บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ทะลุมิติ

ตอนที่ 2 ทะลุมิติ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เจียงซีลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเธอก็อยู่ในโรงพยาบาล ที่แขนถูกเสียบสายน้ำเกลือร่างเล็กลืมตาขึ้นมาสะลึมสะลือก่อนจะนึกขึ้นได้ รีบจับที่หน้าท้องของตัวเอง ตอนนี้หน้าท้องที่เคยนูนใหญ่ กลับกลายเป็นแบนราบ ประหนึ่งโดนสายฟ้าฟาดผ่านร่าง เหมือนตกอยู่ในห้วงน้ำลึก ลำคอตีบตันในใจขมขื่นปวดร้าววนเวียน น้ำตาไส ๆ เอ่อนองออกมาราวกับสายน้ำที่ไม่รู้จักบรรจบ

หลายวันกว่าร่างกายของเจียงซีจะกลับมาแข็งแรงระหว่างที่เธอนอนรักษาตัวไม่มีสักคนที่เข้ามาเยี่ยมเยือน เธอโศกเศร้ากับการสูญเสีย ตกสู่ความเดียวดายที่ว่างเปล่ากว่าเดิม เมื่อมองไปทางใดก็มองไม่เห็นหนทางในการดำรงชีวิต

“คนไข้หลีเจียงซีมีญาติมาเยี่ยมค่ะ” เสียงพยาบาลเข้ามาบอกในห้องเธอเงยหน้ามองคราหนึ่งก่อนจะหันมองไปทางหน้าต่าง หากจะมีคนมาเยี่ยมคงไม่พ้น สามีสารเลวกับเพื่อนทรยศแน่ ๆ

“เจียงฉีเป็นอย่างไรบ้าง รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงเธอแค่ไหน ฉันนะไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้นะ แต่อยากมีตัวตนเปิดเผยเดินเคียงข้างพี่จื่อหลงอย่างสง่างามเท่านั้นเอง เรื่องทั้งหมดเป็นเธอเองที่ทำร้ายตัวเอง ถ้าเธอไม่ผลักและดึงมือเธอก็คงไม่ตกบันไดจนแท้งลูกแบบนี้” ดวงตาเจียงซีจ้องเขม็งแข็งกร้าวเหลียวมาจ้องมองใบหน้าของงูเห่าอย่างซินหยา

“เลิกตอแหลสักที แม้ปากเธอจะพูดอย่างนั้นแต่ในใจของเธอคงสะใจและดีใจสินะ มาก็ดี ฉันอยากหย่าเราจะได้หมดเวรหมดกรรมกันเสียที”

“เจียงซีเลิกโศกเศร้าเสียที แค่แท้งลูกเองจะมีอีกสักกี่คนก็ได้ ฉันกับซินหยาหารือกันแล้ว ว่าเราจะอยู่กันสามคนผัวเมีย ฉันไม่อยากเสียเธอไป มาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเถอะนะ อย่างไรเธอเองก็ไม่มีครอบครัว จะไปที่ไหนได้ฉันกับซินหยาจะดูแลเธอเอง” คำพูดที่พ้นออกมาเจียงซีได้ยินเพียงความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของจื่อหลง เธอเสียเวลาอยู่กับเขาตลอดสองปี มอบความรักถวายตัวทุกอย่าง ตอนนี้เธอเริ่มสมเพชตัวเองเสียจริงและคิดว่าตนเองรักผู้ชายคนนี้ลงไปได้อย่างไร

“ออกไป ฉันบอกให้ออกไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ฉันไม่อยู่กับใครทั้งนั้น เชิญเหี้ยทั้งสองตัวไปสุขสมกันเถอะ ออกไป” เจียงซีตะโกนด่าเสียงดังลั่น ก่อนจะหยิบหมอน หยิบของตรงนั้นมาโยนใส่ทั้งสอง โวยวายอย่างสงบสติอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป ความรู้สึกเจ็บปวดพรั่งพรู่ขึ้นมาอีกครั้ง

ซินหยาเบะหน้าอย่างไม่พอใจ เธอพยายามระงับอารมณ์ตัวเองเพราะจื่อหลงขอเอาไว้แต่เมื่อเจอแบบนี้เธอเองก็ทนไม่ได้เช่นกัน

“นังบ้า แกมันบ้าไปแล้วแน่ ๆ คิดว่าฉันอยากจะอยู่กับแกหรือไง ฉันไม่เคยคิดว่าแกเป็นเพื่อนตั้งแต่แรกแล้ว ตัดขาดกันย่อมเป็นเรื่องที่ดี ต่อจากนี้ชีวิตของเธอจะไม่มีใครเพราะแกมันตัวคนเดียวมาตลอด”

“กรี๊ด !!” เจียงซีนั่งทรุดตัวลงกับพื้นใช้มือปิดหูทั้งสองข้างร้องไห้โวยวาย จนพยาบาลหน้าห้องเข้ามาเชิญทั้งสองออกไปและฉีดยาให้เจียงซีคิดว่านี่คือผลของการสูญเสียอย่างไม่คาดคิด

จื่อหลงกับซินหยาจึงยอมออกไปก่อน เขาโมโหและต่อว่าซินหยาเล็กน้อยที่เธอพูดความจริงทั้ง ๆ ที่ตกลงกันเอาไว้แล้วว่าต้องการอยู่สามคนผัวเมีย ไม่ว่าอย่างไรหากพูดปลอบประโลมเจียงซีต้องใจอ่อนแน่ ๆ ทว่าเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ ผิดแผนไปหมด

แกร๊ง แกร๊ง ภายในห้องสี่เหลี่ยมของโรงพยาบาลไร้เสียงอื่นใดนอกจากเสียงของนาฬิกาแขวนบนผนังดังไปหน้าที่ของมัน ตอนนี้เวลาเที่ยงคืน ทุกอย่างเงียบสงบในห้องมืดสลัว ร่างเล็กค่อย ๆ เดินมาเปิดประตูระเบียงหน้าต่างของห้องพักผู้ป่วย ลมเย็น ๆ ปะทะใบหน้า ดวงตาแดงก่ำแต่ใบหน้าไร้เลือดฝาดดวงตาเหม่อลอย ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ค่อย ๆ ก้าวเท้าขึ้นไประเบียงทีละข้าง พึมพำอย่างแผ่วเบา

“ลูกของแม่ แม่กำลังไปหาลูกในอีกไม่ช้า การสูญเสียครั้งนี้คนสองคนพวกนั้นต้องตราตรึงเป็นตราบาปไปชั่วชีวิต”

ตุบ !! สิ้นคำพูดร่างบางก็ร่วงตกลงมาจากชั้นสี่ กระแทกอย่างไม่ทันให้เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ แต่กระนั้นเธอก็ไม่ได้หวาดกลัว บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เธอกำลังได้พบลูกของเธออีกครั้ง

กรี๊ดๆ ๆ !!!

เสียงคนที่เดินไปมาในโรงพยาบาลกรี๊ดร้องตกใจผวาขวัญเสียเมื่อเห็นร่างกายของเจียงซีนอนอาบอยู่บนกองเลือด คอหักแขนขาไม่เป็นทรงเดิม

เอก อิ เอก เอ้ก !! เสียงไก่ร้องขับขานก้องกังวานเมื่อดวงตะวันโผล่ขึ้นท้องฟ้า ร่างบางสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมากวาดมองไปรอบ ๆ เห็นเมฆหมอกสีขาวคละคลุ้ง เธอคิดว่าตัวเองคงตายและมาที่สวรรค์ ตอนนั้นเองเสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายได้ดังขึ้นข้าง

“ท่านย่า ท่านย่า ท่านแม่ฟื้นแล้วขอรับ” เจียงซีคิ้วขมวดเข้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะขยี้ตายันกายลุกขึ้นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด สถานที่ไม่คุ้นเคยสักนิดหากจะบอกว่าเธอขึ้นสวรรค์ หน้าตาของสวรรค์เป็นอย่างนี้หรือ?  

เตียงไม้แกะสลักลายประณีต สิ่งของเครื่องใช้หรือแม้แต่การแต่งกายของเด็กชายเมื่อครู่นี่อีก เหมือนยุคโบราณไม่มีผิด

“ลูกสะใภ้ฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี อี้เฟิ่งรีบไปตามบิดาของเจ้าให้ไปแจ้งท่านหมอประจำหมู่บ้านมาตรวจร่างกายเร็วเข้า นางหลับมาหลายวันร่างกายคงอ่อนแอไม่น้อย” น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นอย่างกระตือรือร้นราวกับว่าการฟื้นขึ้นมาของเธอเป็นเรื่องที่ดีอย่างไรอย่างนั้น

เจียงซีเริ่มสับสนงงงวยที่นี่ที่ไหนกันแน่ สายตาจ้องมองไปทางประตูบานใหญ่เสียงฝีเท้าดังเข้ามาเรื่อย ๆ หญิงวัยกลางคนที่เธอได้ยินเสียงเมื่อครู่ก้าวเข้ามาในห้อง สีหน้าแสดงถึงความเป็นห่วง มานั่งบนเตียงเดียวกับเจียงซียกมือแนบที่ศีรษะ

“ลูกสะใภ้เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง อ่อนเพลียหรือไม่” เจียงซีกำลังจะอ้าปากตอบกลับว่าตนเองไม่ใช่ลูกสะใภ้แต่ไม่ทันได้เอ่ยเพียงครึ่งคำ จู่ ๆ ก็เกิดอาการปวดหัวแทบจะระเบิดออกมา

อึก !!

“ปวดหัว ปวดหัวเหลือเกิน” สองมือกุมศีรษะของตัวเองดิ้นไปมา จากความเจ็บปวดมีความทรงจำเวียนว่ายเข้ามาทั้งความรู้สึกและเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ตอนนี้เจียงซีรู้ว่าตัวเองมาอยู่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกันแน่..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel