หาปูหาปลากันเถอะ
ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นสถานการณ์บ้านจางเปลี่ยนไปทุกคนกล้าเดินผ่านหน้าบ้านนางซึ่งตอนนี้น้องชายน้องสาวได้เข้ามาอยู่ในตระกูลเต็มตัวแล้วผ่านไปสิบวัน
นางและน้องยังทำหน้าที่เช่นเดิมคือการขายซาลาเปาและขนม ซึ่งรวบรวมเงินได้ห้าสิบตำลึงเงินกับร้อยอีแปะ โลกใบนี้นับค่าเงิน 1000อีแปะ เท่ากับ1ตำลึงเงิน 100ตำลึงเงินเท่ากับ1ตำลึงทอง
ซึ่งการค้าเป็นไปด้วยดีสามารถเช่าร้านได้แล้วเพราะค่าเช่าร้านต่อเดือนสิบตำลึงเงิน ความรวยใกล้ถึงฝันแล้วแต่ตอนนี้ยังไม่เจอร้านที่ถูกใจนางยังขายตามแผงเช่นเดิมแต่นางและน้องก็มีความสุขดีไม่มีใครรังเกียจ
แถมสองพี่น้องเว่ยมาช่วยนางขนปลากุ้งหอยเป็นประจำจนเอื่อมระอาจากนักเลงเป็นลูกหมาเชื่องๆ นี่มันอย่างไรกันส่วนอี้หานจำต้องรับหลินหลินเข้ามาในบ้านเพราะได้แต่งงานกันแล้ว แต่ครอบครัวอี้ที่คิดได้เลยไม่ถูกใจสะใภ้ผู้นี้มากนัก
"สิบวันเราขายซาลาเปาไส้เนื้อคงพอแล้วแหละเพราะคนย่อมรู้ว่าเด็กไม่มีวันล่าสัตว์วิญญาณได้แต่ยังดีเอาท่านพ่อมาอ้างแต่อ้างตลอดไม่ได้หรอกนะ"
"แล้วพี่ใหญ่จะทำอะไรขายหรือเจ้าคะ"
"ข้าจะทำทะเลถังขายคนที่นี่กินเผ็ดแต่เราจะเอาสัตว์ในมิติออกมาไม่ได้อีกเพราะชาวประมงน้อยนักที่จะลากสัตว์ทะเลวิญญาณได้ตอนนี้เราเก็บมาเยอะ เพราะคนไม่เอาถ้าเรามีเงินอีกหน่อยค่อยซื้อต่อชาวประมงที่กุ้งหอยปูติดมากับเรือส่วนเงินที่เรามีข้าจะแบ่งส่วนให้พวกเจ้าเรียนหนังสืออีกส่วนเมื่อเจอร้านถูกใจข้าจะเช่าหรือซื้อมัน"
"พี่ใหญ่ แล้วเราจะขายเท่าไหร่หรือขอรับ"
"ถ้วยละสิบอีแปะแล้วกันหรือเอากุ้งปูดองซีอิ้วไปขายดีหรือไม่"
"มันแพงไปหรือไม่ขอรับ"
"ไม่หรอกน้องเล็กคนที่เห็นแต่ไม่รู้วิธีกินย่อมแปลกใหม่พวกเขาคิดว่าเนื้อน้อยไม่อิ่มและกินยากแถมมันยังหนีบเราได้แต่เราสามารถทำให้มันเป็นอาหารระดับพรีเมี่ยมได้เจ้าก็รู้นี่ยามเรากินอาหารที่เสี่ยวไป๋ทำให้ อร่อยเพียงใดให้เขาทำไว้ให้เราไปขายก็สิ้นเรื่องอีกอย่างถ้าคนรู้วิธีกินราคานี้อาจจะสูงไปอย่างเจ้าว่า"
ที่จริงตัวนางก็ทำเป็นทุกอย่างแต่ติดที่ขี้เกียดเลยให้เชฟกระต่ายรักสะอาดทำแทนก็สิ้นเรื่องอีกอย่างไม่ยอมออกมาจากด้านนอกมักล่อเราเข้าไปในมิติด้วยอาหารทุกครั้งเป็นความชินไปเสียแล้ว
"เอาล่ะใกล้เย็นแล้วเราไปจับกุ้งปูกันเถอะ"
"เจ้าค่ะ/ขอรับ" นางปิดบ้านแล้วนำถังเดินไปหลังบ้านทางไปชายหาด
"พวกเจ้ามาแล้วหรือข้าเก็บเจ้าเปลือกแข็งมาเต็มเลย" เสี่ยวหลานมองสองพี่น้องเว่ยที่ยิ้มร้ายด้วยความเคยชินแต่หล่อแบดๆ ดี
"ขอบใจพวกเจ้ามากไว้ข้าจะทำอาหารเป็นการตอบแทนแล้วกัน"
"มะ..ไม่ต้อง" เสี่ยวหลานตบไหล่เว่ยคนพี่เบาๆ แต่ทำให้เขาหูแดงลามไปทั้งตัวซึ่งนางงุนงงเลยเอื้อมมือไปจับหน้าผาก
"ตัวไม่ร้อนแต่ทำไมแดงทั้งตัวหล่ะ"
"ขะ...ข้าไม่เป็นไร" นางพยักหน้าแล้วไปทำแบบคนพี่ต่อคนน้องที่ตอนนี้ยืนบิดไปบิดมาอย่างหญิงสาวโดนเกี้ยวรู้จักรักครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น
"อ'ะนี่ พะ...พวกข้าไปก่อนนะ" สองพี่น้องวิ่งหนีไปพร้อมยื่นถังให้นางที่มีปูม้าและกุ้งอย่างละสิบตัว
"พวกเขาเป็นอะไรกัน" นางถามน้องๆ ด้วยความงุนงง
"คงไม่สบายขอรับพี่ใหญ่" เสี่ยวหลางเด็กน้อยยังคงไร้เดียงสาเกาหัวไปมา
"อืม!!งั้นไปกันเถอะเดี๋ยวข้าจะเก็บเจ้าพวกนี้เข้ามิติก่อน" นางจับและนึกไม่นานถังหายไปจากนั้นก็พาน้องไปชายหาดที่มีชาวบ้านหลายคนลากอวนออกจากเรือด้านสองเว่ยวิ่งไปทางเข้าหมู่บ้านอีกทางตอนนี้ทั้งสองทำอะไรไม่ถูกมองหน้ากันไปมา
"พี่ใหญ่ข้าว่าจะแต่งเข้าบ้านจางดีหรือไม่ขอรับข้ารู้สึกว่าข้าจะเสียตัวให้นางแล้ว"
"เจ้าเองก็ไม่ต่างจากข้าแล้วเราจะไปฐานะอะไรท่านแม่ก็ด่าเราแบบนี้"
"แต่นางเปลืองผ้าเราแถมจับไหล่ของเราด้วยนะขอรับหรือเราจะไปคุยกับนางเสนอตัวเองให้ดีหรือไม่ขอรับ"
"อืม!! ถึงจะดูไร้ศักดิ์ศรีแต่นางเป็นคนแรกที่ทำกับเราแบบนี้...."
เสี่ยวหลานไม่รับรู้ของสองพี่น้องเว่ยเลยในตอนนี้นางและน้องจับปูกุ้งใส่ถังโดยมีชาวบ้านช่วยอีกแรง และมอบให้นางอย่างใจกว้างเพราะพวกเขามักจะเอาทิ้งลงทะเลอย่างเดิมแต่ถ้านางรู้ความคิดของสองเว่ยคง เปลืองผ้าฟาดด้วยหวายคงไม่พอต้องกระทืบด้วยลำแข้งเป็นแน่แท้
