ขายข้าวแกง
ในวันนี้เสี่ยวหลานและน้องๆ ได้ทำอาหารเกี่ยวกับซีฟู้ดซึ่งทำข้าวราดแกงไม่ว่าจะเป็นกระเพราปลาหมึก กระเพรากุ้ง ทะเลถัง กุ้งอบซีส ปลาหมึกทอดกระเทียมนางและน้องเข็นรถเข็นไปในเมืองตอนเช้าที่แสนจะอากาศเย็นลงทุกวัน
"ไม่นานคงหนาวกว่านี้แน่อีกไม่กี่วันการค้าของเราควรหยุดลง"
"พี่ใหญ่เราก็ไม่ได้มาตลาดอีกสินะเจ้าค่ะ"
"อืม!!แต่ไม่เป็นไรตอนนี้ข้าพอมีตำลึงส่งพวกเจ้าไปเรียน"
"ไม่เอาขอรับข้าอยากทำการค้ามากกว่า"
"ข้าด้วยเจ้าค่ะ"
"พวกเจ้าฟังพี่สาวนะเรามีเงินเราต้องมีความรู้อนาคตจะได้ไม่ถูกผู้ใดหลอกเสี่ยวหลางเจ้ายังเด็กถึงเวลาถ้าเจ้าอยากทำการค้าก็สามารถเรียนด้านนี้ได้ ส่วนเจ้าเสี่ยวหลินอีกไม่กี่ปีเจ้าก็ต้องออกเรือนถ้าเจ้าไม่มีความรู้จะสามารถเอาตัวรอดได้เช่นไรพี่แค่สอนเจ้าเล็กน้อยไม่พอหรอกนะ"
"แล้วพี่ใหญ่ไม่เรียนกับพวกเราหรือขอรับ"
"ข้าเลยวัยปักปิ่นแล้วสำนักศึกษาไม่รับข้าหรอก"
"ปักปิ่นก็ต้องออกเรือนไม่ใช่หรือเจ้าคะ"
"หึหึ!!เจ้าอย่าลืมพี่สาวเจ้ามีชื่อเสียงความอัปลักษณ์โง่งมตัวซวย"
"โห้!!! ถ้าท่านอัปลักษณ์พี่สาวหลินหลินคงยิ่งกว่าอัปลักษณ์เจ้าค่ะ"
"ฮ่าฮ่า!!เด็กโง่เจ้าอย่าไปบูลลี่ใครเล่า"
"บูลลี่ คืออะไรหรือขอรับ"
"ก็คืออย่าไปดูถูกซ้ำเติมผู้ใดแม้มันจะเป็นความจริงก็เถอะ ฮ่าฮ่า!"
สามพี่น้องเดินไปตามทางหัวเราะเสียงดังซึ่งทุกวันนี้ชาวบ้านดีต่อพวกเราทั้งสามมากแต่เมื่อเดินออกมาจากหมู่บ้านมองเห็นหลินหลินลูบท้องตัวเอง พร้อมสหายส่วนอี้หานคงไปสถานศึกษาแล้วบุรุษสตรีต่างกันบุรุษก่อนจะเป็นขุนนางย่อมเป็นบัณทิตก่อนอายุไม่สำคัญสอบติดก็พอแต่ต่างจากฝ่ายหญิงที่ถึงวัยปักปิ่นก็ไม่สามารถเรียนต่อได้อีก
"พวกเจ้ามาแล้วหรือ"
"คารวะเจ้าค่ะ/ขอรับ พี่ชายเจียง"
"อืมอย่ามากพิธีแล้วนี่ต่อแผงอีกกี่วันเล่า"
"ข้าต่อแผงเหลืออีกห้าวันเจ้าค'ะ"
"อืมแล้ววันนี้มีอะไรมาขายหรือเยอะเชียว"
"วันนี้เป็นเมนูทำจากสัตว์ทะเลหลังหมู่บ้านข้าเจ้าค่ะ"
"หืม!เมนูปลาหรือ" เจียงเหอเดินมาที่รถเข็นยังดีที่นางเอาอาหารที่ทำไว้มีมากในมิติใส่ถาดระหว่างใกล้เข้ามาในเมือง
"เปล่าเจ้าค่ะเป็นสัตว์เปลือกแข็งที่เขาไม่กินกันแต่ข้าทำอย่างดีนะเจ้าคะ" เจียงเหอสนใจขึ้นมาเปิดฝาถาดกลิ่นทั้งหอมทั้งฉุนโชยออกมาทำให้เขารีบปิด และมองดูอย่างสนใจที่จริงสัตว์ทะเลเป็นสัตว์ธรรมดา
แต่กระเพราเครื่องปรุง แม้แต่ข้าวเป็นของมิติแม้พลังบางเบาแต่บ่งบอกพลังวิญญานได้ซึ่งเจียงเหอรับรู้ได้แม้จะสงสัยอยากรู้แต่เขาก็ไม่เอ่ยถามทุกคนมีความลับของมัน
"ราคาเท่าไหร่หรือแม่นาง"
"จานละสิบอีแปะได้กับข้าวหนึ่งอย่างถ้าสองอย่างเพิ่มอีกห้าอีแปะเจ้าค่ะ"
"อืม!เช่นนั้นเอานี่แล้วก็นี่แล้วกัน"
"ไข่ด้วยหรือไม่เจ้าคะฟองห้าอีแปะ"
"หืมเหตุใดแพงนัก"
"ไข่จากไก่ฟ้าวิญญาณท่านก็รู้ว่าหายากและแพงเพียงใด" ที่จริงเป็นไข่เป็ดในมิตินางมาทอดเป็นไข่ดาวแบบสุกและไม่สุกแต่กรอบกำลังดี
"อืม!เช่นนั้นเอาหนึ่งฟอง" นางนำทุกอย่างใส่จานที่ทำจากใบตองตึงเห็นในป่าหลังบ้านซึ่งตัวนางศึกษามาพอสมควร
ส่วนสินค้าชาวตาฟ้าย่อมมีพวกถุงพาสติกแต่มันแพงมากชาวบ้านธรรมดามีมันได้นี่ฐานะต้องรวยมากเช่นกันแต่นางและน้องอยู่เพียงบ้านหลังขนาดกลางเท่านั้น เลยใช้จานและถ้วยจากใบตองตึงเย็บด้วยแม็กที่คนดูไม่ออกอยู่แล้วถึงดูออกแล้วอย่างไรใครจะหาคำตอบได้ว่าเอามาจากที่ใด
"ขอบคุณเจ้าค่ะ" นางรับอีแปะมายี่สิบอีแปะยื่นจานข้าวที่เยอะมากราคาไม่แพงจนทำให้ผู้คนผ่านไปมาแวะซื้อจนได้ถึงสองร้อยอีแปะก็พอกันเข้าไปในเมืองดีที่บอกว่ามีมาเพิ่มอย่างละหม้อ
ซึ่งเอาออกมาวางไว้อยู่ใต้รถเข็นที่สามารถเก็บของได้เมื่อเห็นถึงเวลาพ้นสายตานางก็เก็บเข้ามิติและเปลี่ยนถาดใหม่ดีทำไว้เยอะพอสมควรและเมื่อวางแผงขายไม่นานมีลูกค้าประจำพอมีเงินก็เข้ามาซื้อผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม (1ชั่วโมง) ก็ขายหมด
"ท่านป้าข้าฝากรถเข็นสักพักนะเจ้าคะถ้าไม่รังเกียจรับนี่ไว้ไปฝากเด็กๆ ที่บ้านนะเจ้าค่ะ"
"ขอบใจมากนางหนูเดี๋ยวป้าจะดูให้"
เสี่ยวหลานนำข้าวและกระเพราปลาหมึกใส่กล่องที่ทำจากใบตองตึงให้ป้าขายผักข้างๆ เพราะครั้งหนึ่งนางเห็นหลานสาวของป้าขายผักตัวผอมมาก
ซึ่งรุ่นเดียวกับเสี่ยวหลางแน่นอนยามขายซาลาเปาเด็กน้อยเซียงมี่จะมาช่วยเรียกลูกค้าหลังขายผักหมดซึ่งเป็นผักที่ป้าเขาปลูกเอง และนางตอบแทนซาลาเปาคนละลูกเท่านั้นแต่ช่วงหลังเด็กน้อยไม่มาเพราะต้องไปอีกหมู่บ้านหนึ่งหรือบ้านเดิมมารดาเพราะสะใภ้ของป้าเซียงมักจะกลับบ้านเดิมบ่อยครั้ง
