บทที่ 3
หลังจากงานแต่งของเพื่อนรักผ่านไป ภีมก็กลับมาทำงานที่สัตหีบได้อาทิตย์กว่าแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงมีเรือชาวประมงออกไปหาของทะเลเยอะมาก ที่สำคัญเรือขนสินค้าทั้งของไทยและของต่างชาติก็เยอะไม่แพ้กัน ภีมกับลูกน้องในหน่วยช่วงนี้จึงต้องออกเรือลาดตระเวนอย่างเข้มงวด เพราะเรือบางลำนั้นไม่ได้ขนแค่สินค้า แต่ยังแอบขนอาวุธสงคราม แอบค้นแรงงานต่างด้าวและสารเสพติดอีกด้วย ยิ่งช่วงนี้มีหลายแก๊งมาเฟียหลายเขามาทำธุรกิจในไทย พวกอาชญากรรมก็เยอะตามไปด้วย ขบวนการค้ามนุษย์เองก็มีเยอะจนกวาดล้างกันแทบไม่ไหว
ล่าสุดเมื่ออาทิตย์มีการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ ที่ลักลอบแอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในน่านน้ำของไทยถึงสองลำด้วยกัน ตรวจสอบแล้วเป็นเรือขนสินค้าของบริษัททาเครุกรุ๊ปแห่งประเทศไทย แต่บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือนั้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมชี้แจงมาว่าเรือสองลำนั้นได้ลูกปลดประจำการไปเป็นปีแล้ว ทั้งยังขายไปให้กับบริษัทอื่นจึงไม่ว่าทราบมาโผล่ที่นานน้ำของไทยได้อย่างไร
วันนี้ทางเจ้าหน้าที่สอบสวนร่วมมือกับทางกรมทหารเรือได้ขอความร่วมมือจากทางท่านประธานใหญ่บริษัททาเครุกรุ๊ปแห่งประเทศไทย ให้เคนเซเข้ามาอธิบายเกี่ยวกับเรือสินค้าทั้งสองลำที่เป็นของกลางอยู่ตอนนี้ ภีมตกใจมากที่รู้ว่าเคนเซคือประธานใหญ่ของบริษัททาเครุกรุ๊ปแห่งประเทศไทย ยิ่งตกใจเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าเคนเซเป็นรองหัวหน้าแก๊งยากูซ่าอันดับหนึ่งอย่างพรรคทาเครุ เพราะตลอดเวลาที่เป็นอริกันมาภีมไม่เคยรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตัวตนของอีกฝ่ายเลย ก็อย่างว่าแหละความเกลียดความแค้นมันตา พึ่งได้รู้ว่าชีวิตตัวเองเสี่ยงตายมาตั้งแต่สมัยเรียน เจอหน้าไอ้เคนเซกับเพื่อนมันทีไรเป็นต้องปากหมาใส่กันทุกที ดีนะที่ไอ้เคนเซไม่หน้ามืดจับเขาฆ่าหมกห้องน้ำโรงเรียนไปซะก่อน
สถานที่นัดสอบสวนวันนี้ทางกรมตำรวจขอใช้พื้นที่ของกองทัพเรือในการสอบสวน ตอนนี้หน้าอาคารกองยุทธการมีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอทำข่าวกันเต็มไปหมด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นการค้ามนุษย์ข้ามชาติจึงเป็นที่สนใจของสังคมทั่วโลก แน่นอนว่าถ้านักข่าวสำนักไหนได้สัมภาษณ์ก่อน ก็ย่อมมีโอกาสได้ข้อมูลที่สดใหม่ไปเล่นข่าวเรียกกระแสได้เป็นอย่างดี วันนี้จึงทำให้มีสำนักข่าวทั้งในไทยและต่างประเทศมารวมตัวกันที่หน้ากองยุทธการกันมากมาย ภีมที่เดินทางมาถึงอาคารกองยุทธการตั้งแต่เช้า เห็นว่ามีกองสื่อมวลชนเยอะจนรู้สึกขนลุก เขาเลยตัดสินใจเดินเข้าด้านหลังอาคารแทน เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถึงเวลานัดหมายเคนเซก็เดินทางมาพร้อมกับเลขาสาวสวยคนหนึ่ง เคนเซเดินผ่านฝูงชนโดยไม่มองซ้ายขวาด้วยท่าทีที่เฉยเมยต่อกองทัพสื่อมวลชน นักข่าวคนไหนจะเข้ามาสัมภาษณ์ก็จะถูกลูกน้องมือซ้ายมือขวากันท่าออกไปทันที ภีมที่ยืนกอดมองดูสถานการณ์ข้างล่างหน้าตึกกองยุทธการ ก็ได้แต่รู้สึกหมั่นไส้ในท่าทางของเคนเซพร้อมกับรู้สึกหงุดหงิดนักข่าวแทนอริเก่าไปด้วย
พอทุกคนที่มีหน้าที่ในการสอบสวนครั้งนี้เข้าไปในห้องสอบสวนพิเศษจนหมด ประตูห้องสอบสวนพิเศษก็ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา หน้าประตูด้านนอกมีหน่อยรบพิเศษของกองทัพเรือและกรมตำรวจคุมเข้มไม่ให้คนนอกผ่านไปผ่านมาได้ ทุกอย่างดูตึงเครียดมากแต่กับเคนเซนั้นดูไม่มีท่าทีตื่นตระหนกหรือกลัวอะไรเลย เขานั่งไขว่ห้างโดยไม่แสดงอาการใด ๆ ไม่ว่าเจ้าหน้าที่คนไหนถามคำถามอะไรไปเขาสามารถตอบได้หมดโดยไม่มีขัดข้อง พร้อมกับมีหลักฐานจากเลขาสาวคนสวยถือให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ดูประกอบไปด้วย จนบทสรุปออกมาเคนเซพ้นผิดทุกข้อกล่าวหา และเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องยอมรับเพราะหลักฐานทุกอย่างเพียงพอที่จะชี้ว่าเคนเซคือผู้บริสุทธิ์จริง ๆ
แม้แต่ภีมเองก็ต้องยอมรับเช่นกัน แต่เขาได้มีแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว ภีมได้ขอกับท่านผู้การไว้แล้วว่าอยากหาทางไปสืบราชการลับด้วยตัวของเขาเองเพื่อความกระจ่าง ท่านผู้การก็อนุญาตแล้วเป็นที่เรียบร้อย ภีมรู้ว่าสำนักงานใหญ่ของบริษัททาเครุกรุ๊ปอยู่ที่ไหนและได้ดูทางหนีทีไล่ไว้แล้ว ถ้าจะลอบเข้าไปสืบคดีไม่อยากเพราะภีมได้ส่งสายไปสืบมาแล้วรอบหนึ่งแต่ไม่พบอะไรเลย แต่ภีมมั่นใจต้องมีอะไรสักอย่างที่ซ่อนไว้ที่นั่นแน่นอน
หลังจากสอบสวนเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ภีมได้ออกจากห้องสอบสวนเป็นคนสุดท้าย เพราะเขาต้องการเช็ดกล้องที่ได้บันทึกการสอบสวนไว้ ว่ามีตรงไหนผิดพลาดหรือขาดช่วงตรงไหนไปหรือเปล่า จึงทำให้เขาออกไปช้ากว่าทุกคน พอเสร็จสอบสวนเสร็จภีมก็ออกจากหากเพื่อนำวิดีโอไปทำรายงานเสนอต่อเบื้องบนอีกที เมื่อออกมาจากห้องเขาก็เห็นอริเก่าที่แสนคุ้นเคยยืนรอเขาอยู่ที่หน้าห้อง ด้วยรอยยิ้มร่าเริงเหมือนกับรอเยาะเย้ยเขาอยู่
