้าจะรีบไปหยิบยามาให้นางดื่มบรรเทาอาการปวดหัว”
“ขอรับท่านย่า” หญิงวัยกลางคนรีบร้อนเดินออกไปหยิบยา ตอนนี้ในห้องจึงมีเพียงเจียงซีที่อยู่ในร่างอวิ๋นหลิง เธอเริ่มอาการดีขึ้นลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งเหลือบมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง เด็กชายตาแป๋วยังคงจ้องมองเธอด้วยความสงสัย
ทำไมท่านแม่สายตาดูอ่อนลงไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ดุร้าย
เด็กชายคิดในใจทว่าจู่ ๆ เขาต้องตกใจเพราะท่านแม่กลับดึงเขาเข้าไปสวมกอด
“อี้เฟิง ลำบากเจ้าแล้วที่เจอแม่เช่นนี้ ต่อจากนี้ไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะเป็นแม่ที่ดีให้เจ้าเอง เป็นเช่นไรอ้อมกอดที่เจ้าเคยถวินหา ชอบหรือไม่”
ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสมีลูกมีครอบครัวที่ดีอีกครั้ง ฉันจะคว้าโอกาสนี้ไว้และทำมันให้ดีเอง ไม่แน่นี่อาจจะเป็นลูกชายของฉันจริง ๆ ก็ได้
เจียงซีเศร้าโศกเสียใจการมีอยู่ของอี้เฟิงช่างเป็นการปลอบประโลมนางให้จิตใจเข้มแข็งและไม่จมอยู่กับความเจ็บปวดอีกต่อไป
“อี้เฟิงท่านหมอมาแล้ว” ตัวยังไม่ถึงห้องแต่เสียงเหนื่อยหอบของเทียนเซิงรีบตะโกนบอกคนข้างใน เจียงซีปล่อยมือออกจากเด็กชาย ลูบหัวเบา ๆ อย่างเอ็นดูพลางจ้องมองไปยังประตูเสียงที่ดังมานี้คงจะเป็นสามีของเจ้าของร่างสินะ
“ท่านพ่อ ท่านแม่ดูแปลกไปขอรับรีบให้ท่านหมอมาตรวจเร็ว ๆ”
อี้เฟิงเดินถอยหลังสองก้าวไปแจ้งผู้เป็นบิดา เพราะมารดาไม่เคยโอบกอดและพูดจาอ่อนโยนเช่นนี้กับเขาสักครั้ง หลังจากที่นางตกน้ำและหลับไปหลายวัน ศีรษะของนางต้องกระทบกระเทือนแน่ ๆ
เจียงซีเงยหน้ามองชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอต่อจากนี้ เขามีใบหน้าที่หล่อเหลา มองดี ๆ ใบหน้างดงามยิ่งกว่าสตรีเสียอีก เหตุใดเจ้าของร่างถึงไม่ชอบใจสามีผู้นี้กันนะ...
“แม่นางจางอวิ๋นหลิงข้าขอตรวจอาการแม่นางสักหน่อยนะ”ชายสูงวัยยื่นมือมาจับชีพจรที่ข้อมือ พลางครุ่นคิดไม่นานก็ปล่อยมือจากเธอ ก่อนจะหันไปบอกเทียนเซิงที่ยืนอยู่ในห้องมองดูเธอด้วยความเป็นห่วง
“เป็นเช่นไรบ้างขอรับ”
“ดูเหมือนตอนนี้ชีพจรกลับมาเป็นปกติเลือดลมไหลเวียนดี เพียงแต่ร่างกายยังอ่อนแอ เพราะไม่ได้สติมาหลายวัน เมื่อฟื้นแล้วหาอาหารดื่มยาบำรุงร่างกายไม่นานแม่นางจางอวิ๋นหลิงก็ดีขึ้นแล้วขอรับ”
“ขอบคุณท่านหมอขอรับ” ชายหนุ่มประสานมือโค้งคำนับ
เดินออกไปส่งท่านหมอที่หน้าเรือนพร้อมมอบสินน้ำใจให้เขา 2 ตำลึงเงิน
อี้เฟิงยืนมองท่านแม่ห่าง ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้ด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้เจียงซีอึดอัดใจแต่เมื่อนึกย้อนไป เจ้าของร่างไม่เคยทำดีกับเด็กชายไม่แปลกที่เขาจะมองตนเองเช่นนั้น
“อี้เฟิง เจ้ากลัวข้าหรือ? มาสิมาตรงนี้” มือเรียวกวักเรียกเด็กชายให้เข้ามาหาตนเอง เด็กชายหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด หากไม่เดินเข้ามาก็เกรงว่ามารดาจะโมโหตบตีเขาเหมือนเมื่อก่อน ใบหน้าเริ่มวิตกกังวลก้าวเท้าเข้ามาหาอย่างช้า ๆ
“ลูกสะใภ้ข้านำยามาให้เจ้าแล้ว กินเสียหน่อยร่างกายจะได้ดีขึ้น ท่านหมอเขียนเทียบยาแล้วอีกไม่นานสาวใช้จะออกไปซื้อยาบำรุงมาต้มให้เจ้า ระหว่างรอข้าจะไปทำกับข้าวให้เจ้ากินด้วยตัวของข้าเอง” อี้เฟิงถอยหายใจอย่างโล่งอกเมื่อท่านย่ากลับเข้ามาในห้องพร้อมยาลูกกลอน
“ท่านแม่ข้าทำให้ทำลำบากแล้ว ” เจียงซียื่นมือรับยาจากแม่สามีกินอย่างไม่อิดออด
การกระทำของนางต่างไปจากเดิม จนหวังอวี่เฉินคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างงวยงง
หากเป็นเมื่อก่อนนางคงด่าทอปัดยาทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่ครั้งนี้นางกลืนยาอย่างว่าง่าย ราวกับเป็นคนละคน หวังอวี่เฉินเหลือบไปมองหน้าหลานชายตัวน้อย อี้เฟิงส่ายหน้าไปมาบ่งบอกกับท่านย่าว่าเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันทำไมมารดาถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้
“เจ้ากินยาแล้วนอนพักสักหน่อย เดี๋ยวข้าจะไปทำอาหารมาให้เจ้าก็แล้วกัน อี้เฟิงไปกันเถอะอย่าได้รบกวนมารดาเจ้าเลย” นางหวังอวี่เฉินจับแขนของเด็กชายออกไปข้างนอก ค่อย ๆ ปิดประตูให้นางพักผ่อนอย่างเบามือ
หลังจากที่ทุกคนออกไป เจียงซีสำรวจห้องและครุ่นคิดเรื่องราวของเจ้าของร่าง ไม่ว่าจะเป็นสายตาแม่สามีหรือแม้แต่ลูกชายต่างมองเธอแปลก ๆ แต่ก็พอเข้าใจได้
ความโศกเศร้าที่เคยมีจางหายไปครู่หนึ่ง เมื่อมีสิ่งที่ต้องคิดมากมายและต้องรับมือต่อจากนี้ ในเมื่อเรื่องราวเป็นอย่างนี้เธอต้องปรับตัวอยู่ในยุคนี้ให้ได้
