ตอนที่6 อดีตขวางทาง
คำว่ารักเมียที่ดังออกจากปากของเขา พร้อมการโอบกอดออดอ้อน มันทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็ว ความรู้สึกเหมือนรักแรกที่ถูกจีบ เหมือนตอนคบกันใหม่ๆ ถูกหยอดนิดก็บิดกายหนี ถูกอ้อนหน่อยก็เบือนหน้าหลบ มุมปากแทบจะฉีกยิ้มถึงใบหู ดวงหน้าแดงซ่านราวกับคนเมา
แต่พอนานวันเข้าคำบอกรักกลับเคยชิน ถึงจะชอบแต่ก็ไม่ได้เขินอาย ซ้ำบางครั้งยังไม่สนใจจะฟังด้วยซ้ำ คำหวานการหยอกเอินกลายเป็นเรื่องปกติที่ชินชา หัวใจไม่ได้เต้นแรงเพราะแทบจะไร้อายต่อกันไปหมด
ต่างกับตอนนี้ เวลานี้ ที่เหมือนกลับมานับหนึ่งใหม่อีกครั้ง และเป็นการนับหนึ่งต่อจากสถานการณ์ที่เธอยังติดค้างเขา มันยิ่งทำให้เธอหวั่นไหว ดีใจ เพราะมันเหมือนคำว่าเหมือนเดิมของเขา ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยจริงๆ
ถ้าหากเธอจะเลิกคิดมาก แล้วพร้อมจะปล่อยให้ทุกอย่างเดินต่อไปอย่างไม่นำอดีตมาขวางทางเรา เธอจะผิดไหม เขาจะรับได้หรือเปล่า
“ไหนว่าจะไปลองชุดที่ซื้อมาใหม่ โกหกพี่?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นถามอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาแพรวพราวเหลือร้ายกว่าเมื่อก่อนมาก
“ก็แค่ไล่ผู้หญิงคนนั้นทางอ้อม”
“แล้วซื้อมาจะไม่ใส่ให้พี่ดูเหรอ”
“.....” ทำไมเขาถึงได้ดูร้ายกาจกว่าเมื่อก่อนอีกนะ ทำไมถึงทำให้เธอหวั่นไหวได้บ่อยๆ แบบนี้ล่ะ
ถามเฉยๆ ไม่ได้หรือไง ทำไมน้ำเสียงกับแววตาถึงกระลิ้มกระเหลี่ยเหมือนคนเจ้าชู้แบบนี้ด้วย
“อยากเห็นจังครับ” ขยับใบหน้าเข้าใกล้อีกนิด กระซิบพูดข้างหูจนลมที่เป่าเข้าไปทำให้ขนอ่อนลุกชันทั่วกาย
“พี่ปืนอย่าแกล้งได้ไหม” จะขยับตัวหนีก็ถูกแขนแกร่งวาดกอดไว้แนบกายคืน
“อะไรที่ว่าแกล้ง นอนด้วยกันกี่วันแล้วได้แค่จับมือ...”
“นี่เกือบเข้าตำราเสียเป็นแสนได้จับแค่แขนคนสวยเองนะ”
“ทะลึ่ง!” ถึงปากจะว่าเขาแต่ก็อดยิ้มกับคำพูดไม่ได้
“คนคิดลึกมากกว่าไหมที่ทะลึ่ง พี่ยังไม่ได้ขยายความอะไรเลยนะ”
“อย่างพี่ปืนก็คิดอย่างเดียวนั่นแหละ”
“คิดอะไร” ถามเสียงพร่า ขยับหน้าจนปลายจมูกเฉียดแก้มนวลแดงก่ำ
“ไม่รู้!” พยายามแกะมือที่กอดรัดตัวเองออก แต่กลับยิ่งถูกกอดแน่น แล้วยกขึ้นไปนั่งตักแกร่ง
“ไม่รู้จริงเหรอคะ”
“พี่ปืนเจ้าชู้อ่ะ” คำพูดคำจาสีหน้าแววตานี่เจ้าชู้เหลือเกิน ถ้าไม่เคยคบคงไม่เชื่อใจแน่แหละว่าจะจริงใจ
“พูดเหมือนไม่เคยรู้จักกัน...”
“รักเมียที่สุดในโลกจำไม่ได้เหรอ” คำที่เคยบอกเธอบ่อยๆ เวลามีสาวที่ไหนทักมาให้เธอเห็น ถึงเขาไม่ตอบ ไม่สานต่อแม้แต่ข้อความเดียว แต่ก็อยากบอกให้เธอรู้
“ปืนคนนี้รักเมียที่สุดในโลกครับ”
“.....” เธอเองก็ไม่เคยลืม หยุดดิ้นและหันไปมองสบตากับเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย
แต่ที่ซ่อนไม่อยู่เลยคงเป็นความโหยหาอาวรณ์ที่คิดถึง แต่ไม่เคยกล้าคิดกลับเข้ามาหา
“.....” ปฐวีไม่ได้พูดอะไร ยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมออกจากใบหน้าสวยอย่างอ่อนโยน มองสบตากับเธอด้วยความรักและโหยหาไม่แพ้กัน
แรงดึงดูดชักนำให้ใบหน้าสองดวงขยับเข้าหากันเรื่อยๆ กระทั่งริมฝีปากชื้นแตะสัมผัส เหมือนมีเปลวไฟแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย
ริมฝีปากบางขบไล้อย่างแผ่วเบา ริมฝีปากอิ่มแย้มเผยอออกรับการสัมผัสนุ่มละมุนอย่างถวิลหา
ลิ้นเรียวสอดเข้าในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็กที่ตอบรับอย่างช่องชำนาญ แขนแกร่งกระชับกอดแนบชิดเข้ากายแกร่งจนแทบสิง แขนเรียวยกขึ้นโอบคอหนาสนองไฟปรารถนาที่เขานำพา
เสียงดูดดื่มของเหลวที่ดังสะท้อนในหูไม่ได้รบกวนกิจกรรมแลกเปลี่ยนกันแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับอารมณ์กระสันให้พุ่งทะยานสูงลิ่วแทบทะลุทรวงอก
เสียงแฉะดังขึ้นพร้อมกับเปียกชื้นมุมปาก สัมผัสที่เคยคุ้นสนองตอบกันอย่างไวว่อง ยิ่งดุดันขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ปรนเปรอให้กัน
ฝ่ามือใหญ่ที่เคยนิ่งกลับไม่สงบ ลูบไล้ส่วนเว้าโค้งตามร่างบอบบางของเธอขึ้นสูง หยุดสัมผัสกับเนื้อก้อนนูนใหญ่เต็มฝ่ามือ เหมือนจะล้นทะลักกว่าหญิงสาววัยสิบก้าวเข้ายี่สิบในวันวานขึ้นมาอีกหน่อย
ฟอนเฟ้นเคล้นคลึงมันด้วยจังหวะสม่ำเสมอ แผ่วเบาวูบวาบก่อนจะหนักขึ้นตามเสียงจูบและเสียงครางในลำคอ
“อือ” ความปั่นป่วนเล่นงานร่างบาง ท้องน้อยวูบโหวงก่อนจะมวลบิดราวกับมีคลื่นเกลียว
สัมผัสเขื่องใหญ่ดันดุนสะโพกสวย ยิ่งทำให้กายสาวฉ่ำชื้นด้วยของเหลวที่หลั่งออกมา
นานแค่ไหนแล้วที่ร่างกายขาดสัมผัสแสนร้อนฉ่า เป็นเวลาเท่าไหร่แล้วที่เธอโหยหาการล่วงล้ำแสนซ่านสยิวนี้
ต่างกับเขา หนึ่งปีหลังออกจากดินแดนมืดมิด ใช่ว่าจะไม่เคยผ่านกายสาวเพื่อปลดปล่อย แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเพราะร่านราคะ ไร้ความรู้สึกอื่นใดเกี่ยวข้อง แม้ไม่บ่อยแต่ก็มีบ้างตามความเป็นชายและอารมณ์หงุดหงิด
แต่มันก็คงไม่ได้ต่างกันหากเกิดขึ้นกับหญิงสาวคนนี้ คนที่มีอดีตร่วมกันยาวนาน
ฟุบ!
ร่างบางถูกยกลงนอนราบลงกับโซฟาตัวใหญ่ มีร่างสูงทาบทับไม่ผละออกจากจูบที่ดูดดื่มกันยาวนาน แลกลมหายใจต่อกันอย่างไม่รู้เหนื่อย ตักตวงความหวานล้ำของกันและกันอย่างไม่รู้เบื่อ
มือใหญ่สอดเข้าในเสื้อยืดตัวเล็ก สอดใต้แผ่นหลังบางปลดตะขอชั้นในด้วยมือเดียวจนหลุดออกง่ายดาย เขี่ยผ้าบางพ้นทางให้ฝ่ามือสัมผัสก้อนนุ่มหยุ่นเด้งสู้ บีบบี้ยอดปทุมถันแข็งเป็นไตอย่างหยอกล้อ
“อืม” เสียงหวานครางเบาอย่างเสียวซ่าน แอ่นอกใส่มือหยาบอย่างพึงพอใจ ตอบรับทุกสัมผัสอย่างโหยหาปรารถนาเหลือหลาย
แผ่กายรอให้เขารุกรานเข้าแดนสาวที่ไม่เคยหวงกับคนบนกายแม้แต่ครั้งเดียว
ดุ้นเขื่องปวดหนึบแต่ไม่รีบร้อน หลอกล่อหยอกล้อให้เธอหลงมัวเมาถอนตัวไม่ขึ้น
ผละจูบหวานซับคอระหง ถกเสื้อขึ้นก่อนจะครอบครองอกสวยสีสดเหมือนอดีต ครอบครองสัมผัสด้วยริมฝีปากร้อนชื้น
“อ่า” เสียงหวานครางกระเส่า แอ่นอกรับปากกดหัวเข้าใส่อย่างหญิงร่านรัก
ปลายลิ้นสากเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อยอดเต่งในปาก มือใหญ่บีบส่งนวดคลึงด้วยจังหวะแสนซ่าน กายสาวร่ำหาแทบทนไม่ไหว หยัดเบียดร่ำเรียกสิ่งที่ตอกลึกถึงทรวงสนองไฟราคะที่เขาปลุกฟื้น
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี อารมณ์พุ่งทะยานสูงสุดเพดานความต้องการ ลมหายสะดุดแทบจะรอไม่ไหว อีกแค่นิดเดียวที่จะคว้าความสุขแสนล้ำค่าไว้ในครอบครอง
แต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยแรงสะเทือนของโทรศัพท์เครื่องหรูบนโต๊ะกลางหน้าโซฟา
