บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เอาตัวรอดในป่า

พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที ฉู่หลิงซียังคงเร่งฝีเท้าไม่หยุด หลังจากให้นมอิงเอ๋อร์และเติมอาหารลงท้องของตนเองอีกครั้ง นางก็รีบเดินขึ้นเขาสูงต่อไป

หากจำไม่ผิด จากความทรงจำของนาง ฮั่วเฉินยวนเคยบอกเอาไว้ว่า เขาสร้างบ้านต้นไม้ขึ้นบริเวณเกือบถึงยอดเขา

โชคดีเหลือเกิน ตอนนั้นนางเป็นคนเอาแต่ใจไม่น้อย เมื่อรู้ว่าฮั่วเฉินยวนสร้างบ้านต้นไม้เอาไว้ นางก็รบเร้าขอตามมาดูทันที แม้จะเป็นคนขี้เกียจ แต่เรื่องความจำนั้นกลับดีอย่างน่าประหลาด เส้นทางมายังบ้านต้นไม้แห่งนี้จึงไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำเลย

“อีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านต้นไม้ของพ่อแล้วนะ อิงเอ๋อร์”

นางเอ่ยปลอบเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขน พลางเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน

ในที่สุดก็พบแล้ว!

ตรงหน้าเป็นพุ่มไม้หนาทึบ ภายในนั้นมีบ้านต้นไม้ซ่อนอยู่ด้านหลัง ฮั่วเฉินยวนถือว่าฉลาดอยู่ไม่น้อย เขาเลือกสร้างบ้านโดยอาศัยพุ่มไม้เป็นเกราะกำบัง ทำให้ผู้คนสังเกตเห็นได้ยาก

ฉู่หลิงซีเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น เมื่อมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง นางก็กวาดสายตามองหาบันได ไม่นานก็พบว่ามันถูกซ่อนเอาไว้ไม่ไกล จึงหยิบบันไดออกมา แบกตะกร้าขึ้นหลัง แล้วค่อย ๆ ปีนขึ้นไป

ต้นไม้ใหญ่แทบไร้ใบ หากแต่มีเถาวัลย์เลื้อยปกคลุมหนาแน่นจนบดบังบ้านต้นไม้เอาไว้เกือบมิด หากไม่มีเถาวัลย์เหล่านี้ บ้านพักคงไม่อาจรอดพ้นสายตาผู้อื่นได้แน่

“ซาลาเปาน้อยของแม่ เจ้านอนอยู่ตรงนี้ก่อนนะ แม่จะไปหากิ่งไม้สร้างควันไล่ยุงเสียหน่อย”

หลังเอ่ยจบ นางก็ปีนลงจากบ้านต้นไม้ เดินไปเก็บกิ่งไม้บริเวณใกล้เคียง ก่อนก่อกองไฟเล็ก ๆ ขึ้นใต้ต้นไม้ นางตั้งใจให้เกิดควันเพียงเล็กน้อย ไม่มากจนสะดุดสายตาผู้คน

จากนั้นจึงเก็บต้นหญ้าสำหรับใช้ไล่ยุงมาสุมลงบนกองไฟ แล้วเด็ดกิ่งหนึ่งติดมือขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ ก่อนนำไปปัดและวางไว้รอบบริเวณบ้าน เพื่อช่วยขับไล่ยุงและแมลง

ระหว่างนั้นสายตาพลันเหลือบเห็นบริเวณหนึ่งบนต้นไม้ มีสถานสำหรับจุดไฟอยู่ด้วย เป็นเตาไฟขนาดเล็กที่ฮั่วเฉินยวนเตรียมเอาไว้ นางจึงจุดไฟขึ้น ก่อนนำหม้อต้มใบเล็กตั้งลงไป ใช้น้ำซึ่งพกติดตัวมาต้มสำหรับดื่มประทังไปก่อน

หลังสำรวจจนแน่ใจว่าควันมีมากพอ นางจึงลดไฟลงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต ก่อนรวบรวมฟืนแล้วปีนกลับขึ้นบ้านต้นไม้ จากนั้นดึงบันไดขึ้นมาเก็บไว้ด้านบน

เมื่อกลับถึงบ้าน นางเห็นอิงเอ๋อร์นอนหลับอย่างไม่สบายตัว จึงถอดเสื้อผ้าของเจ้าตัวเล็กออก แล้วใช้ผ้าผืนเล็กชุบน้ำเช็ดไปตามเนื้อตัว เพื่อให้ร่างกายคลายความร้อนและนอนหลับได้สบายขึ้น

ระหว่างทาง นางพบแหล่งน้ำขนาดไม่ใหญ่ จึงนำผ้าผืนเล็กของซาลาเปาน้อยลงไปซักไว้ก่อนแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้านต้นไม้ก็เอาผ้าซึ่งยังเปียกหมาด ๆ ไปอังไว้ใกล้เตาไฟ จากนั้นจึงปูผ้าสะอาดลงบนพื้น แล้วอุ้มอิงเอ๋อร์เข้าแนบอก ให้เจ้าตัวน้อยดื่มนมอีกครั้ง

กระทั่งอิงเอ๋อร์หลับสนิท นางจึงค่อย ๆ วางร่างเล็กลง ก่อนล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า ร่างกายเหนียวเหนอะไปหมดจากการเดินทางตลอดทั้งวัน

หวังเพียงว่าทางการจะจัดการกับพวกโจรชั่วได้โดยเร็ว มิฉะนั้นนางคงทนต่อสถานการณ์เช่นนี้ไม่ไหวแน่

ขณะฉู่หลิงซีกำลังหลับใหล อีกด้านหนึ่ง กลุ่มของผู้ใหญ่บ้านกำลังเผชิญกับอันตรายครั้งใหญ่

พวกเขามีกันมากกว่าหนึ่งร้อยชีวิต คนส่วนใหญ่เป็นเด็ก คนชรา หญิงสาว รวมถึงชายหนุ่มพิการบางส่วน แม้จะมีบุรุษร่างกายแข็งแรงอยู่บ้าง แต่จำนวนก็ไม่ได้มากนัก ทุกคนต่างถือไม้คนละหนึ่งท่อน บางคนกำมีดเอาไว้แน่นเพื่อใช้ป้องกันตัว

พวกเขาคิดว่าตนเองหนีมาไกลมากพอแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าโจรชั่วเหล่านั้นจะยังตามกลิ่นมาเจอจนได้

บริเวณซึ่งผู้ใหญ่บ้านพาคนทั้งหมดมาหลบหนีอยู่บนเส้นทางขึ้นเขาอีกฝากหนึ่ง

“พวกมันอยู่ทางนั้น เอาของมีค่าจากพวกมันมาให้หมด ใครขัดขืนก็ฆ่าเสีย!”

เสียงสั่งการของชายหน้าบากดังขึ้น กลุ่มโจรที่เหลือต่างแสยะยิ้ม ก่อนพากันวิ่งกรูเข้าใส่กลุ่มชาวบ้าน แม้จำนวนของฝ่ายชาวบ้านจะมากกว่า แต่พวกมันกลับไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“กรี๊ด! ช่วยข้าด้วย!”

หญิงสาวคนหนึ่งถูกจับตัวและลากออกไปต่อหน้าต่อตาทุกคน

ภาพตรงหน้าทำให้ผู้คนต่างหวาดผวา ใครเล่าจะยังมีใจคิดช่วยผู้อื่น ต่างคนต่างหาทางวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันทั้งนั้น

กลุ่มโจรเหล่านี้มีชื่อว่าโจรภูเขา พวกมันชำนาญเส้นทางบนภูเขาเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีนิสัยโหดเหี้ยมจนทางการต้องออกตามล่า ทว่าพวกมันกลับเก่งกาจเรื่องหลบหนีเสียยิ่งกว่าอะไร

“ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยลูกสาวของข้าด้วย! นางยังไม่ได้ออกเรือนเลย!”

หญิงวัยกลางคนร้องไห้แทบขาดใจ คราแรกคิดว่าคงหนีพ้นแล้ว แต่ไม่เคยคาดคิดว่าโจรพวกนี้จะตามมาเร็วถึงเพียงนี้ และยังจับตัวบุตรสาวของนางไปต่อหน้าต่อตา

“เจ้าถอดใจเสียเถิด ตอนนี้ช่วยลูกสาวของเจ้าไม่ได้แล้ว แม้แต่ชีวิตของตนเองยังไม่รู้ว่าจะรักษาเอาไว้ได้หรือไม่ เจ้าเอาชีวิตรอดเสียก่อนดีกว่า”

“ไม่ได้! หากไม่มีใครช่วย ข้าจะช่วยตัวเอง!”

หญิงวัยกลางคนกำหมัดแน่น กวาดตามองหาสิ่งของรอบตัว ก่อนเหลือบไปเห็นท่อนไม้ซึ่งถูกวางทิ้งอยู่ไม่ไกล

นางรีบวิ่งเข้าไปคว้ามันขึ้นมา แล้วหันหลังวิ่งกลับไปยังโจรชั่วซึ่งจับตัวลูกสาวของนาง ก่อนยกไม้ฟาดใส่อีกฝ่ายเต็มแรง

ทว่าโจรผู้นั้นหาได้หวาดกลัวไม่ มันหัวเราะเสียงดัง กระชากท่อนไม้กลับมาอย่างง่ายดาย ก่อนใช้มีดในมือปาดเข้าที่ลำคอของหญิงวัยกลางคน ร่างของนางล้มลงและสิ้นใจทันที

“นังหญิงชั่ว! เจ้าคิดจะฆ่าบิดาผู้นี้หรือ ช่างใจกล้าเสียจริง การตายด้วยมือของข้าถือเป็นบุญของเจ้าแล้ว!”

“ท่านแม่! ไม่! ข้าจะฆ่าเจ้า ไอ้โจรชั่ว! พวกเจ้าต้องไม่ตายดีแน่!”

หญิงสาวพยายามดิ้นรนแย่งมีด หวังจะสังหารโจรผู้นั้นให้ได้ หากฆ่าไม่สำเร็จ นางก็คิดจะปลิดชีพตนเองเสีย ดีกว่าต้องตกเป็นภรรยาของโจรชั่วอย่างแน่นอน

“อยู่นิ่ง ๆ เสียเถิด เสียงร้องของเจ้าเอาไว้ร้องอยู่ใต้ร่างของข้าก็พอ”

โจรผู้นั้นเอ่ยด้วยสีหน้าเยาะเย้ย ไม่ได้ใส่ใจแรงอันน้อยนิดของหญิงสาวแม้แต่น้อย

แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมแพ้ นางอาศัยจังหวะชุลมุนแย่งมีดมาได้ ก่อนแทงเข้าใส่หน้าท้องของโจรชั่วอย่างเต็มแรง โดยอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

“นังนี่! เจ้าเป็นเมียข้ายังไม่พอสินะ คงอยากตามแม่เจ้าไปลงนรกด้วยกัน!”

เขาแย่งมีดกลับคืนมา ก่อนปาดเข้าที่ลำคอของหญิงสาวทันที

น่าเสียดายจริง ๆ เขายังไม่ได้ลิ้มลองรสชาติใต้ร่างของนางเลยด้วยซ้ำ ชายผู้นั้นส่ายหน้าอย่างเสียดาย ก่อนก้มลงกุมหน้าท้องของตนเอง โชคดีซึ่งเขาป้องกันเอาไว้ทัน มีดจึงแทงเข้าไปไม่ลึกมากนัก

เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของผู้คนโดยรอบ พวกเขาทั้งสงสารและหวาดกลัว ทว่ากลับมิอาจยื่นมือเข้าช่วยสองแม่ลูกได้

เวลาผ่านไปอีกสองยาม การไล่ล่าจึงค่อย ๆ สงบลง

“ลูกพี่ พวกมันไม่ได้มีเสบียงเอาไว้มากเลยขอรับ”

“หรือพวกมันจะรู้ว่าเราจะมาปล้น?”

“น่าจะใช่ขอรับ เพราะแต่ละคนไม่ได้ระวังตัวกันเท่าไร อีกทั้งในกลุ่มก็มีชายหนุ่มไม่มาก มีเพียงเด็ก ผู้หญิง คนแก่ และคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงเท่านั้น”

“น่าเสียดายจริง ๆ รีบขนของเท่าที่มี แล้วออกไปจากตรงนี้เสีย ป่านนี้ทางการคงมาถึงหมู่บ้านแล้ว”

กลุ่มโจรไม่รอช้า พวกมันรีบเก็บข้าวของซึ่งพอจะมีติดมือ รวมถึงหญิงสาวหน้าตางดงามอีกสองสามคน ก่อนพากันเดินทางขึ้นไปยังภูเขาอีกลูกหนึ่ง

หลังกลุ่มโจรจากไปได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้น พวกทหารต่างเร่งเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ

เบื้องหน้าคือร่างของผู้คนหลายคนซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น บางรายไร้ลมหายใจ ขณะเดียวกันเส้นทางเบื้องหน้าก็แยกออกเป็นหลายสาย ทำให้ยากต่อการคาดเดาว่าคนร้ายหลบหนีไปทางใด

“พวกมันไปทางไหน?”

“น่าจะไปทางทิศตะวันตกขอรับ พวกโจรเหล่านี้ชำนาญการเข้าออกภูเขาเป็นอย่างดี”

“ครั้งนี้ต้องจับตายพวกมันให้ได้ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้พวกมันจะไปทำร้ายผู้อื่นอีกเมื่อไร แบ่งกำลังเป็นสี่กลุ่ม แยกกันไปคนละทิศ หากพบตัวพวกมัน จงส่งสัญญาณทันที”

“ขอรับ!”

เหล่าทหารต่างแยกย้ายกันออกเป็นสี่กลุ่ม มุ่งหน้าไปคนละทิศทาง

เสียงตะโกนค้นหาและเสียงฝีเท้าของผู้คนจำนวนมากผสมปนเปกันไปทั่วผืนป่า ทว่าเรื่องน่าแปลกคือทิศทางซึ่งฉู่หลิงซีพักอยู่กลับไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดียวกับพวกโจรซึ่งหลบหนีไป

ภายในบ้านต้นไม้ นางยังคงหลับสนิทโดยไม่รับรู้เลยว่าเบื้องล่างกำลังเกิดเหตุวุ่นวายครั้งใหญ่ และไม่รู้แม้แต่น้อยว่าอันตรายกำลังค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปจากบริเวณของตนเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel