ทำได้ถ้ามีแค่ลูก2
“ไม่จริง!!” แค่ได้ยินลูกชายเล่าเหตุการณ์ของเขา มันดูย้อนแย้งจนต้องเถียงออกมา ลู่เฉินหมิงนึกไม่ออกว่าเขาไปกอดกับผู้ช่วยอย่างม่อฝานตอนไหน แต่เรื่องไปกินข้าวแน่นอนว่าต้องไปเพราะหนังเรื่องใหม่กำลังจะเปิดกล้องเร็วๆนี้ และฉางหนิงคือนักแสดงที่ทางช่องส่งมา
“ผม…” กำลังจะอธิบายแต่เธอยกมือขึ้นห้ามก่อน
“ฟังเสี่ยวจินพูดให้จบสิคะ” เขายอมสงบใจ มือเล็กจับนิ้วผู้เป็นแม่ไว้แน่น เธอเองก็บีบให้กำลังใจ เด็กน้อยจึงพูดต่อ
“หม่ามี๊ที่ได้ยินทุกอย่างรีบวิ่งขึ้นไปคว้ากระเป๋าก่อนจะโทรไปหาคนขับรถของปะป๊า จากนั้นคุณย่าก็ตามขึ้นไป บอกว่าหากหม่ามี๊ยอมหย่า จะยกเสี่ยวจินให้หม่ามี๊ แลกกับการแบ่งทรัพย์สินที่เป็นธรรมที่สุด” เฉินหมิงได้ยินคำนั้นพร้อมน้ำตาของลูกชายที่หยดเหมะลงบนผ้าห่มก็ยกมือขึ้นลูบหน้า
“พอเถียงกันแรงเข้าหม่ามี๊บอกว่า ไม่หย่า!! ก็เตรียมวิ่งลงไปแต่จู่ๆก็เหมือนสะดุดอะไรบางอย่าง หม่ามี๊ตกบันไดลงมาตั้งแต่ชั้นบนเลยคับ” คราวนี้ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนสูดลมหายใจเข้าปอด ว่านชิวเห็นแบบนั้นก็ย้ำให้ภาพความจริงมันแจ่มแจ้ง
“แม่คุณเอาขาออกมาขัดขาฉันไว้…” เขาก้มหน้าลง
“เสี่ยวจิน ลูกไม่โกหกพ่อใช่ไหม ก่อนหน้าเหตุการที่อยู่ในบ้าน ทำไม…ลูกถึงไม่เคยพูด” เขานั่งลงก่อนจับลูกชายหันมา ว่านชิวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดกระฉูด เธอใช้มือกดห้ามแผลก่อนส่ายหน้าไม่ให้พยาบาลพิเศษที่นั่งอยู่ไม่ไกลเข้ามา
“ว่านว่านคุณทำอะไร!!” เฉินหมิงตกใจจนร้องถามและรีบลุกขึ้นมาดู
“ลำคาญ ทำอะไรไม่ถนัดสักที!! น้ำเกลือกระปุกนี้ฉันไม่เอาแล้ว จากนี้ฉันจะดูแลตัวเองกินข้าวให้ตรงเวลา เอาไปเก็บแล้วค่อยกลับมาทำแผล” เธอสั่งพยาบาลรวดเดียว แม้จะเห็นสายตาห่วงใยของคนเป็นสามี แต่เธอไม่อาทร เขาคือหัวหน้าครอบครัวที่ปกป้องใครไม่ได้ บ้างานจนลืมความทุกข์ยากของลูกเมียควรโดนลงโทษด้วยเช่นกัน!!
”คุณดูนี่นะ“ มือที่ยังเจ็บเลิกเสื้อลูกชายขึ้น รอยเขียวช้ำเต็มแผ่นหลังทำเฉินหมิงนิ่งค้าง
”นี่มัน!! อะไรกัน!!“ เธอยิ้มเยาะ รอยเขียวช้ำนี้ไม่มีใครรู้แม้แต่ร่างเดิมก็ไม่รู้ว่าลูกชายโดนอะไรมาบ้าง มีแต่เธอนี่แหละที่เห็นทุกอย่าง ย้อนไปยันวันแต่งงานของเขาด้วยซ้ำ!!
”เสี่ยวจินถึงเวลาที่ลูกต้องปกป้องตัวเอง และปกป้องแม่แล้ว ลูกพูดได้หมดทุกอย่าง แผลนี้ลูกได้มายังไง“ เธอถามลูกชายที่ยังมองเลือดที่หลังมือแม่ไม่ละสายตา
”คุณย่าหยิกบ้าง แม่บ้านฉีหยิกบ้าง บางทีก็ถูกไม้ขนไก่ฟาด เวลาที่ผมร้องหาม๊าบ่อยๆ หรือเวลาที่ผมห้ามไม่ให้ม๊าออกไปตามปะป๊า”
ตุบๆ กำปั้นของเฉินหมิงทุบลงบนอก ดวงตาแดงก่ำแต่เขาไม่ปล่อยให้น้ำที่ขังคลอหน่วยตามันรินไหล
“เฉินหมิง ฉันรู้ว่าการเป็นแม่ลูกมันยากจะตัดขาด แต่เพราะว่า…ฉันเองก็เป็นแม่ที่มีลูกชายเหมือนกัน ฉันคิดว่า…ฉันจะไม่ทนให้ลูกฉันอยู่แบบนี้!!” ว่านชิวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ว่านว่านคุณหมายความว่ายังไง” เขาขยับมานั่งริมเตียงดึงลูกชายเข้าไปกอด มองเธอด้วยสายตาลุแก่โทษ
“ฉันจะทำได้แน่ๆ ขอแค่มีลูก ฉันจะหย่ากับคุณ แต่ก่อนจะหย่าครอบครัวคุณต้องชดใช้ให้ลูกฉัน!!”
