ข้าจะเป็นนางเอก
เวยเว่ยเดินวนไปมาภายในห้อง อย่างกระวนกระวาย ฝีเท้าขยับไปมาจนพื้นไม้เริ่มมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
ดวงตาของคู่งามฉายแวววิตก ใบหน้าเต็มไปด้วยความเครียดปนสับสน ชีวิตน้อย ๆ ของเธอเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้าย บางเฉียบและพร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ
เวยเว่ยหันไปมองโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง หน้าผากกลมมนซบลงบนผิวโต๊ะแล้วโขกเบา ๆ
“อุตส่าห์รอดจากเครื่องบินตกมาได้แท้ ๆ ยังจะต้องมาเจอตัวร้ายในนิยายนี่อีก…บ้าบอชะมัด…”
เธอนึกอยากจะกรีดร้องจนสุดเสียงเพื่อระบายความอัดอั้นในใจ แต่ก็ทำได้แค่กลั้นไว้ในลำคอเท่านั้น เพราะเจ้าตัววายร้ายนั้น… อารมณ์ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ หากเกิดไม่สบอารมณ์เข้ามาสังหารเธอ คงได้ดับอนาถเป็นแน่
เวยเว่ยใช้นิ้วเรียวเคาะลงเบา ๆ บนโต๊ะเป็นจังหวะ เสียงเคาะนั้นสะท้อนก้องในความเงียบของห้อง เธอเงยหน้าขึ้นมองเพดานราวกับพยายามค้นคว้าข้อมูลบางอย่างจากความทรงจำ พลางถอนหายใจแผ่วเบา
"ในนิยายที่เคยอ่าน… เจ้าบ้า เฉินอ๋อง... นั่น ตกหลุมรักนางเอกเมิ่งจิ้งเหยา หัวปักหัวปำ จนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่เห็นมีอะไรเป็นพิเศษเลยนี่นา" เวยเว่ยพึมพำกับตัวเอง
คิ้วเรียวยาวขมวดแน่น ในหัวพยายามขุดคุ้ยสิ่งที่เคยจำได้เกี่ยวกับบุรุษผู้เย็นชาราวกับภูผาน้ำแข็งคนนี้ ทั้งลักษณะนิสัย ความชอบ ความเกลียด…แต่สุดท้ายสิ่งที่เธอนึกออกได้มีเพียงเรื่องเดียว
“เขาชอบเมิ่งจิ้งเหยา…แค่นั้นจริง ๆ …”
“ก็แค่ผู้ชายคลั่งรัก...” เวยเว่ยพึมพำกับตัวเอง
เวยเว่ยถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตากำลังวิเคราะห์ ตีความ และทบทวนสิ่งที่เคยอ่านในนิยายกับสิ่งที่ได้พบเจอจริง ๆ ในโลกนี้
“ตัวร้ายอย่างเฉินอ๋อง…ที่ต้องกลายเป็นคนโหดเหี้ยม เย็นชา เหตุผลหลักคือ...ความแค้น” เวยเว่ยพึมพำพลางใช้นิ้วเรียวเคาะโต๊ะไม้ตรงหน้าเบา ๆ เป็นจังหวะ “เขาไม่ได้ชั่วร้ายตั้งแต่แรก แต่เพราะถูกแย่งคนรัก ถูกหักหลัง...เขาถึงได้เปลี่ยนไป”
เธอพยายามจะเข้าใจจิตใจอันสลับซับซ้อนของบุรุษผู้นั้น หัวใจดวงหนึ่งที่เคยมีรัก แล้วถูกฉีกจนไม่เหลือชิ้นดี
แต่แล้วทันใดนั้น ภาพความทรงจำหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว
เฉินอ๋องในชุดแต่งงาน ใบหน้าเย็นเยียบ มือจับดาบจ่ออยู่ที่ลำคอขาวของเธออย่างไม่ลังเล
เวยเว่ยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนยกมือกอดตัวเองแน่น “บรื๋อส์…! ขนลุกสิ้นดี!”
“บางที…ตานี่อาจจะเลวโดยนิสัยจริง ๆ ก็ได้นะ” เวยเว่ยพูดกับตัวเองเสียงเบา เหมือนเป็นการตัดบทความสงสารที่เผลอปั่นหัวตัวเองขึ้นมาเมื่อครู่
แต่อย่างไรก็ตาม…ในใจลึก ๆ ของเวยเว่ยก็ยังไม่อาจตัดสินเขาได้เด็ดขาด เวยเว่ยถอนหายใจ ก่อนจะยกมือลูบคอตัวเองเบา ๆ อย่างระแวง แววตาเต็มไปด้วยความกังวลกับอนาคตอันไม่แน่นอนในโลกนิยายที่เธอต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด…จากตัวร้ายที่อาจจะเลว…หรืออาจจะไม่ก็ได้
เวยเว่ยลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เริ่มเดินวนไปรอบห้องด้วยท่าทีร้อนรน ปากพึมพำไม่หยุด
“ทำไงดี…ทำไงดี…” ขณะที่ครุ่นคิดแต่ยังหาทางออกไม่ได้
แต่ในหัวกลับสงสัยเรื่องหนึ่งขึ้นมา
“ว่าแต่ว่า..... “
“ยัยคุณหนูใหญ่ ซินเยว่ซี…หน้าตายัยนี่เป็นยังไงกันแน่ ในนิยายไม่ได้บรรยายไว้สักคำ!”
ขณะที่พูด ความสงสัยก็เริ่มทวีขึ้น เวยเว่ยหยุดยืนกลางห้อง ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเบิกตากว้าง
“ใช่แล้ว! ต้องดูหน้าตัวเองก่อน!”
ว่าแล้วเวยเว่ยก็วิ่งปรู๊ดตรงไปยังคันฉ่องทองเหลืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่มุมห้องอย่างรวดเร็ว ร่างบางทรุดตัวลงตรงหน้าคันฉ่อง ก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้
แสงอ่อนจากหน้าต่างทอดผ่านบานกระจกเก่า ทอแสงกระทบใบหน้าของหญิงสาวที่ปรากฏในคันฉ่อง
“ว้าว…”
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อภาพสะท้อนตรงหน้าปรากฏขึ้นให้เห็นชัดเต็มสองตา เวยเว่ยถึงกับอึ้ง เธอกะพริบตาถี่ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่คันฉ่องแล้วถามเสียงหลง
“นี่…นี่ฉันเองเหรอ?”
เธอเอียงหน้าซ้ายที ขวาที ย่นจมูก ยิ้มมุมปาก ก่อนจะหัวเราะคิกอย่างไม่เชื่อสายตา
"สวรรค์..." เธอพึมพำออกมาเบา ๆ อย่างลืมตัว
“ยัยนี่...สวยไม่เบาเลยนี่นา…”
ภาพสะท้อนตรงหน้าคือหญิงสาวที่งดงามจนน่าตะลึง ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะแรกแห่งฤดูหนาว ขาวจนแสงเทียนที่ส่องกระทบผิวดูคล้ายจะสะท้อนกลับออกมาเป็นประกาย ใบหน้าเรียวได้รูปประหนึ่งถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยช่างสลักฝีมือเอก
ดวงตากลมโตมีหางตาเรียวยาวรับกับแนวคิ้วสวยได้รูป แววตาฉายความฉลาดและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน จมูกโด่งสันพอเหมาะกับรูปหน้า ริมฝีปากอิ่มเล็กระเรื่อ ปลายคางมนละมุนจนน่าแตะต้อง
เส้นผมดำขลับยาวสลวยดั่งแพรไหม ร่วงหล่นลงบนแผ่นหลังและไหล่บาง ดูนุ่มลื่นและเปล่งประกายยามต้องแสง
เวยเว่ยกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเอียงหน้ามองเงาตัวเองจากอีกมุม “สวยขนาดนี้...ทำไมตัวร้ายนั่นถึงไม่สนใจนางแม้แต่นิดกันเนี่ย…”
เวยเว่ยยืนกอดอกกลางห้อง สีหน้าครุ่นคิดพลางจ้องไปที่พื้นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะค่อย ๆ เอียงศีรษะน้อย ๆ ดวงตาคู่งามหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์
“หรือว่า…”
ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นรอยยิ้มแบบที่ใครเห็นก็ต้องรู้ว่านางคิดอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ!” เสียงหัวเราะดังขึ้นกะทันหัน
เวยเว่ยยกมือทาบอก สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดด้วยท่าทีเปี่ยมความมั่นใจ ดวงตาทอประกายแพรวพราวราวกับนักล่าที่พบเหยื่อ
“ต่อไปนี้…แผนการของข้า ซินเยว่ซี ผู้นี้คือ…”
นางเว้นวรรคอย่างจงใจ ก่อนจะหรี่ตาลง ริมฝีปากขยับออกเสียงเบา ๆ แต่มั่นคง
“การเกี้ยวตัวร้าย…”
พูดจบ นางก็หมุนตัวหนึ่งรอบอย่างอารมณ์ดี ผมยาวปลิวตามแรงหมุน เสื้อคลุมเบา ๆ โบกไหว นางเหยียดยิ้มเล็กน้อย
“หากตัวร้ายจะฆ่า ข้าก็จะทำให้เขาหลงข้าจนโงหัวไม่ขึ้น!”
ดวงตาคู่งามทอแสงเจิดจ้าอย่างมีประกาย
“เฉินอ๋อง…ข้าจะทำให้ตัวร้ายอย่างท่าน ตกหลุมรักข้าหมดหัวใจ!”
เธอชี้นิ้วไปที่เงาในกระจก “ส่วนเจ้า…ฟังนะซินเยว่ซี ต่อจากนี้...ข้าผู้นี้จะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นนางเอกในนิยายเรื่องนี้เสีย!”
