ผายลมไม่หยุด
หลังทุกคนแยกย้าย และได้ของวิเศษจากผู้คุมวิญญาณมา ความสนุกก็ก่อเกิด เท้าเล็กๆเดินไปเปิดประตูจวนออกกว้าง ประตูที่ปิดมานานเพราะเจ้าของบ้านอับอายกับการตกสวรรค์จากร่ำรวยกลายเป็นยาจก จะมีหน้าไปสู้ผู้ใดได้ การไม่พบปะผู้คนเป็นสิ่งเดียวที่จะหลบเลี่ยงคำนินทาจากชาวบ้านได้แน่นอน
“ตัดทุกอย่างให้เหลือศูนย์ นับหนึ่งไม่ยากเท่าไหร่แต่ก็ไม่ง่ายไปเสียหมด!!” นางนั่งพิงกำแพงบ้าน โดยมีพุ่มไม้บังสายตาเอาไว้ เสียงหัวเราะเอิกอ๊ากดังมาจากห้องรับรอง ตรงนั้นไม่มีโต๊ะเก้าอี้ มีเพียงกล่องลังไม้ที่เอามาวางตรงกลางและปูผ้าทับ รอบด้านมีเบาะนั่งวาง4ด้าน
สมาชิกที่ดูจะมีความสุขก็คงจะเป็นแม่เลี้ยงและน้องสาว ฝั่งตรงข้ามคือบุรุษร่างสูงใหญ่ อ้วนฉลุยามหัวเราะทีไขมันตรงหน้าท้องกระเพื่อมอย่างเห็นได้ชัด
ข้างๆกันมีเมียแต่งของชายผู้นั้น บอกว่าวันนี้จะเป็นเถ้าแก่ให้สามีของนางรับอนุเข้ามา และอนุที่ว่านั่นไม่ใช่ใคร คือหลี่อวี๋ถง เจ้าของร่างเดิมที่นางย้ายมาอยู่นี่อย่างไรเล่า!!
“หากบุตรสาวคนของของตระกูลหลี่ทำเรื่องน่าขายหน้าต่อหน้าทุกคนจะเป็นอย่างไรนะ…ใก้ข้าทดลองหน่อย“ สายตาหวานจับจ้องไปยังน้องสาวต่างแม่นิ่งๆ มุมปากกระตุกยิ้ม
”จง ผาย ลม ติดต่อกัน1ชั่วยาม!!“
ปุ๋ง
“อ๊ะ!!”
“ชุ่นอวี๋!! เอ่อ” จบคำพูดของหลีี่อวี๋ถง จู่ๆเสียงผายลมก็ดังมาจากศาลาหลังเล็ก ใบหน้าแขกเหรื่อที่มาต่างนิ่งค้าง แม่เลี้ยงของนางลุกลนทำสิ่งใดไม่ถูก
ปุ๋ง!!
”คิกๆ เจ้าเลือกร่วมมือกับแม่เจ้าดีนัก!!“ หลี่อวี๋ถงมองกลุ่มคนที่วุ่นวาย พร้อมกลิ่นโชยที่ต่างยกมือขึ้นปิดจมูก ชายร่างกำยำว่าที่สามีของนางที่แม่เลี้ยงหามาให้ทนรักษามารยาทไม่ไหว วิ่งไปเกาะเสาศาลาน้อยอาเจียนออกมาจนหมดใส่หมดพุง
”ชุนอวี๋ เจ้าเป็นบ้าอะไร เหตุใดถึง…“
”ฮือ ท่านแม่ร่างกายข้าเป็นอะไรมันหยุดตัวเองไม่อยู่ แย่แล้วๆ“
ปุ๋ง
ครานี้ทุกคนต่างวิ่งหนี ร่างเล็กยังคงหัวเราะอยู่ริมกำแพงจวน
ความวุ่นวายดำเนินต่อไปอีกครู่ใหญ่ๆ สุดท้ายบุตรสาวของแม่เลี้ยงถูกพาแยกตัวออกไป
”ชิส์สร้างเรื่องขนาดนี้แล้วยังจะปักหลักรออยู่อีก!!“ ในขณะที่นางกำลังขบเคี้ยวอยู่นั่น สาวใช้นางนึงวิ่งมาแต่ไกล นางกวักมือเรียกทันที
”ว่าอย่างไร ได้เรื่องหรือไม่“ สาวใช้คนนั้นเหนื่อยหอบ
”คุณหนูนายท่านร้อนใจมาก กำลังกลับมาเจ้าค่ะ กะ ใกล้ถึงแล้ว“ นางพยักหน้าพร้อมลุกขึ้นยืน เดินตรงไปที่ศาลาที่ห่างออกไป
”ท่านน้าเว่ยอิง เหตุใดจึงยังพาคนพวกนี้มาที่จวนอยู่อีกหล่ะ ไม่ใช่ว่า…ข้าปฏิเสธงานแต่งที่ท่านน้าหามาให้ไปแล้วหรือ!!“ ท่าทางพูดจากตรงไปตรงมาทำคนในศาลาอ้าปากค้าง
”ปะ ปฏิเสธอะไรกัน อวี๋ถง เจ้าเลยวัยปักปิ่นมา1ขวบปีแล้ว ก็ต้องหาสามีแต่งงานออกเรือนได้แล้ว เมื่อ2วันก่อนเจ้ายังบอกกับข้าว่าอยากแต่งงานอยู่เลย“ คำปฏิเสธนั้นนางเดาออกได้ทันที ว่าแม่เลี้ยงอย่างหลี่เว่ยอิง โกหกคนพวกนี้ว่านางอยากแต่งงานไปเป็นอนุเขาแน่นอน!!
”ใช่ๆ เอ่อ ฮูหยินรองบอกเองว่าคุณหนูเต็มใจแต่งไปเป็นอนุให้สามีข้า!!“ นางกวาดตามองทุกคนก่อนจะยิ้มออกมา
”ท่านโดนนางหลอกแล่ว หลายวันมานี้นางบังคับขู่เข็ญให้ข้าประทับตรายินยอมไม่รับจวนที่เป็นสินเดิมของท่านแม่ เพื่อเตรียมขับไล่ข้าไปเป็นอนุของสามีเจ้า นาง…เรียกสินสอดเจ้าไปเท่าไหร่กัน!!“ คนโดนเปิดโปรงแผนชั่วอ้าปากค้างก่อนรีบลุกขึ้นมา
”อวี๋ถง เจ้า!!“ ฝ่ามือบางยกขึ้นสูงแต่ช้ากว่านาง ร่างบางวิ่งไปที่หน้าจวน บริเวณนั้นเริ่มมีคนมุงดูตั้งแต่ได้ยินเสียงดัง
”เจ้าข้าเอ้ย ช่วนมาเป็นพยานให้ข้าที แม่เลี้ยงที่รังแกข้ามาตั้งแต่ย้ายเข้ามาในจวนนี้ จะจับข้าแต่งงานไปเป็นอนุของพ่อค้าเชือดหมู นางขู่เข็ญข้า นางอยากยึดจวนนี้ที่เป็นสินเดิมของแม่ข้า ช่วยด้วย!!“ ทุกคนในจวนต่างยืนอึ้ง คนใช้ที่เหลือไม่ถึง10คนทำอะไรไม่ถูก
แม่เลี้ยงใจร้ายโกรธจัดวิ่งตามนางมาทุบตีที่หน้าจวน ไม่สนว่าใครจะไปจะมา
”หยุดนะ!! เว่ยอิงเจ้าทำอะไรลูกข้า!!“ เสียงสวรรค์โดยแท้นางเจ็บตัวนิดหน่อยแต่ได้เปิดโปรงความชั่วนับว่าคุ้ม
”ท่านพี่ นาง!! นางใส่ร้ายข้าต่อหน้าประชาชี นางบอกว่าข้าจะขายนางกิน แต่จริงๆแล้วข้าทำตามหน้าที่มารดาที่ดี คือการหาคู่ครองมาให้นางต่างหาก!!“ สตรีผู้นั้นบีบน้ำตาเกาะแขนบิดานางที่ตอนนี้เหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
”จะมีแม่คนใดอยากส่งบุตรสาวตัวเองไปเป็นอนุคนอื่น ชายผู้นั้นเป็นคนเชือดหมูที่มีเมียและอนุอยู่ร่วมจวนถึง5คน แม่เลี้ยงท่านใจร้ายกับข้าเกินไปแล้ว!!“ สตรีผู้นั้นบีบน้ำตาได้ นางเองก็บีบน้ำตาได้เช่นกัน มือเล็กเกาะขาบิดาแน่น ก่อนจะร้องไห้โหออกมา
”เว่ยอิง ถึงข้าจะมีความผิดที่ยังรอการตรวจสอบ แต่บุตรสาวข้าไม่สิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องไปเป็นอนุใคร!! เจ้าคิดสิ่งใดอยู่กันแน่“ พ่อค้าหลี่เสียงอ่อนลงเล็กน้อย ตอนนี้อวี๋ถงรู้แล้วว่าบิดาไม่หนักแน่นพอจะดุภรรยาใหม่ นางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
”ท่านพี่ ในเมืองหลวงแห่งนี้ใครบ้างไม่รู้ว่าตระกูลหลี่ของเรามีอะไรเกิดขึ้น จะมีบุรุษบ้านใดกล้ามาแต่งงานกับนางกัน!! เราไม่เหมือนเดิมแล้วท่านก็รู้!!“
