ตอนที่8 ลูก
คนบอกจะเอาเมื่อคืน แต่พอออกจากห้องน้ำมาก็แค่นอนกอดแล้วหลับไป สภาพที่บอกว่ามึนมีนาไม่เชื่อเลย เหมือนคนเมามากกว่า แถมตอนเช้ายังตื่นสาย จนเธอได้ลงมาหุงหาข้าวเช้าไว้เรียบร้อยเขาก็ยังไม่ตื่น
ไม่อยากปลุกรบกวน เลือกปล่อยให้นอนหลับแล้วตื่นเอง ส่วนเธอก็ไม่ค่อยชินกับการอยู่เฉย เลยปัดกวาดทำงานบ้านแก้เบื่ออย่างที่ผ่านมา
กระทั่งสิบโมง คนเคยตื่นเช้ากว่าเธอในอดีตถึงได้ลงมาด้วยกางเกงยีนส์สีดำ อวดหุ่นล่ำสันด้วยมัดกล้ามเพราะพาดเสื้อยืดสีดำไว้กับไหล่แกร่งไม่สวมใส่ อวดรอยสักเต็มตัวไปหมด ไม่รู้ว่าเขาทำมันตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนอยู่ในนั้น หรือตอนออกมา เพราะอดีตมันมีแค่รอยเดียวที่สีข้างเท่านั้น
“ทำไมไม่ปลุก” เข้าไปกอดเมียรักจากด้านหลัง หอมแก้มนวลฟอดใหญ่
“ก็กลับมาดึก เลยอยากให้นอนเต็มอิ่ม” เมื่อก่อนเขาไม่เคยปลุกเธอหรอก ก่อนออกไปก็ทิ้งท้ายแค่รอยจูบแสนหวาน แล้วไปทำงานเพื่ออนาคต
ตอนนี้เธอก็อยากทำแบบนั้นบ้าง ให้เขาพักผ่อนเต็มที่ สบายใจกับการนอนไม่ต้องรีบร้อนลุกขึ้นไปหาเงินเพื่อตัวเองและเพื่อเธอ
“กินข้าวหรือยัง”
“ยัง รอกินพร้อมพี่ปืน”
“สายป่านนี้แล้วจะรอพี่ทำไม”
“กินขนมปังไปก่อนแล้ว เลยไม่ค่อยหิว” หลายปีมานี้เธอไม่ได้มีชีวิตที่เคร่งเครียดกับอาหารสามมื้อเลยสักนิด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเวลานอนและการทำงานหาเงิน หิวก็กิน ไม่หิวก็ปล่อยผ่าน เวลาไหนก็ไม่ได้สน เลยชินไปแล้ว
“อย่าอดข้าวรอพี่อีก ถ้าหิวก็กิน เดี๋ยวปวดท้องขึ้นมาจะทำยังไง” บ่นเหมือนพ่อ แต่เพราะเป็นผัวเลยต้องบ่นยิ่งกว่าพ่อ บ่นตั้งแต่อดีตจนตอนนี้
“รู้แล้วค่า” ลากเสียงยาวเหมือนประชด แต่ก็ตอบรับอย่างเชื่อฟัง
ฟังบางเรื่อง ดื้อหลายเรื่อง นั่นแหละความสัมพันธ์ของเธอกับเขาในอดีต คนที่ตามใจมากที่สุดก็คือเขา คนที่ดื้อมากกว่าใครก็คือเธอ
“กินข้าวเถอะ” จูงมือหญิงสาวไปที่โต๊ะกินข้าว
เธอเข้าครัวไปยกสำรับออกมา ปฐวีก็ไม่ได้รออยู่เฉย ช่วยเหลือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
“มีนทำเองก็ได้” บอกเขาให้รออยู่ข้างนอก
ถ้านับเป็นผัวเมียกัน ตอนนี้เขาทำงานนอกบ้านแล้ว งานในบ้านเธอทำเองได้ แค่นี้มันน้อยมากถ้าเทียบกับสามปีที่ผ่านมาของเธอ
“เอามาเป็นเมียไม่ใช่แม่บ้าน ช่วยกันนี่แหละวิถีผัวเมีย” หยอกล้อพร้อมกับขโมยหอมแก้มนุ่มก่อนจะนำออกจากห้องครัวไป
เล่นเอาคนตัวเล็กยืนมองร่างสูงด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ยิ้มเต็มปาก ความสุขขึ้นตา ก่อนจะก้าวตามหลังเขาออกไปกินมื้อเช้าร่วมโต๊ะด้วยกันเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา
“เวลาพี่ไม่อยู่เหงาไหม” ถามไถ่ขณะกินข้าวไปด้วย
“นิดหน่อย แต่มีนก็หาอะไรทำไปเรื่อย...”
“บ้านหลังใหญ่ด้วย กว่าจะทำอะไรเสร็จก็เย็น รอแป๊บๆ พี่ก็กลับมา” ตอบตามตรง เรื่องเหงาก็มีบ้าง แต่ก็อย่างที่ว่าไปนั่นแหละ เธอทำความสะอาดบ้านทุกวัน ทำเล็กๆ น้อยๆ บ้างเวลาตื่นก่อน แต่หากเขาออกไปทำงาน เธอก็จะทำเต็มระบบ ทำทั่วทั้งหลัง
“คิดว่าเหงา จะได้หาเพื่อนให้”
“ใครเหรอ”
“ลูก”
“ลูกหมาเหรอ” ชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะลองถามใหม่
“ลูกคน ลูกของพี่กับมีน”
“.....” ถึงกับพูดไม่ออก เหมือนถูกน็อกกลางอากาศกับคำตอบ
เขิน แต่ที่มากกว่านั้น มันเหมือนเขากำลังบอกว่าจะสร้างครอบครัวกับเธอตลอดไป สัญญาปากเปล่าหกเดือนเหมือนไม่สำคัญสำหรับเขา เพราะทุกอย่าง เกิดขึ้นจากความรู้สึกจริง
“ทำไม ไม่อยากมีเหรอ”
“......” ไม่ได้ตอบ มองสบตาเขาด้วยแววตาซับซ้อนของตัวเอง
“ใครบอกว่าได้อยากได้ลูกแฝดชายหญิง” แผนของเธอตอนเราเคยนอนคุยกันในวันวาน ภาพฝันที่วางแผนไว้ร่วมกันยามรักใคร่กลมกลืน
“พี่ปืนทำไม่ได้หรอก” ทั้งล้อเขา ทั้งพูดเรื่องจริง แฝดธรรมชาติไม่ใช่เรื่องง่ายสักหน่อย ยิ่งไม่มีกรรมพันธุ์แฝดด้วยใช่ว่าจะดั่งใจต้องการ
“พี่ให้พูดอีกที” สีหน้าจริงจังขึ้นขณะทวนเธอ
“พูดไปแล้ว” รีบหลบหน้าหนีคนเอาเรื่อง กลัวว่าเขาจะพิสูจน์ให้เห็นด้วยตา แม้ตั้งแต่กลับมาจะแค่นอนกอดกันก็ตาม
“ให้โอกาสนะมีน ถ้าอยากรู้เดี๋ยวทำให้ดู”
“มีนล้อเล่น” รีบแก้ตัวใหม่ กลัวจะได้ดูของจริงในตอนนี้
“อย่าล้อเล่นแบบนี้อีก ถ้ามีรอบต่อไปเตรียมตัวเป็นแม่ลูกแฝดได้เลย” ขู่ไปงั้น ทำได้ไหมอีกเรื่อง
แต่ถ้าทำแฝดไม่ได้ ก็ทำต่อหัวปีท้ายปี แบบนี้ก็เหมือนเลี้ยงแฝดแล้ว
“ขี้โม้” บ่นเบาๆ ใส่คนอวดเก่ง
“ได้ยิน” นั่งห่างกันแค่เอื้อมมือคิดว่าหูตึงหรือไง
“ล้อเล่น” ฉีกยิ้มพูดแบบเดิมออกไป
“ล้อเล่นตามใจ กินข้าวเสร็จรอย่อย เดี๋ยวพี่เล่น” วันนี้คงไม่พลาด
“เล่นอะไร”
“อยากเล่นอะไร จ้ำจี้ หรือผีผ้าห่ม”
“ถ้าเล่นสองอย่างเลยไหวหรือเปล่า”
“นี่ถามเพื่อความแน่ใจหรือถามสบประมาท” เลิกคิ้วถามคนถามกวนตีนขึ้น
“ก็...เผื่อไม่ได้ใช้งานนานแล้วหดไง” รู้ว่าไม่หดหรอก เมื่อวานชัดเจนแล้วว่ายังเหมือนเดิม แข็งแรง ใหญ่โต
“หึ! พี่ว่าเราพูดกันด้วยปากไม่รู้เรื่องแล้วอ่ะมีน” วางช้อนแล้ว ดื่มน้ำพร้อมลุกขึ้น
เธอกินข้าวอิ่มหรือยังไม่สนใจแล้ว จะพาไปทำให้รู้เห็นด้วยตัวเองนี่แหละ ว่ายังทะลวงลึกจนจุกถึงคอหอยเหมือนเดิมหรือเปล่า
