ตอนที่ 2 กฏเหล็กข้อที่ 2
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนกว้างขวาง รัญธิดายืนมองเงาของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่จรดพื้น หญิงสาวในกระจกมีใบหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน ริมฝีปากอิ่มเอิบจิ้มลิ้ม นัยน์ตากลมโตเฉี่ยวคม และเรือนร่างระหงที่สมบูรณ์แบบจนน่าอิจฉา
หน้าตาดีกรีคุณหนูตระกูลดัง เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูล... แต่ดันเอาสมองไปทิ้งไว้กับผู้ชายเฮงซวยอย่างภาคินได้ยังไงนะ? รัญธิดาย่นจมูกเบา ๆ นึกสมเพชเจ้าของร่างเดิมที่ไม่รู้จักใช้ประโยชน์จากความเพียบพร้อมที่มีอยู่ให้คุ้มค่า
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ร่างนี้ตกเป็นของเธอ... และเธอไม่มีวันปล่อยให้ชีวิตที่เหลือของเธอตอนนี้ต้องพังพินาศเพราะผู้ชายตาถั่วกับนังงูพิษหน้าใสคนนั้นเด็ดขาด
ก๊อก ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่สาวใช้คนเดิมจะเดินเข้ามาด้วยท่าทางน้อมน้อม “คุณหนูคะ อาหารเช้าเตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ... อ้อ แล้วก็ มีการ์ดเชิญจากคุณภาคินส่งมาถึงคุณหนูด้วยค่ะ เขาบอกว่าอยากเจอเพื่อเคลียร์เรื่องเมื่อคืน”
รัญธิดาแค่นเสียงหึในลำคอ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่แยแส “เคลียร์? เขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ฉันไปเคลียร์? โยนลงถังขยะไปซะ หรือไม่ก็เอาไปเผาทิ้ง ฉันไม่มีเวลาว่างไปเล่นขายของกับเด็กอมมือหรอก”
สาวใช้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปกติแล้วคุณหนูของนางแค่วันที่มีการ์ดเชิญจากภาคินมาถึงก็ดีใจจนเนื้อเต้น แต่วันนี้กลับทำท่าทางรังเกียจราวกับมันเป็นขยะเปียก “เอ่อ... จะดีหรือคะคุณหนู? เดี๋ยวคุณภาคินอาจจะโกรธเอาได้นะ...”
“ให้เขาโกรธจนอกแตกตายไปเลยสิ ฉันสนที่ไหนล่ะ?” รัญธิดาหันกลับมามองสาวใช้ด้วยแววตาเฉียบคมจนอีกฝ่ายต้องรีบก้มหน้าหลบ “จำใส่สมองไว้ให้ดีนะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กฎเหล็กข้อที่หนึ่งของตระกูลเราคือ เลิกโง่แล้วรักตัวเองให้มากที่สุด ใครไม่เห็นค่าเรา เราก็แค่ถีบมันออกไปจากชีวิต จบนะ?”
“คะ... ค่ะคุณหนู!” สาวใช้รับคำเสียงสั่นด้วยความเกรงขาม เพราะรังสีความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวคุณหนูในตอนนี้มันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน ไม่หลงเหลือเค้าโครงของผู้หญิงโง่งั่งที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
หลังจากจัดการมื้อเช้าสุดหรู รัญธิดาก็เปลี่ยนมาสวมชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ขับผิวให้ดูเปล่งประกายและเพิ่มความน่าเกรงขาม วันนี้เธอมีแผนการสำคัญ... ในเนื้อเรื่องเดิม รัญธิดามัวแต่เอาเวลาไปตามหึงหวงภาคินจนปล่อยให้หุ้นในบริษัทของตระกูลถูกคนอื่นฮุบไปทีละน้อย โดยเฉพาะกลุ่มทุนคู่แข่งอย่างตระกูลของ "คิมหันต์" และพวกพ้องของมินตราที่คอยสูบผลประโยชน์
แต่เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น!
รถยนต์หรูคันงามแล่นมาจอดเทียบหน้าตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทหลักประจำตระกูล รัญธิดาก้าวขาเรียวยาวลงจากรถอย่างมั่นใจ ท่ามกลางสายตานับร้อยของพนักงานที่หันมามองด้วยความประหลาดใจ เพราะนานแค่ไหนแล้วที่คุณหนูเอาแต่ใจคนนี้ไม่เคยโผล่มาตรวจงานที่บริษัทด้วยตัวเอง
ภายในห้องประชุมใหญ่ คณะผู้บริหารระดับสูงต่างนั่งรออยู่ก่อนแล้ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดเพราะข่าวลือเรื่องที่เธอเสียสติเพราะผู้ชายกำลังแพร่สะพัด
ประตูห้องประชุมเปิดออกอย่างแรง รัญธิดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับพญาหงส์ที่กำลังก้าวเข้าสู่บัลลังก์ เธอหย่อนตัวลงนั่งที่ประธานบอร์ดด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
“ไงคะทุกคน ดูท่าทางตกใจกันจังเลยนะที่เห็นฉันมาประชุมวันนี้?” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่ากลับทรงพลังจนทุกคนในห้องเงียบกริบ
“คุณหนูรัญธิดาครับ คือว่าโครงการลงทุนล่าสุดที่เรากำลังร่วมมือกับบริษัทของตระกูลภาคิน...” ผู้บริหารอาวุโสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
รัญธิดายกมือขึ้นห้าม ปรายตามองเอกสารบนโต๊ะด้วยความรังเกียจ “ยกเลิกโครงการนั้นซะ”
“คะ? ยกเลิกเหรอครับ?! แต่ว่าเราเซ็นสัญญากับทางภาคินไปแล้วนะครับ ถ้าถอนตัวตอนนี้เราจะ...”
“ฉันบอกว่าให้ยกเลิก!” รัญธิดากระแทกแฟ้มเอกสารลงกับโต๊ะเสียงดังสนั่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารทุกคนจนไม่มีใครกล้าสบตา “บริษัทของฉันไม่ได้มีไว้เพื่อการกุศล หรือเอาไว้สนับสนุนผู้ชายโง่ ๆ ให้เอาเงินไปเปย์ผู้หญิงอื่น โครงการไหนที่เสียเปรียบ ตัดทิ้งให้หมดภายในวันนี้! และใครที่คิดจะแอบกินใต้โต๊ะเพื่อส่งข่าวให้ฝั่งนั้น... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสมหัวออกไปได้เลย”
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องประชุม ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรสักคำ รัญธิดาเหยียดยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
นี่แหละคือรสชาติของการกุมอำนาจ! การไม่ต้องไปวิ่งตามง้อผู้ชายเฮงซวย แต่นั่งมองพวกมันดิ้นรนเพราะขาดทุน มันช่างสะใจเสียยิ่งกว่าอะไรดี... และเธอก็รู้ดีว่า การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้จะต้องไปเตะตาใครบางคนเข้าอย่างจัง... ผู้ชายอันตรายที่ย้อนเวลากลับมาเหมือนกับเธอนั่นแหละ!
