บทที่ 4
วันที่ภีมรอคอยก็มาถึงวันที่เขาจะได้ลักลอบเข้าไปแอบสืบหาหลักฐานสำคัญมาเอาผิดกับเคนเซ โดยที่ภีมได้ให้สายลับที่เขาส่งมาแฝงตัวก่อนหน้านี้ ช่วยพาเข้าไปในบริษัทในฐานะช่างซ่อมแอร์ แผนที่วางไว้โดยให้คนของภีมปลอมตัวมาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อให้แอบเข้ามาตัดสายเครื่องปรับอากาศในห้องของท่านประธานใหญ่ เมื่อเครื่องปรับอากาศเสียก็ต้องเรียกช่างมาซ่อม ภีมก็จะอาศัยจังหวะนี้ปลอมเป็นช่างแอร์เข้าไปซ่อมให้ แค่นี้การลอบเข้าของทำงานของเคนเซก็ง่ายขึ้นไปอีก
ทุกอย่างเหมือนมันจะง่ายมากสำหรับภีม แต่ความเป็นจริงแล้วเคนเซรู้หมดทุกอย่าง เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าลูกน้องของภีมนั้นแฝงตัวมาเป็นสายลับในบริษัทของเขา แต่ที่ทำไม่รู้ไม่เห็นเคนเซอยากเล่นตามแผนของภีมไปก่อน แล้วคนจับมาลงโทษทีหลังก็ยังไม่สาย
เมื่อเข้ามาในห้องทำงานของเคนเซได้ภีมก็รีบตรงไปค้นหาทันที จุดไหนที่น่าสงสัยว่าจะเก็บข้อมูลลับไว้ภีมทำการรื้อค้นจนหมดแต่ก็ไม่พบอะไรเลย ภีมเริ่มหัวร้อนได้แต่ทึ้งผมตัวเองเพราะเขามั่นใจมากว่าหลักฐานต้องอยู่ในห้องทำงานของเคนเซนี้แหละ เหลืออย่างสุดท้ายคือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่วางเด่นอยู่ที่โต๊ะทำงาน ตอนแรกภีมใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่าคนร้ายคงไม่เก็บข้อมูลลับสำคัญไว้ที่คอมพิวเตอร์หรอก เพราะมันง่ายต่อการค้นหาของสายลับมาก ยิ่งเป็นบริษัทใหญ่ ๆ คงไม่มาเก็บข้อมูลในที่ที่เป็นจุดเด่นแบบนี้หรอก แต่ในเมื่อหาทุกที่แล้วไม่เจอก็ขอค้นดูในคอมพิวเตอร์หน่อยแล้วกันเผื่อได้เบาะแสอะไรเอากลับไปบ้างก็ยังดี
ภีมก็ถือวิสาสะเปิดคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของเคนเซอย่างไว พอเปิดเข้าไปดูก็เจอภาพที่แสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นภาพของเขาปรากฏในวันปัจฉิมตอนสมัยเรียนจบมัธยม ทำเอาภีมตกใจจนคิดว่าเคนเซมันคงแค้นเขามาก ถึงกับตั้งรูปบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ไว้ด่ายามว่างเลยเหรอ คนอะไรโคตรโรคจิตเลยว่ะ ภีมเลิกสนใจรูปภาพตัวเองแล้วรีบค้นหาข้อมูลต่ออย่างตั้งใจ จนลืมระวังตัวไม่รู้ว่าคนที่เขานินทาอยู่ได้เดินออกมาจากที่ซ่อนตัว แต่เป็นการเดินที่ลงน้ำหนักเท้าเบา ๆ จนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินหรือเสียงความเคลื่อนไหว
เคนเซยืนมองความซุกซนของอริแสนรักของตนเองสักพัก เขามองดูการกระทำทุกอย่างของภีมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเอ็นดู เมื่อดูจนพอใจเขาก้มลงไปกระซิบข้างหูของภีมด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"หาข้อมูลเอาผิดผมได้หรือยังครับผู้กอง" เคนเซ
"ยังเลยไม่รู้มันซ่อนไว้ไหน อ่ะ อ ไอ้เคนเซ มึง มึงเข้ามาได้ไง" ภีม
"เอ้า ก็นี้มันห้องทำงานของเคนครับ อีกอย่างเคนก็ไม่ได้ออกไปไหน เคนนอนที่นี่ทั้งคืน นั้นไงห้องพักส่วนตัวเคนเอง ว่าแต่ภีมเถอะแอบลักลอบเข้ามาห้องทำงานของเคนแบบนี้ ถ้าเคนฟ้องเอาผิดขึ้นมา ภีมออกจากราชได้นะครับ" เคนเซ
"อะไร ฟ้องอะไรกูแค่มีปฏิบัติหน้าที่หาหลักฐานเอาผิดมึงต่างหาก ไอ้หน้าหนังหมู" ภีม
"แต่อย่าลืมสิ เคนชี้แจงทุกอย่างไปแล้วนะ และอีกอย่างภีมแอบเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต แบบนี้แจ้งความข้อหาบุกรุกได้นะ" เคนเซ
"อยากแจ้งก็แจ้งไปเลยกูไม่กลัวมึงหรอก ไปดีกว่าเสียเวลาฉิบหาย" ภีม
"เดี๋ยวสิ คิดว่าเข้ามาแล้วจะออกไปได้ง่าย ๆ อย่างงั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก" เคนเซ
พูดจบเคนเซก็พุ่งตัวเข้าไปรวบตัวภีมไว้ไม่ให้หนี แต่ภีมก็ไหวตนทันเขาปล่อยหมัดข้างขวาไปที่หน้าของเคนเซ แต่ด้วยความที่เป็นยากูซ่าและฝึกต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก หมัดแค่นี้เคนเซสามารถหลบได้สบาย ภีมที่เห็นว่าเคนเซหลบหมัดตัวเองได้ก็โมโหยกใหญ่ เพราะภีมอยากฝากรอยแผลไว้ที่ของเคนเซสักหน่อย พอไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ก็หัวร้อนขึ้นมา ผู้กองสุดหล่อเริ่มปล่อยทักษะการต่อสู้ใส่อีกฝ่ายไม่ยั้ง แต่ทางรองหัวหน้าแก๊งยากูซ่าก็สามารถหลบหลีกได้ทุกจังหวะที่ภีมปล่อยหมัดมา
